28 มี.ค. เวลา 06:55 • การเมือง

[การวนเวียนของสามนิ้ว และ ปัญญาชนไทย เมื่อพรรคภูมิใจไทยชนะเลือกตั้ง]

ก่อนที่ฉันจะเขียน ฉันต้องเริ่มต้นก่อนว่า ฉันเป็นประชาชน ฉันสามารถบ่นได้อย่างมีความชอบธรรม 100% ไม่ว่าจะเป็น สังคมไทยขวาหันไปหมดแล้ว
น้ำมันแพง ของแพงก็ทำใจ เพราะว่า ประชาชนผู้ทรงอำนาจสูงสุดเป็นคนเลือกเขามาเอง
พรรคที่ฉันเชียร์ คือพรรคเพื่อไทย ถึงได้รับเชิญไปร่วมรัฐบาลกับพรรคอันดับ 1 แต่พรรคเพื่อไทยหัวใจคือประชาชน เพราะประชาชนเขาเลือกภูมิใจไทย แล้วเขาเชิญเพื่อไทยไป เราก็ไปครับ ตามหลักการประชาธิปไตยแบบรัฐสภานั้นแหละ
นั้นหมายความว่า ฉันในฐานะที่เชียร์เพื่อไทย ฉันสามารถที่จะพูดได้ทุกเรื่อง
สามารถตัดพ้อได้ การไปร่วมรัฐบาล ย้ำว่านี้คือการไปร่วมรัฐบาล ไม่ได้เท่ากับ เราต้องเห็นด้วยกับแกนนำทุกเรื่อง เพราะประชาธิปไตยรัฐสภา การไปชวนร่วมรัฐบาลไม่เท่ากับ การไปรุกล้ำ อธิปไตยทางการเมืองซึ่งกันและกัน ฉันคิดว่าฉันไม่จำเป็นต้องสอนพวกสามนิ้วอะไรหรอกครับ เพราะสภาพสามนิ้ว ณ ตอนนี้ และคิดว่าสามนิ้วเมื่อก่อนที่ฉันเคยร่วมอินด้วย ไม่ว่าจะเป็น รัฐมนตรีคนนอกแบบรัฐมนตรีแคนนาดา ที่แชร์กันรัว ๆ ว่าอยากได้ชิบหาย put the right man on the right job
อะไรเลย โดยที่สารตั้งต้นการถกเถียงมาจากที่พลวัตตอนนั้นพูดกันว่า "นายกต้องเป็น สส." เท่านั้น วิวัฒนาการการถกเถียงกลายเป็น ครม.แคนนาดานี้แหละ
ถ้าคนเราจะเข้าใจประชาธิปไตยรัฐสภา และประชาธิปไตยที่ไม่ได้สวยงามดั่งทุ่งลาเวนเดอร์ เหมือนที่ม็อบสามนิ้วเคยเรียกร้อง และตะโกนพร้อมกันว่า "เมื่อท้องฟ้าสีทองผ่องอำไพ ประชาชนจะเป็นใหญ่ในแผ่นดิน" จะไม่มี Mentality
ในเชิงศีลธรรมทางการเมืองอะไรเลย เช่น ด่าเขาปาว ๆ แต่ก็ไม่รวมกับเขา ความจำสั้นหรอ ? อย่าให้ได้วนเรื่องประชาธิปไตยที่ต้องเอาเสียงประชาชนนำ ไม่ใช่ความรู้สึกนำ แม้เสียงประชาชนนั้นไม่ถูกใจเรา เราก็ต้องเคารพเสียงของประชาชนผู้ทรงอำนาจสูงสุดแล้วให้ประชาชนคนไทยได้เรียนรู้ประชาธิปไตยที่ไม่หวานมากไป ไม่ขมมากไป ไม่มีมีความกลมกล่อม แบบนี้แหละครับที่เป็นโอกาสอันดีที่สังคมไทยควรได้เรียนรู้กับสิ่งที่ตัวเองได้เลือกกันข้ามา ดีไม่ดี ควรได้เลือกใหม่
และควรอยู่ให้ครบวาระ 4 ปีด้วย ไม่ชอบก็ต้องอดทน เพราะประชาธิปไตยไม่ใช่ผลไม้ที่หวานมาก กินแล้วอร่อยนะครับ
ก่อนจะ Active citizen ที่ล้นเกิน ก่อนจะแซะฝ่ายขวาว่าคนดีย์ เอากระจกส่องตัวเอง ว่าขวาหันหรือยังวะ ?
