Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
PPTVHD36
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
27 มี.ค. เวลา 08:00 • หุ้น & เศรษฐกิจ
“นิวสกายฯ” ทุ่มงบลงทุน 6,000 ล้าน สร้างโรงกำจัดขยะผลิตไฟฟ้า
“นิวสกายฯ” ทุ่มงบลงทุน 6,000 ล้าน สร้างโรงกำจัดขยะผลิตไฟฟ้า รองรับขยะกว่า 24,000 ตัน กทม.ลุยทดสอบระบบ
จากปัญหาการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมของกรุงเทพมหานคร ส่งผลให้ปัจจุบันมีปริมาณขยะมูลฝอยที่ต้องจัดเก็บสูงถึงประมาณ 10,000 ตันต่อวัน กรุงเทพมหานครจึงมีแนวทางในการลดปัญหาและผลกระทบจากการกำจัดขยะด้วยวิธีการฝังกลบแบบเดิม นำมาสู่การผลักดันโครงการกำจัดมูลฝอยเพื่อนำมาผลิตไฟฟ้า
นายเหอ หนิง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีแอนด์จี เอ็นไวรอนเมนทอล โปรเท็คชั่น (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า บริษัท นิวสกาย เอ็นเนอร์จี (แบงค็อก) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ
โรงกำจัดขยะผลิตไฟฟ้า รองรับขยะกว่า 24,000 ตัน
ผู้ดำเนินโครงการกำจัดมูลฝอยด้วยวิธีการเผาไหม้เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า ณ ศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช โครงการดังกล่าวตั้งอยู่บนพื้นที่ 30 ไร่ ภายในซอยอ่อนนุช 86 แขวงประเวศ เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร
ปัจจุบันการก่อสร้างมีความคืบหน้าไปแล้วกว่า 90% และกำลังเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการทดสอบระบบรับขยะในวันที่ 20 มีนาคม 2569 โครงการนี้ได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2567 และมีกำหนดแล้วเสร็จในเดือนพฤศจิกายน 2569 รวมระยะเวลาก่อสร้างทั้งสิ้น 1,000 วัน มีขีดความสามารถในการกำจัดขยะไม่น้อยกว่า 1,000 ตันต่อวัน และรองรับสูงสุดได้ 1,600 ตันต่อวัน ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญในการช่วยยกระดับการจัดการขยะของกรุงเทพมหานครให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
"ผมไม่อยากจะเรียกว่าเราเป็นโรงไฟฟ้าขยะนะครับ เพราะเราคือโรงกำจัดขยะ แต่ By-product คือไฟฟ้า คือถ้าเป็นโรงไฟฟ้าเป้าหมายคือผลิตไฟฟ้า แต่ของเรานี่คือเป้าหมายคือกำจัดขยะ"
นายเหอ หนิง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีแอนด์จี เอ็นไวรอนเมนทอล โปรเท็คชั่น (ประเทศไทย) จำกัด
โครงสร้างสำคัญของโครงการคือบ่อรับขยะของโครงการได้รับการออกแบบเป็นระบบปิด (Closed System) ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยมีความกว้างประมาณ 73.5 เมตร และลึก 30 เมตร มีความจุในการรองรับขยะได้สูงถึงประมาณ 24,000 ตัน ซึ่งเทียบเท่ากับการรองรับปริมาณขยะของกรุงเทพมหานครได้นานถึง 2 วันครึ่ง ขยะจะถูกนำมาเทในบ่อพักภายในอาคารระบบปิด 3–5 วัน
เพื่อให้เกิดการย่อยสลายตามธรรมชาติและลดความชื้น จากความชื้นประมาณ 55% ให้ลดลงเหลือ 30-35% ระหว่างนี้พื้นบ่อที่เอียง 2 องศาจะช่วยชะล้างน้ำชะมูลฝอยเข้าสู่ระบบบำบัดน้ำเสีย เพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ภายในโรงงานโดยไม่มีการปล่อยออกนอกโครงการ
โรงกำจัดขยะผลิตไฟฟ้า รองรับขยะกว่า 24,000 ตัน
ขณะเดียวกันมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม โครงการได้นำเทคโนโลยีห้องบ่อพักขยะแรงดันลบ (Negative Pressure System) มาใช้ โดยออกแบบให้ภายในอาคารบ่อพักขยะมีความดันอากาศต่ำกว่าภายนอก ทำให้อากาศจากภายนอกไหลเข้าสู่ภายในตลอดเวลา กลิ่นจากขยะจึงไม่สามารถรั่วไหลออกสู่ภายนอกได้ อากาศและกลิ่นภายในบ่อจะถูกสูบเข้าสู่ระบบเตาเผาเพื่อนำไปใช้เป็นออกซิเจนในกระบวนการเผาไหม้
