27 มี.ค. เวลา 01:00 • ข่าวรอบโลก

ฝนตกเป็นไมโครพลาสติก กระทบต่อระบบนิเวศ ดิน น้ำ ป่า มหาสมุทร

เวลานี้มีหลายงานวิจัยชี้ชัดว่า ฝนเกือบทุกเม็ดที่ตกจากฟ้าเต็มไปด้วยไมโครพลาสติก
ในการศึกษาตัวอย่างน้ำฝนจากพื้นที่ห่างไกลชุมชนบนภูเขาในรัฐโคโลราโด พบไมโครพลาสติกในน้ำฝนมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์
บางเม็ดปะปนกับเศษโพลีเอทิลีน อีกเม็ดอาจมีโพลีโพรพีลีน และไนลอน
ทั้งหมดล้วนเป็นไมโครพลาสติกที่เกิดจากสิ่งของในชีวิตประจำวันอย่างบรรจุภัณฑ์และเสื้อผ้า
เมื่อไมโครพลาสติกเหล่านั้นลอยขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ อนุภาคขนาดเล็กระดับนาโนจะถูกกระแสลมพัดพาไปยังที่ต่างๆ ข้ามพรมแดนไปโดยไม่ต้องอาศัยพาสปอร์ต
จนแทบไม่มีพื้นที่ใดในโลกไม่ได้รับผลกระทบจากฝนไมโครพลาสติก
ฝนไมโครพลาสติกนั้นเกิดได้จากสาเหตุที่หลากหลาย และน่าสนใจว่าการสึกหรอของยางรถยนต์เป็นสาเหตุสำคัญที่สุด
เนื่องจากถนนบดขยี้เศษยางจนกลายเป็นฝุ่นที่ลมพัดพาขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ - เรื่องนี้อาจเป็นโจทย์ชวนคิดว่าต่อไปต้องสร้างนวัตกรรมใหม่ขึ้นมาแทน
การประเด็นที่จัดว่าเป็นต้นตอใหญ่ไม่แพ้กัน มาจากเส้นใยสังเคราะห์ของเสื้อผ้า
โดยการซักเสื้อที่ถักทอขึ้นอย่างโพลีเอสเตอร์สามารถสร้างเส้นใยหลายพันเส้นลงสู่ท่อระบายน้ำ
และระบบระบายน้ำที่ไม่ดี ก็พัดพาเส้นใยให้ไหลลงสู่มหาสมุทร
นอกจากนี้ยังพบด้วยว่า เส้นใยพลาสติกบางส่วนมาจากการไถพรวนดิน ทำให้ไมโครพลาสติกที่ฝังอยู่ในดินฟุ้งกระจายขึ้นมา
การกัดเซาะชายฝั่ง ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือการสร้างเขื่อนกั้นคลื่นก็เป็นอีกมูลเหตุที่สร้างเส้นทางให้ไมโครพลาสติกไหลลงสู่มหาสมุทร ก่อนถูกพายุพัดพาให้เดินทางไปกับเม็ดฝน
รวมถึงเรื่องที่มองข้ามไม่ได้อย่างกระบวนการทางอุตสาหกรรม การผลิตเม็ดพลาสติก ก็มีส่วนต่อการสร้างมลพิษนี้ขึ้นเช่นกัน
เมื่อไมโครพลาสติกหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกับเม็ดฝน และตกลงสู่ที่ใด เรื่องราวที่เกิดต่อมา ล้วนแต่เต็มไปด้วยผลกระทบที่น่ากังวล
เมื่อดินได้รับไมโครพลาสติกที่เดินทางมากับเม็ดฝน น้ำฝนจะนำพาสิ่งแปลกปลอมเข้าไปอุดตันรูพรุนในชั้นดิน กระทบต่อการหมุนเวียนสารอาหาร