ทำใจนะครับ ปัญญาชนไทย
ทำใจนะครับ พวกสามนิ้ว จริง ๆ
ถ้าพวกคุณสมาทาน "เมื่อท้องฟ้าสีทองผ่องอำไพ ประชาชนจะเป็นใหญ่ในแผ่นดิน" ซึ่งประชาชนเลือกพรรคภูมิใจไทยมาเป็นอันดับ 1
พวกคุณควรจะเคารพผลการเลือกของประชาชนผู้ทรงอำนาจสูงสุดของประเทศนะครับ
พวกสามนิ้วนะควรที่จะยอมรับความจริงนะครับว่าพรรคที่พวกคุณเชียร์ไปปลดแอกฝ่ายขวาด้วยการอ้าง confident and supply ที่อาจารย์สิริพรรณ แทงสวน สวัสดี ใช้คำว่า "ในทางปฏิบัติ คือการติดอาวุธให้พลังอนุรักษ์นิยม ซึ่งซบเซา กลับมามีพลัง" ที่เขียนใน Facebook (https://www.dailynews.co.th/news/5155395/) ง่าย ๆ ครับ ตั้งแต่พวกคุณไปครางชื่ออนุทินเมื่อวันที่ 5 ก.ย. 68 เดี๋ยวพวกสามนิ้ว และ พวกปัญญาชนไทย ก็จะวนเวียนเรื่องข้ามขั้ว
เพื่อไทยปลุกฝ่ายขวาขึ้นมามีอำนาจ นั้นคือ สามนิ้ว และ ปัญญาชนไทย ไม่ยอมรับความจริงว่า ตอนเพื่อไทยข้ามขั้ว สังคมไทยไม่ได้ขวาจนมากเกินไป และไม่ได้ซ้ายจนมากเกินไป อยู่ดี แต่ไม่เป็นไรหรอกครับ ให้เขาวนไป เราก็จะวนบ้าง เอาให้เวียนหัวไปเลย เพราะมันไม่ได้ผิดข้อเท็จจริงอะไรทั้งนั้น เพื่อไทยข้ามขั้วไหม ? ใช่ครับ ข้ามจริง ปาร์ตี้ช็อกมิ้นไหม ใช่มีจริง แต่สังคมไทยทั้งสังคมขวาหันไหมอ่ะ ?
ฉันคิดว่าคนที่อ่านบทความนี้ของฉัน คงต้องไปตอบคำถามตัวเองอ่ะครับ ซึ่งเอาภาพโดยรวมนะครับ ไม่ใช่ในสายตาสามนิ้วและปัญญาชนไทยนะครับ ถ้าอะไรไม่ได้ดั่งใจปัญญาชนไทยนั้นแหละขวาหัน ในสายตาของปัญญาชนไทยที่ไม่ยอมรับที่ว่า ประชาธิปไตยจริง ๆ แล้วมันไม่ใช่ผลไม้สุกงอม หอมหวาน พูดล้านรอบ ก็จะพูดเหมือนเดิม พอข้ามขั้วทุกอย่างคือขวาหมดในสายตาของพวกเขา
ซึ่งฉันก็ห้ามพวกเขาคิดไม่ได้อยู่ดีนั้นแหละ และเราก็ตอบไม่ได้ว่า วิธีคิดของเขาถูกหรือผิด ไม่รู้หรอก ให้พลวัตทางการเมืองมันตอบคำถามพวกเขาเองว่า วิธีคิดของพวกเขานั้นถูกหรือไม่ ? ถ้าจะให้พูดง่าย ๆ คือ "ให้กาลเวลามันเป็นคนตอบพวกเขาเองนั้นแหละ" จ้า
ซึ่งฉันมองว่า สิริพรรณ แทงสวน ตั้งแต่หลังเลือกตั้ง แทงสวนรัว ๆ และขัดกับความเชื่อทางความคิดของปัญญาชนไทยหลาย ๆ คน และสามนิ้วหลาย ๆ คน
ขนาดเราเองยังขยี้ตาเลยว่า เห้ยยยย สิริพรรณ นกส้มไปกินอะไรม๊าาาา ตอนแรกเรียกนกส้ม ตอนนี้เรียกแทงสวน ละ เพราะแทงสวนรัว ๆ สุด ๆ เช่น ข้ามขั้วไหม ? ใช่ข้ามขั้ว แต่ถามว่าผิดหลักการประชาธิปไตยรัฐสภาไหม ? คำตอบคือไม่ผิดอะไรเลย การที่บ่นกระปอดกระแปดของสามนิ้วว่า เห้ย พรรคแดงจะไม่ผิดอะไรเลยใช่ไหม เรื่องข้ามขั้วนี้ ใช่ครับ ไม่ผิดตั้งแต่ข้ามขั้วแล้ว จะดีจะชั่ว พรรคที่ฉันเชียร์เข้าสู่อำนาจตามครรลองของประชาธิปไตย ซึ่งความจริงพรรคอันดับ 2
