27 มี.ค. เวลา 06:30 • ข่าวรอบโลก

กัมพูชาแถลง อ้างไทยยกเลิก “MOU 2543” ไม่ได้ ผิดกฎหมายระหว่างประเทศ

สำนักเลขาธิการกิจการชายแดนกัมพูชาออกแถลงการณ์ อ้างไทยเพิกถอน “MOU 2543” ไม่ได้ เนื่องจากไม่มีมูลความจริง และขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ
วันที่ 26 มี.ค. 69 โฆษกสำนักเลขาธิการกิจการชายแดนกัมพูชา (SSBA) ได้ออกแถลงการณ์ ปฏิเสธอย่างหนักแน่นต่อข้อเรียกร้องของกรรมาธิการวิสามัญวุฒิสภาไทย ที่จะให้เพิกถอนบันทึกความเข้าใจ พ.ศ. 2543 (MoU 2000) เนื่องจากละเมิดรัฐธรรมนูญไทย และไม่ตอบโจทย์แก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา
ทาง SSBA เน้นย้ำว่า บันทึกความเข้าใจดังกล่าวเป็นสนธิสัญญาแบบทวิภาคีที่มีผลผูกพันทางกฎหมาย และไม่สามารถยกเลิกได้โดยฝ่ายเดียว
แถลงการณ์ สำนักเลขาธิการกิจการชายแดนกัมพูชา
โดยโฆษกสำนักเลขาธิการกิจการชายแดนกัมพูชาระบุว่า ขอปฏิเสธและเพิกเฉยต่อเหตุผลและข้อเสนอแนะในการเพิกถอนบันทึกความเข้าใจ พ.ศ. 2543 ของ กมธ.สว. ของไทยอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากไม่มีมูลความจริง ขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ และมีแรงจูงใจทางการเมืองที่มุ่งทำลายความสำเร็จที่คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) ของทั้งสองฝ่ายได้สร้างขึ้นในอดีต
โฆษกฯ ได้ชี้แจงประเด็นสำคัญ 3 ประการ
ประการแรก บันทึกความเข้าใจ พ.ศ. 2543 ได้ลงนามโดยรัฐบาลทั้งสองฝ่ายและมีผลบังคับใช้ในวันที่ลงนามแล้ว นอกจากนี้ยังได้จดทะเบียนและยื่นไว้ที่สำนักเลขาธิการสหประชาชาติแล้วด้วย
บันทึกความเข้าใจ พ.ศ. 2543 ถือเป็นสนธิสัญญาหรือข้อตกลงทวิภาคีเกี่ยวกับกิจการชายแดน ซึ่งก่อให้เกิดพันธกรณีภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ และเป็นกรอบสำคัญสำหรับทั้งสองฝ่ายในการแก้ไขปัญหาชายแดนอย่างสันติผ่านกลไกคณะกรรมาธิการชายแดนร่วม
ประการที่สอง ตามหลักการของกฎหมายระหว่างประเทศ ประเทศไทยไม่สามารถอ้างกฎหมายภายในประเทศหรือกระบวนการภายใน หรือเหตุผลอื่นใด เพื่อเพิกถอนบันทึกความเข้าใจ พ.ศ. 2543 ซึ่งเป็นสนธิสัญญาเกี่ยวกับชายแดนที่ประเทศไทยเป็นภาคี (ตามที่ระบุไว้ในมาตรา 62 วรรค 2 ของอนุสัญญาวียนนาว่าด้วยกฎหมายสนธิสัญญา ค.ศ. 1969) ได้ไม่ว่าในกรณีใด ๆ
ประการที่สาม บันทึกความเข้าใจปี 2543 มอบอำนาจและหน้าที่อย่างเต็มที่ให้แก่คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) ของทั้งสองฝ่ายในการแก้ไขปัญหาเขตแดนอย่างสันติโดยอิงตามอนุสัญญาฝรั่งเศส-สยาม ค.ศ. 1904 สนธิสัญญาฝรั่งเศส-สยาม ค.ศ. 1907 แผนที่ที่ได้จากการทำงานของคณะกรรมการกำหนดเขตแดนระหว่างอินโดจีนและสยาม บันทึกการประชุมของคณะกรรมการอินโดจีน-สยาม ข้อกำหนดและเงื่อนไข (TOR) ปี 2003 และรายงานการประชุม JBC ที่ตกลงกันไว้ของทั้งสองฝ่าย
ในทางปฏิบัติ JBC ได้บรรลุผลสำเร็จในเชิงบวก รวมถึงการระบุตำแหน่งที่ตั้งที่แน่นอนของเสาเขตแดนยุคฝรั่งเศสทั้ง 74 ต้น การซ่อมแซมและบำรุงรักษาเสาเขตแดนตามที่ตกลงกันไว้ การสำรวจและติดตั้งเครื่องหมายชั่วคราว การจัดตั้งเครือข่ายทางธรณีวิทยาแบบร่วมกันระหว่างกัมพูชาและไทย และการสำรวจอย่างละเอียด ณ ด่านตรวจชายแดน
โฆษกฯ ยังเน้นย้ำว่า ฝ่ายกัมพูชายึดมั่นในการแก้ไขปัญหาพรมแดนด้วยวิธีการสันติทุกวิถีทาง รวมถึงกลไกทวิภาคีที่มีอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคณะกรรมาธิการการเขตแดนร่วม (JBC)
กัมพูชายังคงพร้อมที่จะดำเนินการสำรวจและปักป้ายเขตแดนทางบกกับฝ่ายไทยต่อไปจนแล้วเสร็จ โดยมีเป้าหมายเพื่อรักษาสันติภาพในระยะยาวตามแนวชายแดนระหว่างสองประเทศ
“โดยสรุป การยกเลิกบันทึกความเข้าใจ พ.ศ. 2543 ด้วยเหตุผลใดก็ตาม ไม่เพียงแต่จะละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและหลักการที่ว่าพรมแดนเป็นสิ่งที่ไม่สามารถจับต้องได้เท่านั้น แต่ยังขัดขวางการแก้ไขปัญหาพรมแดนอย่างสันติระหว่างสองประเทศ และขัดขวางการสร้างพรมแดนที่มั่นคง สันติสุข และการพัฒนา” โฆษกฯ กล่าวเสริม
เรียบเรียงจาก Khmer Times
อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่ : https://www.pptvhd36.com/news/271806
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ https://www.pptvhd36.com
และช่องทาง Social Media
โฆษณา