เมื่อไส้เดือนกินไมโครพลาสติกเข้าไป กระบวนการย่อยอินทรีย์วัตถุจะเกิดขึ้นช้าลง และกระทบต่อรากของพืช
ผลการทดสอบในห้องเลปในงานวิจัยชิ้นหนึ่งรายงานว่า ความอุดมสมบูรณ์ในดินที่ปนเปื้อนไมโครพาสติกลดลงถึง 30 เปอร์เซ็นต์ มีผลทำให้พื้นที่ป่าและพื้นที่เกษตรกรรมเสื่อมโทรมลงเรื่อยๆ
เมื่อฝนไมโครพลาสติกตกลงในแม่น้ำ ปลาจะเข้าใจผิดคิดว่านั่นคือเหยื่อ หรือเมื่อปะปนกับแพลงก์ตอน สารพิษมีโอกาสส่งต่อถึงนก นาก และสัตว์นักล่าในแม่น้ำขนาดใหญ่อื่นๆ
ในมหาสมุทร ไมโครพลาสติกทำให้แสงแดดส่งถึงแนวปะการังน้อยลง และอย่างที่ทราบกันว่าสิ่งมีมีชีวิตฝยทะเลหลากหลายชนิดได้รับผลกระทบจากสิ่งนี้มานักต่อนัก
และแน่นอนว่ามนุษย์เราก็ไม่รอดพ้น
เมื่อระบบนิเวศได้รับผลกระทบโดยตรง นั่นหมายถึงการปนเปื้อนในห่วงโซ่อาหาร แล้วสิ่งนั้นส่งต่อความเสี่ยงกลับมายังมนุษย์
ไมโครพลาสติกในน้ำฝนจะตกค้างอยู่บนพืชผลทางการเกษตร เช่น ผักใบเขียว และซึมลงสู่บ่อน้ำ เข้าสู่ร่างกายผ่านทางผัก ธัญพืช และอาหารสัตว์
เส้นใยจะเข้าไปติดอยู่ในปอดผ่านทางละอองน้ำที่สูดดมเข้าไป ทำให้เกิดการอักเสบในปอด ทำให้อาการทางเดินหายใจแย่ลง รวมถึงความกังวลเกี่ยวกับโรคมะเร็งและภาวะมีบุตรยาก
สิ่งต่างๆ เหล่านี้เป็นบางส่วนที่ต้องเจออย่างแน่นอน
แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือการแก้ไข เพื่อลดผลกระทบไม่ให้มันรุนแรงไปมากกว่าเดิม
สนธิสัญญาของสหประชาชาติต้องถูกนำมาปฏิบัติอย่างจริงจัง จ้องผลักดันให้มีการใช้วัสดุรีไซเคิลในสินค้า ลดปริมาณไมโครพลาสติกในสายการผลิต
ต้องติดตั้งสถานีตรวจวัดติดตามระดับมลพิษตลอดทั้งปี เพื่อเป็นแนวทางในการทำความสะอาดอย่างตรงจุด ตั้งแต่แม่น้ำที่ปนเปื้อนไปจนถึงหลังคาโรงงาน
การวิจัยเกี่ยวกับจุลินทรีย์ที่ย่อยสลายเอนไซม์และเชื้อราให้ความหวังในการย่อยสลายอนุภาคที่ดื้อรั้นในสถานที่จริง และต้องเร่งงานทดสอบภาคสนาม
การเปลี่ยนแปลงในชีวิตประจำวัน เช่น การลดปริมาณบรรจุภัณฑ์ การซักผ้าเต็มถัง และการใช้จักรยานแทนรถยนต์ ล้วนส่งผลให้ลดแรงกดดันต่ออากาศและทะเลลง
นวัตกรรมต่างๆ เช่น ยางรถยนต์ที่ลดการปล่อยมลพิษ และเครื่องกรองอากาศสำหรับช่องระบายอากาศ ต้องถูกสร้างขึ้นใหม่
และต้องเปลี่ยนความตระหนักรู้ให้เป็นการลดปริมาณที่วัดผลได้
อ้างอิง
โฆษณา