มีความชอบธรรม 100% ที่จะตั้งรัฐบาลแข่งด้วยซ้ำ และ พรรคที่ฉันเชียร์เขาไม่ทำ เขาให้พรรคอันดับ 1 จัดตั้งรัฐบาล แต่ พรรคอันดับ 1 จัดตั้งรัฐบาล ต้องมาคุยคายพรรคอันดับ 2 ทำไม ? ตั้งแต่วันนั้น ดราม่าหยุมหยิมม๊าก ในวันนั้น ก็คงไม่ต่อความยาวสาวความยืดอะไรนะครับ สุดท้ายข้ามขั้วมา โอเค นโยบายทำได้บ้าง ทำไม่ได้บ้าง แล้วแต่จะวิจารณ์เพราะเขาเป็นรัฐบาล ก็จะวนกลับมาอีกว่า ตอนเพื่อไทยเป็นรัฐบาล พลวัตสังคมไทยโดยรวมไม่ได้ขวาจัดเต็มขนาดนี้ มีการบาลานซ์ทางความคิดได้มากกว่านี้ รัฐบาลไปขวา ก็รุมฉอตว่า เห้ย
คุณจะขวามากไม่ได้นะ ณ วันนั้นก็รุมฉอตกันได้นี้ พอรัฐบาลหันไปทางซ้าย เจอฝ่ายขวารุมฉอตและฝ่ายซ้ายไม่จริงฉอต ยกตัวอย่าง รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย เจอซ้ายไม่จริงฉอต ด้วยวลีเด็ดที่ว่า "เอาภาษีคนทั้งประเทศให้คน กทม. ขึ้นรถไฟฟ้า 20 บาท นายทุนสบายเล๊ย พุงโตเลย" ทีนี้เห็นหรือยังว่า พลวัตทางสังคมไทยโดยรวมไม่ได้ขวาจัด ขวาชาตินิยมอันล้นเกินมากเกินไป แม้แต่ช่วงที่มีคลิปเสียงแพทองธารออกมา แล้วศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่
สังคมไทยยังมีการบาลานซ์ทางความคิดเหมือนเดิม ถึงแม้ ฝ่ายซ้าย ก้าวหน้ากว่าใคร เล่นมุก "อังเคิ้ลคะอยากได้อะไรก็บอก" หรือ แม้แต่คำว่า "อีหลานฮุนเซน" โดยที่ไม่มีใครฟังเนื้อหาอะไรเลยว่าพูดเรื่องอะไรเลย ? รวมไปถึงพวกหัวหอกทางความคิดของคนหัวก้าวหน้า ช่างขยันผลิต Content เสิร์ฟฝ่ายขวาจารีตนิยมตลอดเวลา ซึ่งฉันเคยติดแท็ก #สองไม่เอา2025 ทันที
เพราะภาพที่ฉันเห็นเหมือนช่วงนิรโทษกรรมสุดซอย เป๊ะม๊าก ที่ท้ายที่สุด พลวัตสังคมไทยก็เริ่มโหยหาอำนาจนอกระบบ สุดท้ายก็รัฐประหาร 2557 เหตุการณ์แบบว่า แทบจะเหมือนกันเลยด้วยซ้ำ ในสายตาของฉันเอง
สิ่งที่ขำอีกข้อนึง ฉันขออนุญาตพาดพิงเลย คือ ประทีป คงสิป นักวิเคราะห์การเมืองขวัญใจคนหัวก้าวหน้า ผู้ที่วนเวียนที่นักการเมืองต้องเป็นแบบนั้น ต้องเป็นแบบนี้ แต่ตัวเองบอกว่าสมาทานเสรีนิยม
ประชาธิปไตยนะครับ
เรามาอ่านโพสเมื่อก่อนนะครับใน X ของประทีป คงสิป (https://x.com/tawanten/status/1972698516318466493?s=20) ซึ่งเขียนอย่างจัดเต็ม โหว ถ้าฉันเป็นศุภจี ฉันลอยแล้วนะ เพราะตอนนั้นพวกคุณชื่นชมจริง ชื่นชมหนักมากจนล้นเกิน เมื่อรู้ว่าถูกขุด ความสามารถของประทีป คงสิปในฐานะนักวิเคราะห์การเมือง เขียนลงใน Facebook สรุปอย่างกระชับว่า "พี่เอี่ยว มองว่า “ศุภจี” เป็นคนเก่งจริงจากผลงานภาคเอกชนระดับท็อป (ไอบีเอ็ม–ไทยคม) แต่การเข้าสู่การเมืองอาจ “อยู่ผิดที่ผิดทาง” และจังหวะไม่ดี
