30 มี.ค. เวลา 11:09 • สิ่งแวดล้อม

เมืองเก่ามรดกโลก โศกนาฏกรรมแห่งเชียงใหม่

ค่อนข้างชัดเจนว่าแนวคิดที่อยากจะให้ยูเนสโกรับรองการเป็นมรดกโลก เป็นนโยบายขององค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ (อบจ.เชียงใหม่)
การออกมาทั้งผลักและดัน “แต่งหน้าบ้าน ทาสีเมือง” ผนึกกำลังปรับภูมิทัศน์มุ่งสู่มรดกโลก เชิญผู้ว่าราชการจังหวัดไปทำกิจกรรมทาสีวันที่ 29 มีนาคม 2569 ในขณะที่ชาวเชียงใหม่ทุกอำเภอกำลังจมฝุ่นควัน
มันทำให้ชาวบ้านตั้งคำถามหลายเรื่อง เช่น ผู้บริหารจังหวัดสามารถจัดลำดับความสำคัญของปัญหาได้หรือไม่ว่าอะไรที่ส่งผลกระทบกับประชาชน อะไรที่เร่งด่วน อะไรที่ควรทำ
ประเด็นสำคัญที่ LampangTimes ก็เกิดสงสัยเช่นกันทันทีที่มีภาพผู้บริหารจังหวัดเชียงใหม่ไปทาสีไม่ใส่หน้ากากอนามัย คือ พวกท่านเป็นคนเชียงใหม่ตั้งแต่กำเนิด ท่านมองบ้านเกิดของท่านด้วยสายตาอย่างไร ท่านเคยถามอัตลักษณ์ของเชียงใหม่บ้างไหมว่าอยากเป็นมรดกโลกหรือเปล่า
#วันที่อากาศเชียงใหม่แย่ที่สุดในโลก
ก่อนอื่นต้องพูดถึงเอกสารที่จังหวัดทำเรื่องไปยังรัฐบาลเพื่อส่งไปให้องค์การยูเนสโกพิจารณา ที่ระบุว่าการขอเป็นเมืองมรดกโลกของ จ.เชียงใหม่ จะเน้นย่านเมืองเก่าคูเมืองเชียงใหม่ ประกอบด้วยโบราณสถานสำคัญและพื้นที่ชุมชนที่ยังมีการใช้งานจริง เช่น 7 วัดสำคัญ เช่น วัดเชียงมั่น, วัดอุโมงค์, วัดพระสิงห์ฯ, วัดสวนดอก, วัดพระธาตุดอยสุเทพฯ, วัดเจดีย์หลวง และวัดเจ็ดยอด
ในขณะที่โบราณสถานอื่นนั้น ได้แก่ แนวคูเมือง, กำแพงเมือง, แจ่งหัวมุม 4 แห่ง, ประตูเมือง, คลองแม่ข่า และกำแพงดิน
อบจ.เชียงใหม่ ชูแคมเปญ "เมืองเก่าเชียงใหม่" สู่การเป็นมรดกโลก โดยเตรียมรับการตรวจประเมินจาก ICOMOS ในเดือนมิถุนายน 2569
หรืออีก 3 เดือนนู่น แล้วท่านออกมาทาสีปรับภูมิทัศน์อะไรในวันที่ PM2.5 หนาแน่นจนคุณภาพอากาศเชียงใหม่แย่ที่สุดในโลก และไม่ได้เพิ่งแย่วันที่ 29 มีนาคมเป็นวันแรกด้วย
ยิ่งไปกว่านั้นคือทางกรมควบคุมมลพิษ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แม้แต่สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่เอง ก็บอกว่าให้งดทำกิจกรรมกลางแจ้ง และใส่หน้ากากอนามัย
ผู้บริหารจังหวัดได้แหกทุกอย่างเหมือนคิดเอาเองว่าภาพกิจกรรมนี้ต้องถูกเผยแพร่ไปทั่วโลกเลยอยากจะสร้างความเชื่อมั่นให้การท่องเที่ยว
ท่านทำเหมือนเชียงใหม่มีสัญญาณอินเตอร์เนตที่เดียวในโลกแล้วท่านก็ยังไม่อ่านไลน์กลุ่มอีก
คนไทยทั้งประเทศเขาไม่ได้สนใจหรอกครับว่าเชียงใหม่กำลังอยากเป็นเมืองเก่ามรดกโลกมากขนาดไหน แต่คนเชียงใหม่ทั้งจังหวัดเขาถามหาท่านเสียงดังจนถึงยอดดอยสุเทพ
คนเชียงใหม่ไม่คิดด้วยซ้ำว่าจะได้เห็นผู้บริหารจังหวัดออกไปทาสีกำแพงวัด เขาอยากเห็นท่านนั่งหัวโต๊ะบัญชาสถานการณ์ฝุ่นควันไฟป่าแล้วมีคำสั่งไปยัง อบจ. เทศบาล อปท.ในการแก้ไขปัญหาสุขภาพให้ประชาชนเบื้องต้นก่อนเป็นลำดับ
ต่อให้ท่านไม่สามารถจัดลำดับความสำคัญของปัญหาได้ อย่างน้อยๆ ท่านก็ควรใส่หน้ากากอนามัยปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขเป็นตัวอย่างให้ชาวบ้านเห็นว่าท่านเองก็เผชิญ PM2.5 ร่วมกับพวกเขาอยู่นะ