อนอกจากนี้ ยังมีการติดตั้งเครื่อง E-nose หรือจมูกอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งใช้เทคโนโลยี AI เข้ามาวิเคราะห์ จำแนก และวัดระดับความเข้มข้นของกลิ่นได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ กระบวนการเทขยะทั้งหมดจะเกิดขึ้นในอาคารปิด โดยประตูเทขยะที่มี 9 บาน จะเปิดทีละแค่ 2 บานเมื่อรถขยะมาเท เพื่อรักษาระบบดูดอากาศภายในบ่อให้เป็นความดันลบอยู่เสมอ
"เรามีเทคโนโลยี Negative Pressure หรือแรงดันลบ จะมีแต่อากาศภายนอกสูบเข้าไปข้างใน จะไม่มีกลิ่นกระจายออกสู่ภายนอก อันนี้เป็นหัวใจหลักที่เราใช้ควบคุมกลิ่นในบ่อขยะครับ"
ระบบกำจัดขยะใช้เทคโนโลยีเตาเผาแบบตะกรับ (Stoker Type) เตาเผาจะค่อยๆ เลื่อนขยะลงมา พร้อมกับใช้ลมร้อนอุณหภูมิ 250 องศาเซลเซียสเป่าขยะประมาณ 1 ชั่วโมงเพื่อไล่ความชื้นให้เหลือ 8-12% ก่อนเข้าสู่จุดที่เจอไฟตรงกลางเตา ซึ่งควบคุมอุณหภูมิไว้ที่ 850–1,100 องศาเซลเซียส ความร้อนระดับนี้สามารถกำจัดกลิ่นและสลายโมเลกุลของไดออกซินได้ การเผาไหม้สามารถลดน้ำหนักขยะได้ถึง 85% และลดปริมาตรเหลือเป็นเถ้าต่ำกว่า 8% ความร้อนที่ได้จะนำไปต้มน้ำเป็นไอน้ำแรงดันสูง เพื่อหมุนกังหันไอน้ำผลิตกระแสไฟฟ้าได้ประมาณ 30 เมกะวัตต์
"เราจะสูบอากาศมิดชิดในบ่อขยะที่มีกลิ่นเหม็นเน่าเข้าไปเป็นออกซิเจนในเตาเผา โดยใช้ฮีตเตอร์ทำให้อากาศร้อนถึง 250 องศา เป่าไล่ความชื้นขยะไปเรื่อยๆ พอไปเจอไฟจริงๆ ขยะก็แห้งและติดไฟได้ง่าย"
อย่างไรก็ตาม การจัดการมลพิษทางอากาศก่อนปล่อยออกสู่ภายนอก โครงการใช้ระบบลดอุณหภูมิไอเสียอย่างรวดเร็วให้ต่ำกว่า 300 องศาเซลเซียสในเสี้ยววินาที เพื่อป้องกันไดออกซินประกอบตัวกลับมาใหม่ จากนั้นก๊าซจะถูกดักจับไอกรดด้วยน้ำปูนขาว และดักจับโลหะหนักด้วยถ่านกัมมันต์ ก่อนผ่านเข้าสู่เครื่องดักฝุ่นแบบถุงกรอง (Bag Filter) ที่ผลิตด้วยเส้นใยไฟเบอร์พิเศษ ทนความร้อนและกรดด่าง สามารถกรองฝุ่นขนาดเล็ก 0.1 ไมครอนได้ถึง 99.9%
อีกทั้งยังติดตั้งระบบตรวจวัดมลพิษออนไลน์ (CEM) ไว้ที่ปลายปล่องเพื่อรายงานผลต่อเนื่องให้ประชาชนตรวจสอบได้ตลอดเวลา โดยมาตรฐานมลพิษทางอากาศของโรงงานถูกกำหนดให้ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานทั่วไปอีก 15% ตามเงื่อนไขรายงาน COP ส่วนเถ้าที่เกิดจากการเผาไหม้จะถูกรวบรวมในไซโลระบบปิดเพื่อส่งไปวิเคราะห์และกำจัดอย่างถูกต้องต่อไป
"เราใช้ถุงกรองฝุ่นเส้นใยไฟเบอร์พิเศษที่ทนความร้อน ทนกรด ทนด่าง นำมาใช้ร่วมกับถ่านกัมมันต์และปูนขาว กรองฝุ่นที่เล็กมากๆ ถึง 0.1 ไมครอนได้ถึง 99.9% ปลายปล่องเราจึงสะอาดและได้มาตรฐานครับ"
ด้านการลงทุน นายเหอ หนิง กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการนี้ดำเนินงานภายใต้รูปแบบเอกชนร่วมลงทุน (BOT) โดยบริษัทลงทุนก่อสร้างเองมูลค่าประมาณ 6,000 ล้านบาท โครงสร้างรายได้มาจาก 2 ส่วน คือ ค่ากำจัดขยะจาก กทม. ในอัตรา 789 บาทต่อตัน และรายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยผ่านระบบของการไฟฟ้านครหลวง ซึ่งได้รับอัตราสนับสนุน 3.66 บาทต่อหน่วย
เป็นเวลา 20 ปี โดยไฟฟ้าที่ผลิตได้ประมาณ 13–14% จะถูกนำมาใช้ภายในโรงงาน ส่วนที่เหลือจะส่งออกจำหน่าย เมื่อครบสัญญา 20 ปี บริษัทจะต้องมอบกรรมสิทธิ์โรงงานทั้งหมดให้แก่ กทม.