ทำให้ถูกตั้งคำถามเรื่องความสามารถ แม้ยังเชื่อว่าเธอมีศักยภาพสูง และอาจต้องพิสูจน์ตัวเองต่อในเส้นทางการเมืองต่อไป" (https://www.facebook.com/share/p/1DMmQq2YkB/) ยอมใจครับ เอาตัวเองไม่ลง ชมเต็มที่ไปแล้วเจอนางแบกล้อเข้าไป คือ เสียทรงพอสมควร ซึ่งนางแบกอ่ะมันอวย เพราะปั่น เพราะ Content เพราะอินฟลูท่านนึง เขียนลงใน Facebook ว่า ถ้าอยากให้ทัวร์นางแบกลงก็อวยศุภจีสิ สุดท้ายนางแบกอวยเอง
เจน AI มาอวย แม้กระทั่งห้องสมุดการเมือง อวยเช่นกัน ตามกำลังศรัทธาของอินฟลูก้าวหน้าท่านนั้นแหละที่ insecure กับนางแบกอย่างถึงที่สุด
ด้วยเหตุนี้ฉันจึงเขียนเรื่อง รมต.คนนอก ที่โพสนี้ (https://www.facebook.com/share/p/1AtAexAXTE/) ซึ่งฉันเขียนโต้แย้งประเด็น “นายก–รัฐมนตรีคนนอก” โดยชี้ว่า ภายใต้รัฐธรรมนูญปี 2560 นายกไม่จำเป็นต้องเป็น ส.ส. และมีอำนาจเลือก ครม. จะเป็นคนนอกก็ไม่ผิดหลักประชาธิปไตย เพราะความชอบธรรมมาจากประชาชนผ่าน
พรรคการเมือง
โดยฉันมองว่าการเรียกร้องให้นายกต้องเป็น ส.ส. แต่ยอมรับรัฐมนตรีคนนอก เป็นจุดยืนที่ขัดแย้ง และสะท้อนปัญหา “ยึดคนดีเหนือระบบ” มากกว่ายึดหลักประชาธิปไตยแบบตัวแทน
ข้อสรุปหลักคือ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ “คนนอก” แต่คือวัฒนธรรมการเมืองไทยที่หลงบุคคลและสร้างเงื่อนไขพิเศษ แทนที่จะยึดกลไกเลือกตั้งและความรับผิดชอบของรัฐบาลต่อประชาชน
สุดท้าย เมื่อพลวัตสังคมไทยหลังจากที่พรรคประชาชนครางชื่อ
อนุทินวันที่ 5 ก.ย. 68 แล้วพลวัตสังคมไทยก็เริ่มขวาหันมากขึ้น ก็คงตรงกันกับที่อาจารย์สิริพรรณ แทงสวน สวัสดี ได้โพสลงใน Facebook ว่าเป็นการติดอาวุธให้อนุรักษ์นิยม ซึ่งสำหรับฉัน สิริพรรณ แทงสวน มีความกล้าหาญที่จะสวนกระแสในตอนนั้น ทั้ง 66 และ 68 แทงสวนสุด ๆ จนฉันเองประหลาดใจ เพราะฉันเคยเรียกนกส้มมาก่อน เจ้าแม่ MMP ด้วยนะ แต่ขอบคุณที่กล้าหาญที่จะแทงสวน
เพื่อนปัญญาชน และปัญญาชนทั้งหลายในคราบของนักวิเคราะห์การเมืองทั้งหลายด้วยนะครับ ซึ่งก่อนที่จะครางชื่ออนุทิน สังคมไทยทั้งสังคมไทยไม่ได้ขวาหันอะไรขนาดนั้น แต่พอครางปุ๊ป ทั้งขวาหัน!! ทันที แบบห้ามไม่หยุดฉุดไม่อยู่ และที่สำคัญ ฉัน นางแบกเพื่อไทย ฉันมีสิทธิ์บ่นได้ ตัดพ้อได้ 100% เพราะประชาธิปไตยในมุมมองของฉัน คือความ inclusiveness มีความหลากหลาย ซ้ายจัดบ้าง
