Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
วินทร์ เลียววาริณ
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
29 มี.ค. เวลา 15:09 • ภาพยนตร์ & ซีรีส์
HAIL MARY | 8.5/10
(บทรีวิวมีสปอยเลอร์โครงเรื่องเล็กน้อย)
ในปี 1982 มีหนังไซไฟเรื่องหนึ่งทำเงินมหาศาล สุภาพบุรุษคนหนึ่งที่ผมรู้จักไปดูหนังเรื่องนี้แล้วร้องไห้เหมือนเด็ก
หนังเรื่องนี้คือ E.T. the Extra-Terrestrial หรือมักเรียกสั้นๆ ว่า E.T. ผลงานของพ่อมดความฝัน สตีเวน สปีลเบิร์ก เรื่องมิตรภาพของเด็กน้อยคนหนึ่งกับ 'มนุษย์ต่างดาว' ที่หลงทาง กำลังหาทางกลับบ้านที่ดาวเคราะห์ดวงหนึ่ง
หนังเกือบไม่ได้เกิด เพราะสตูดิโอ Columbia Pictures มองไม่เห็นว่าเรื่องเข้าท่าตรงไหน โชคดีที่อีกเจ้าหนึ่งคือ Universal Pictures มองเห็นศักยภาพ หนังสร้างด้วยทุนสิบล้านเหรียญ ทำเงินเกือบ 800 ล้านดอลลาร์
หนังประสบความสำเร็จเพราะมันออกจากพื้นที่ไซไฟเข้าสู่หนังชีวิตที่ซาบซึ้ง มิตรภาพระหว่างสองสายพันธุ์ ประโยค "อี.ที. โฟน โฮม" ยังเป็นที่จดจำจนทุกวันนี้
พูดง่ายคือมันเป็น heartfelt sci-fi
44 ปีต่อมา หนังไซไฟอีกเรื่องหนึ่งมาแนวคล้ายกัน หนักไซไฟกว่า แต่ดูเหมือนได้ผลคล้ายกัน
คือ Project Hail Mary สร้างจากนวนิยายของ Andy Weir คนเขียน The Martian ที่ ริดลีย์ สกอตต์ สร้างเมื่อหลายปีก่อน
มันคล้าย E.T. + Sunshine นั่นคือรวมพล็อตแนวมิตรภาพต่างสายพันธุ์เข้ากับเรื่องปฏิบัติการกู้โลก
หนังเล่าแบบสองไทม์ไลน์ ไทม์ไลน์หนึ่งคือเรื่องที่กำลังเกิดขึ้นในอวกาศลึก อีกไทม์ไลน์หนึ่งปูพื้นหลังของตัวละครหลักบนโลก นี่ทำให้หนังสร้างความอยากรู้ ทำให้น่าติดตาม
นี่เป็นนวนิยายเรื่องที่สองของ Andy Weir แต่โครงเรื่องนี้ก็มีกลิ่นของเรื่องแรก คือตัวเอกต้องแก้ปัญหาคนเดียวกลางอวกาศกว้าง
อย่างไรก็ตาม พล็อตเรื่อง (ในหนัง) แบบไปวัดดวงเอาข้างหน้า ทำให้เรื่องไม่ค่อยสมจริง และหนังยืดไปหน่อย หลายท่อนซ้ำๆ กัน หลายท่อนก็ไม่จำเป็นต่อเรื่อง
แต่ในส่วนของดรามา โดยเฉพาะท่อนท้าย ทำได้ดี โดยเฉพาะเมื่อตัวละครหลักต้องคิดว่าราคาของมิตรภาพนั้นคุ้มหรือไม่
หนังชี้จุดหนึ่งที่ต่างจากหนังภารกิจกู้โลกทั่วไปคือ แทบทุกเรื่องที่เราเคยดู ตัวเอกอาสาไปทำงานเพื่อโลก แต่หนังเรื่องนี้ชี้มุมตรงข้าม คือมุมความเสียสละตน
ในปลายสงครามโลกครั้งที่สอง ญี่ปุ่นกำลังแพ้ จึงออกแบบภารกิจกามิกาเซ บินไปเที่ยวเดียว ไม่ต้องกลับ นักบินหลายคนไม่ได้อยากไปตาย แต่ก็ต้องไป
สุดท้ายตัวละครเอกก็ต้องตัดสินใจเรื่องความเสียสละตน
จุดเด่นของเรื่องคือการแตะความรู้สึกของคนดู เหมือนหนังชีวิตที่ใช้ฉากไซไฟมากกว่าหนังไซไฟซีเรียสเรื่องอื่นๆ ในแนวคล้ายกัน เช่น Arrival
ข้อสังเกตหนึ่งคือการออกแบบสิ่งมีชีวิตต่างดาว ต่อให้นักเขียนคิดรูปร่างหน้าตาของสิ่งมีชีวิตต่างดาวที่ต่างจากคนแค่ไหน เมื่อสร้างเป็นหนัง ก็หนีไม่พ้นการออกแบบอวัยวะที่เหมือนแขนขาคน เดินได้ พูดได้ ไม่เช่นนั้นคนดูก็ดูไม่รู้เรื่อง
แต่นี่เป็นรายละเอียดปลีกย่อย ท้ายที่สุดแล้ว เราก็วัดค่าของหนังที่หัวใจของมัน
โก้วเล้งเคยบอกว่า นิยายกำลังภายในมีมากมาย แต่ท้ายที่สุดแล้ว เรื่องคุณธรรมน้ำมิตรก็เป็นแกนหลักที่สำคัญที่สุด
8.5/10
ฉายในโรงภาพยนตร์
วินทร์ เลียววาริณ รวมบทรีวิวหนังจำนวนหลายร้อยเรื่องในหนังสือใหม่ บ้าหนัง 1-4 มีจำหน่ายในรูปอีบุ๊คที่เว็บไซต์
winbookclub.com
และที่ MEB (คีย์คำว่า วินทร์ เลียววาริณ)
(มาตรการให้คะแนนของ วินทร์ เลียววาริณ : ความคิดสร้างสรรค์ + สาระ + ศิลปะการเล่าเรื่อง)
1 บันทึก
13
1
13
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย