27 มี.ค. เวลา 11:17 • หุ้น & เศรษฐกิจ

BLA มุ่งสร้างความ “ใส่ใจ” ชู 6 เสาหลักฝ่าความท้าทาย

พลิกเกมประกันชีวิตยุคสังคมอายุยาว ปักธงผลงานปี 2569 โต High Single Digit
ท่ามกลางกระแสความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและวิกฤตความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ธุรกิจประกันชีวิตไทยกำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญที่ต้องก้าวข้ามการเป็นเพียงผู้บริหารความเสี่ยงทางการเงิน ไปสู่การเป็นคู่คิดที่สร้างความมั่นคงในทุกมิติของชีวิต โดยเฉพาะในยุคสังคมอายุยืนที่ค่ารักษาพยาบาลพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การปรับองศาความคิดจากการเน้นยอดขายสู่การสร้างความเชื่อมั่นผ่านความใส่ใจในระยะยาว จึงกลายเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืนและแตกต่างในสมรภูมิการแข่งขันที่รุนแรง
คุณโชน โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จํากัด (มหาชน) หรือ BLA เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมา กรุงเทพประกันชีวิตมีการพัฒนาหลายด้าน ทั้งผลิตภัณฑ์ บริการ สิทธิประโยชน์ รวมทั้งแนวทางการสื่อสารที่เปลี่ยนไป
แต่สิ่งที่สําคัญกว่านั้น คือ เป็นการเปลี่ยนแปลงที่เริ่มจากวิธีคิดขององค์กร ซึ่งในปี 2569 จะถูกทําให้ชัดขึ้นภายใต้วิสัยทัศน์ใหม่ของการ “เป็นบริษัทประกันชีวิตอันดับหนึ่งในด้านความใส่ใจ” หรือ Be the Most Caring Life Insurance Company ซึ่ง “ความใส่ใจ” ไม่ได้หมายถึงเพียงการบริการที่ดี แต่หมายถึงความสามารถในการมองเห็นชีวิต ลูกค้าในมิติที่ลึกขึ้น
“ในวันนี้ลูกค้าไม่ได้ต้องการเพียงกรมธรรม์ที่ดี แต่ต้องการความมั่นใจว่าบริษัทประกันชีวิตที่เขาเลือกมอบความไว้วางใจ จะเข้าใจชีวิตของเขาในระยะยาว เราจึงมองว่าความใส่ใจ ต้องเป็นสิ่งที่สะท้อนอยู่ในทุกการตัดสินใจขององค์กร ตั้งแต่สิ่งที่บริษัทออกแบบ สิ่งที่ตัวแทนสื่อสารไปจนถึงสิ่งที่ลูกค้าได้รับจริงในชีวิตประจําวัน” คุณโชนกล่าว
กลยุทธ์ 6 เสาหลัก (6P) และเป้าหมายการเติบโตที่ท้าทาย
กรุงเทพประกันชีวิตได้วางโครงสร้างบน 6 เสาหลักของความใส่ใจ ได้แก่ Products, Professionalism, Policy, Privileges, People และ Planet เพื่อตอบโจทย์ “สังคมอายุยืน” (Longevity) ใน 4 มิติ: กายฟิต, เงินพร้อม, ใจสมดุล และความสัมพันธ์ที่ดี
Performance & Momentum: Growth Target: ตั้งเป้าเบี้ยประกันภัยรับปีแรกเติบโตแบบ High Single Digit (7-9%) สวนกระแสอุตสาหกรรมที่คาดการณ์ไว้เพียง 2.5-3.5% โดยมีปัจจัยหนุนจากเงินเฟ้อค่ารักษาพยาบาล (EC Inflation) ที่สูงถึง 10% ต่อปี 2569
Track Record: ปี 2568 มียอดเบี้ยปีแรกโตถึง 14% (สูงกว่าตลาดที่โต 3.6%) โดยโตในทุกช่องทาง: ธนาคาร (+13%), ตัวแทน (+12%) และช่องทางอื่นๆ (+25%)
Operational Efficiency: อัตราความพึงพอใจลูกค้าอยู่ที่ 98.2% ตัวแทนใหม่เพิ่มขึ้น 20% และมีผลงานเพิ่มขึ้น 25% ขณะที่แอปพลิเคชัน BLA Happy Life มีผู้ใช้งานพุ่งขึ้น 38%
แคมเปญ “ชีวิตดีเริ่มที่ใส่ใจตัวเอง” เจาะกลุ่ม Sandwich Generation
บริษัทเปิดตัวแคมเปญสื่อสารกับกลุ่ม Sandwich Generation หรือ “The Bearer” ที่ต้องแบกรับภาระดูแลทั้งลูกและพ่อแม่ ผ่านแนวคิด “ทฤษฎีหน้ากากออกซิเจน” ที่ระบุว่าเราต้องดูแลตัวเองให้ดีก่อน จึงจะมีความสามารถในการดูแลคนอื่นได้อย่างยั่งยืน โดยเตรียมเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาความยาว 4 นาที ในวันที่ 3 เมษายนนี้ เพื่อสร้างความตระหนักรู้ว่าการใส่ใจตัวเองไม่ใช่ความเห็นแก่ตัว แต่คือความรับผิดชอบต่อครอบครัวในระยะยาวเพื่อไม่ให้เป็นภาระของผู้อื่น
นวัตกรรมผลิตภัณฑ์และการลงทุน ท่ามกลางวิกฤตโลก
ในด้านผลิตภัณฑ์ BLA ส่ง Long Life Care “เจอ จ่าย แต่ไม่จบ” เน้นดูแลโรคที่เกิดจากความเสื่อมของสมอง เช่น อัลไซเมอร์ หรือหลอดเลือดในสมองแตก โดยจะจ่ายเงินชดเชยต่อเนื่องรายปีไปจนถึงอายุ 99 ปี หรือจนกว่าจะเสียชีวิต พร้อมร่วมมือกับพันธมิตรโรงพยาบาลชั้นนำ อาทิ กลุ่มกรุงเทพ (BDMS), บำรุงราษฎร์ และสมิติเวช ขยายบริการ Home Health Care ทั่วประเทศ
กลยุทธ์การลงทุนและสถานการณ์สงคราม
Investment Portfolio: เน้นสินทรัพย์มั่นคง (Fixed Income) 87% และสินทรัพย์เสี่ยง (หุ้น) 13% โดยเน้นพันธบัตรรัฐบาลเนื่องจากให้ผลแทนสูงกว่าหุ้นกู้ที่มีความเสี่ยงสูงกว่า พร้อมติดตามนโยบาย กนง. และอัตราแลกเปลี่ยนอย่างใกล้ชิด
War Impact: คุณโชนกล่าวถึงสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางว่าเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดความกังวลและความไม่แน่นอน ทำให้อนาคตสั่นคลอนและส่งผลกระทบต่อภาพรวมธุรกิจประกันชีวิตอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม บริษัทยังเชื่อมั่นว่าในสภาวะที่ความไม่แน่นอนสูง ประกันชีวิตจะเป็นทางเลือกที่มีความเสี่ยงต่ำและเป็น “ความจำเป็นพื้นฐาน” ที่ช่วยสร้างสวัสดิการและความมั่นคงให้กับประชาชนได้
ESG & Sustainability: บริษัทสามารถลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ได้มากกว่า 30% เมื่อเทียบกับปี 2564 ใช้พลังงานทดแทนจากโซล่าเซลล์ 10% และนำระบบ AI มาใช้ควบคุมเครื่องปรับอากาศเพื่อประหยัดพลังงาน
โฆษณา