ซ้ายบ้าง ขวาจัดบ้าง ขวาบ้าง และสามารถถกเถียงกันทางความคิดได้ พรรคที่ฉันเชียร์ไม่ได้ทำอะไรผิดหลักการอะไรเลยแม้แต่ครั้งเดียว อย่าให้ฉันต้องพูดรอบที่ล้านว่า ฉันไม่โอเคตั้งแต่จอมขวัญ จี้ถามหมอชลน่านเรื่องจับมือกับลุงไม่จับมือกับลุง แล้วด้วย คงปล่อยให้ท่านผู้อ่านได้อ่านโพสนี้ของฉันเอง (https://www.facebook.com/dangcorgi/posts/pfbid03tPotV9gCaxgyCh14GH5gZqjibQ11k1hjbaNKw2HjqKa8A4kpNu9ExNj8YTcAuoXl)
เรียนเชิญอ่านกันเอง
และที่สำคัญประชาธิปไตยในมุมของฉันคือ ฉันเอาเสียงของประชาชนนำ ไม่ใช่เอาความรู้สึกนำ ฉันคงไม่วนกลับไปพูดถึงประชาธิปไตยรัฐสภา 101 แล้วนะ แล้วการเป็นพรรคร่วมไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยกับแกนนำทุกเรื่องแล้วนะ แล้วยิ่งวนว่า ด่าเขาแต่ไปร่วมกับเขาเนี้ย อันนี้คือการเมืองเชิงศีลธรรม ที่ฉันเองก็มองว่าปลูกฝังมานานแล้วตั้งแต่สมัยม็อบสามนิ้วแล้ว ที่ทำเสื้อคนดีย์ขาย แล้วใส่ไปม็อบเพื่อเสียดสีฝ่ายขวานั้นอ่ะ ตอนนี้ก็คือ หยิบที่พลวัตสามนิ้วเคยแซะกลับมา
ใช้เองทั้งหมดเลย สภาพ!!!!!!
และวนกลับไปอีกครั้งนึงว่า การเมืองเชิงศีลธรรม เคยพาสังคมไทยก้าวไปข้างหน้าจริง ๆ หรือไม่ ? หรือมันส่งผลดีต่อประชาธิปไตยในระยะยาวอย่างไร ?
ไม่ต้องหวังเลยครับเลิกหวังที่จะให้มวลชนกลับมาเป็นเหมือนเดิม ก็คงยากแล้ว มันมองหน้าอะไรกันไม่ติดแล้วด้วย และหลังจากนี้ก็จะวนเวียน เวียนวนเป็นกลายเป็นสายไฟหยึกหยืย แล้วแหละครับ ที่ไม่สามารถหาปมได้เจออีกเลย
ก็จะวนมาที่ แม่ง สมการการเมืองมันเลวตั้งแต่ข้ามขั้ว แล้วนางแบกเฮลั่น แม่ง นางแบกแม่ง แม่ง นางแบกจะบ่นทำไม ก็ไปร่วมรัฐบาลกับเขา วนไปเรื่อย ๆ แบบนี้อ่ะครับ นี้แหละคนหัวก้าวหน้าที่พวกเขาใฝ่ฝัน ท้องฟ้าคงสีทองผ่องอำไพให้อยู่หรอก
ที่สำคัญ ณ เวลานี้เป็นโอกาสอันดีที่สังคมไทยจะได้เรียนรู้
ประชาธิปไตยที่ไม่ใช่ผลไม้อันสุกงอมหอมหวาน
ประชาธิปไตยที่ไม่ได้ถูกใจเราในทุกเรื่อง
คนไทยควรได้เรียนรู้ทุกคน ที่จะอยู่กับความไม่ถูกใจ ไม่ได้ดั่งใจ
เมื่อสีน้ำเงินชนะเลือกตั้ง นี้คือแบบทดสอบของสังคมไทยจริง ๆ ที่ควรจะอยู่กับประชาธิปไตยที่ไม่ได้ดั่งใจแบบนี้ไปอีก 4 ปี
แล้วเรามาสู้กันใหม่
แต่ถ้ายังทำใจไม่ได้ โดยเฉพาะพวกสามนิ้ว AKA คนหัวก้าวหน้าทั้งหลาย ก็คงวนเวียนในเรื่องการเมืองเชิงศีลธรรม วนกลับไปอีกในตลอด 4 ปีเช่นกัน
ซึ่งฉันก็ช่วยไม่ได้จิง ๆ ครับ
และนี้คือทั้งหมดของบทความที่ชื่อว่า การวนเวียนของสามนิ้ว เมื่อพรรคภูมิใจไทยชนะเลือกตั้ง
ขอบคุณทุกคนที่อดทนอ่านจนจบ ถ้าชอบก็แชร์ได้
บันทึกไว้วันที่ 26 มี.ค. 69
โฆษณา