บริษัทยังมีโรงงานที่หนองแขมที่เปิดเดินเครื่องมาเกือบ 10 ปี (500 ตันต่อวัน) และกำลังก่อสร้างหนองแขม 2 อีก 1,600 ตันต่อวัน ซึ่งเมื่อรวมทั้ง 3 โรงงาน จะสามารถรองรับขยะได้ถึง 3,700 ตันต่อวัน
"เราลงทุน 6 พันล้านบาทสร้างโรงงานนี้ ค่ากำจัดขยะจะนำมาดูแลค่าใช้จ่ายในการเดินเครื่องทั้งหมด ส่วนค่าไฟฟ้าที่ขายได้ เราต้องนำไปจ่ายหนี้ธนาคารและผู้ถือหุ้นครับ"
ทั้งนี้ ท่ามกลางความผันผวนของสถานการณ์พลังงานโลก โดยเฉพาะความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคตะวันออกกลางและบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่สำคัญ ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานปรับตัวสูงขึ้น นายเหอ หนิง ระบุว่า การมีโรงกำจัดขยะที่สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้เองภายในประเทศ จึงเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน และลดการพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศได้มากขึ้น
อย่างไรก็ดี โครงการยังให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของชุมชน โดยได้จัดประชุมกลุ่มเพื่อสร้างความเข้าใจและรับฟังข้อเสนอแนะ อีกทั้งยังมีการจ้างงานคนในพื้นที่มาเป็นเจ้าหน้าที่ชุมชนสัมพันธ์ (CSR) เพื่อประสานงานและแก้ไขปัญหาร้องเรียนอย่างรวดเร็ว ความไว้วางใจจากชุมชนสะท้อนให้เห็นจากโรงงานหนองแขม ซึ่งปัจจุบันมีโครงการหมู่บ้านจัดสรรระดับพรีเมียมเข้ามาสร้างโครงการติดกับพื้นที่โรงงานในระยะห่างไม่ถึง 300 เมตร สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในเทคโนโลยีกำจัดขยะที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
ขณะเดียวกัน เมื่อวันที่ 20 มี.ค. 69) นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามโครงการกำจัดมูลฝอยด้วยวิธีการเผาไหม้ เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้าขนาดไม่น้อยกว่า 1,000 ตัน/วัน ศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช เขตประเวศ
โดยสามารถ
●
รองรับขยะได้ไม่น้อยกว่า 1,000 ตัน/วัน
●
ผลิตไฟฟ้าได้ 30 เมกะวัตต์
●
ใช้เตาเผาอุณหภูมิ 850–1,100°C ลดมลพิษ
●
ลดการฝังกลบ เปลี่ยนขยะเป็นพลังงาน
โรงกำจัดขยะผลิตไฟฟ้า รองรับขยะกว่า 24,000 ตัน
อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่ :
https://www.pptvhd36.com/wealth/sustainability/271435
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมที่เว็บไซต์
https://www.pptvhd36.com
และช่องทาง Social Media
Facebook PPTV Wealth :
https://www.facebook.com/PPTVWealth/
YouTube Wealth :
www.youtube.com/@PPTVWealth
ขยะ
ลดขยะ
การจัดการขยะ
1 บันทึก
1
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย