28 มี.ค. เวลา 01:08 • หุ้น & เศรษฐกิจ

EP 68 EU คืนชีพ Nokia สะเทือน Huawei

ชาว Pamallian ทุกท่านครับ วันนี้เราจะพักสายตาจากสมรภูมิโดรนและมิสไซล์ในตะวันออกกลาง เพื่อมาส่องกล้องมอง "สงครามเงียบ" ที่ทรงพลังไม่แพ้กัน นั่นคือการขับเคี่ยวบนสมรภูมิโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เมื่อสหภาพยุโรป (EU) ตัดสินใจเขย่าตัวปลุก "ยักษ์หลับ" อย่าง Nokia ให้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาเป็นปราการด่านหน้าในการสกัดกั้นอิทธิพลของ Huawei
Nokia คืนชีพ 2020 vs 2025
ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา Nokia ไม่ได้อยู่เฉยๆ แต่ถูกผลักดันด้วยกลไกการเมืองระดับทวีป EU ได้ใช้กฎหมายความมั่นคงไซเบอร์บีบให้ประเทศสมาชิก "ถอดถอน" อุปกรณ์ความเสี่ยงสูง (High-risk vendors) ซึ่งหมายถึง Huawei เพื่อเปิดทางสะดวกให้ Nokia
  • ปี 2020: รายได้อยู่ที่ 21.85 พันล้านยูโร เป็นช่วงที่ Nokia กำลังงัวเงียจากการปรับตัวเข้าสู่ยุค 5G ที่ล่าช้า
  • ปี 2025: รายได้สุทธิอยู่ที่ 19.89 พันล้านยูโร แม้ตัวเลขรายได้รวมจะลดลงจากการเสียส่วนแบ่งในอเมริกาเหนือ แต่ Profitability กลับแกร่งขึ้น โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นถึง 43.5% และกระแสเงินสดอิสระ 1.5 พันล้านยูโร
Pamallia Insight: นี่คือผลจากการรีแบรนด์มุ่งเน้นไปที่ Cloud & AI Infrastructure มากกว่าการสู้รบในตลาดอุปกรณ์ราคาถูก
ภูมิทัศน์ตลาด Telco Cloud
ชาว Pamallian รู้ไหมว่าหัวใจของระบบ 5G และ 6G ใครคุมซอฟต์แวร์ควบคุมเครือข่ายได้ คนนั้นคุมข้อมูลโลก
Top 5 Market Share
หากรวมส่วนแบ่งของ Huawei, Ericsson และ Nokia จะพบว่าครองโลกไปแล้วถึง 70.4% สะท้อนสภาวะ "ตลาดผู้ขายน้อยราย" (Oligopoly) อย่างชัดเจน แต่ที่น่าตกใจคือรายได้รวมของ Huawei นั้นใหญ่กว่าคู่แข่งยุโรป 4-5 เท่า เพราะมีการขยายไปทำ Consumer Electronics และ Energy ด้วย
ยุทธศาสตร์ Nordic Alliance
เพื่อสู้กับยักษ์จีน Ericsson และ Nokia จึงลดการแข่งกันเองแล้วหันมาจับมือกันพัฒนามาตรฐาน Service Management and Orchestration (SMO) เพื่อใช้ AI คุมเครือข่ายแบบข้ามค่าย
  • ผลกระทบต่อ GDP: อุตสาหกรรมเทคโนโลยีนี้คิดเป็น 4.7% ของ GDP ยุโรป
Pamallia Insight:
  • ในขณะที่ยุโรปยังลังเล แต่อเมริกาเหนือคือ "เขตปลอด Huawei" 100% ส่งผลให้ Nokia มีสัดส่วนรายได้จาก NA ถึง 35% และ Ericsson เพิ่งคว้าดีลยักษ์จาก AT&T มูลค่ากว่า 5 แสนล้านบาท
  • หากยุโรปรักษาความเป็นผู้นำ 5G/6G ได้ จะเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจได้ถึง 1 ล้านล้านยูโร ภายในปี 2030 หากล้มเหลว ยุโรปจะกลายเป็นเพียง "ผู้บริโภค" ที่ต้องส่งส่วยข้อมูลให้จีนหรือสหรัฐฯ เท่านั้น
ทำไม Huawei ยังโตได้?
แม้จะโดนแบนจากตะวันตก แต่ Huawei กลับทำรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปี 2024 (8.62 แสนล้านหยวน)
The Dragon’s Resilience
Pamallia Insight: 6G Perfection
  • ในเชิงภูมิรัฐศาสตร์: โอกาสเป็น "ศูนย์" เนื่องจากกฎหมาย De-risking ของ EU และกฎหมายความมั่นคงของจีนเป็นเส้นขนานที่ไม่มีวันบรรจบ
  • 6G Perfection: หาก Nokia ร่วมทุนกับ Huawei จะโดนสหรัฐฯ แบนทันที ซึ่งหมายถึงการเสียรายได้ 35% จากอเมริกาเหนือ โลกกำลังมุ่งสู่ยุค "Splinternet" ที่มาตรฐานเทคโนโลยีจะแยกออกจากกันโดยสิ้นเชิง
ชาว Pamallian ครับ ในวันที่ตลาดไทยเหลือผู้เล่นแค่ 2 ราย และเราไม่สามารถผลิต Core Network เองได้ เราควรเลือก "ความปลอดภัยที่เป็นสากลแต่ราคาสูง" หรือ "ความล้ำสมัยที่คุ้มค่า" การเลือกครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของสัญญาณมือถือ แต่มันคือการวางตำแหน่งยุทธศาสตร์ของระบบเศรษฐกิจดิจิทัลไทยไปอีกอย่างน้อย 10-20 ปีข้างหน้า
คุณคิดว่าประเทศไทยควร "เลือกข้าง" หรือจะยังคงใช้กลยุทธ์ Multi-vendor ต่อไปได้อีกนานแค่ไหนในวันที่โลกกำลังแยกขั้ว?
ศัพท์เศรษฐศาสตร์
Digital Sovereignty (อธิปไตยทางดิจิทัล): ความสามารถของประเทศหรือภูมิภาคในการควบคุมโชคชะตาทางดิจิทัลของตนเอง ทั้งในด้าน Data, Infrastructure โดยไม่ต้องพึ่งพาหรือถูกครอบงำโดยเทคโนโลยีจากมหาอำนาจอื่น
Oligopoly (ตลาดผู้ขายน้อยราย): สภาวะตลาดที่มีผู้ขายเพียงไม่กี่รายครอบครองส่วนแบ่งส่วนใหญ่ ทำให้ผู้ซื้อมีทางเลือกน้อย และผู้ขายมีอำนาจในการกำหนดราคาหรือทิศทางของอุตสาหกรรมสูง
De-risking (การลดความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์): นโยบายทางเศรษฐกิจที่มุ่งเน้นการ "ลดการพึ่งพา" ประเทศใดประเทศหนึ่ง ในด้านที่สำคัญต่อความมั่นคง โดยไม่ถึงขั้นตัดขาดความสัมพันธ์ทางการค้าทั้งหมด (Decoupling) แต่เป็นการกระจายความเสี่ยง
Multi-vendor Strategy (กลยุทธ์การจัดหาจากหลายผู้ผลิต): นโยบายการสร้างโครงข่ายโดยใช้อุปกรณ์จากผู้ผลิตหลายรายผสมผสานกัน เพื่อลดการผูกขาด เพิ่มอำนาจการต่อรองเรื่องราคา และสร้างความยืดหยุ่นหากผู้ผลิตรายใดรายหนึ่งประสบปัญหา
โฆษณา