อบจ.เชียงใหม่ อยากสร้างจุดขายด้านเมืองเก่าให้อยู่ในธุรกิจการท่องเที่ยว ท่านเชี่ยวชาญบริหารจังหวัดท่องเที่ยวแต่ท่านกลับทิ้งพื้นฐานของสถานที่ท่องเที่ยวที่คนนิยมนั่นคือ อากาศต้องดี แล้วไปยืนยิ้มทาสีกำแพงแทนมันเหลือจะเชื่อนะครับ
ท่านทิ้งทั้งการท่องเที่ยว และทิ้งประชาชน
#ทำไมต้องเมืองเก่ามรดกโลก
จนถึงเดือนกรกฎาคม 2568 องค์การยูเนสโก ได้ขึ้นทะเบียนแหล่งมรดกโลกทั่วโลกทั้งหมด 1,248 แห่ง ใน 170 ประเทศ มรดกทางวัฒนธรรม 952 แห่ง, ทางธรรมชาติ 231 แห่ง และแบบผสมผสาน 40 แห่ง
ที่เชียงใหม่ยื่นเรื่องส่งไปให้ยูเนสโกพิจารณา ผมคิดว่าน่าจะเป็นมรดกทางวัฒนธรรม ซึ่งเขาก็ค่อนข้างจะรองรับกันกลาดเกลื่อนมาก
ในไทยเองมี 8 แห่ง เช่น
1.นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา อดีตราชธานีที่มีสถาปัตยกรรมโดดเด่น
2.เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวาร(รวมศรีสัชนาลัยและกำแพงเพชร) ต้นกำเนิดศิลปวัฒนธรรมไทย
3.เมืองโบราณศรีเทพ (เพชรบูรณ์) เมืองโบราณสมัยทวารวดีที่เพิ่งได้รับรองเมื่อปี 2566
4.แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง (อุดรธานี) แหล่งอารยธรรมก่อนประวัติศาสตร์
5.ภูพระบาท (อุดรธานี) มรดกโลกแห่งที่ 8 ของไทย (ประกาศ ก.ค. 2567) แสดงวัฒนธรรมสีมาสมัยทวารวดี เป็นต้น
เทียบกับที่อื่นที่ได้รับการรองรับจากยูเนสโกแล้วข้อเสนอของ จ.เชียงใหม่ ไม่ได้ถึงกับว้าว แปลกใหม่ ทรงคุณค่าระดับพรีเมียม เราเป็นแค่อาณาจักรล้านนาที่ถูกทั้งสยามและพม่าสลับกันปกครองในฐานะรัฐบริวารด้วยซ้ำ
ท่านควรตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมใน จ.เชียงใหม่ ที่สะสมมานานรอวันหนองแตก พื้นที่คลองแม่ข่าที่ท่านขอติดไปด้วยนั้นสภาพตั้งแต่ต้นน้ำมาเสื่อมโทรมมาก
และด้วยสภาพน้ำแบบนั้นที่ไม่รู้ว่าจะเกิดกลิ่นเน่าเหม็นขึ้นมาเมื่อไหร่ บวกกับสภาพอากาศที่มี PM2.5 แบบนี้ ถ้าผมเป็นยูเนสโกผมจะให้เวลาจังหวัดกลับไปพัฒนาระบบนิเวศน์พื้นที่เตรียมขึ้นทะเบียนมรดกโลกก่อน 2 ปี
เขาไม่ได้สนใจตัวเลข 730 ปี ของเชียงใหม่ครับ เขาสนใจแต่ว่าถ้าการรับรองของเขามันพังในอนาคต ประเทศไทยจะถูกหมายหัวไม่ให้ส่งเรื่องไปอีกนานแน่ๆ
ถ้าจำไม่ผิด 1-2 ปีที่แล้วรัฐบาลไทยเพิ่งส่ง เทศกาลสงกรานต์ หนังใหญ่ และต้มยำกุ้งไป ขึ้นทะเบียนขอมรดกโลก
ขยันขอมาก ทำไมถึงอยากได้การรับรองเป็นมรดกโลก อันนี้แอดมินอยากทราบจริงๆ มันสำคัญกับใคร เพราะมันไม่สำคัญกับคนในประเทศแบบไม่ได้เป็นเศรษฐกิจจะล่มจมแน่ๆ
#เชียงใหม่ยังเป็นเมืองท่องเที่ยวหรือเปล่า
ถ้านับรายได้จากนักเที่ยวที่เดินทางมา แน่นอนว่าทุกจังหวัดพร้อมใจกันยกให้เชียงใหม่คือเมืองหลักอันดับ 1 ของภาคเหนือ เหตุผลที่คนไทยยังมาเที่ยวเชียงใหม่คืออะไร ท่านผู้บริหารจังหวัดคงทราบดี แล้วท่านได้ทำหน้าที่รักษาจุดขายนั้นให้ยังอยู่หรือไม่
ประวัติขุดคลองแม่ข่า ขุดคูเมือง ท่านอาจทราบดีกว่าแอดมิน แต่ท่านได้ทำให้ทั้ง 2 แห่งนี้มีสิ่งแวดล้อมที่สมควรกับประวัติศาสตร์เมืองแล้วหรือ
ท่านสนใจแต่เปลือกของการท่องเที่ยว ตอนน้ำคูเมืองเสียเทศบาลนครท่านก็เอาห่านมาปล่อยชาวบ้านก็เอ็นดูกันจนไม่สนเลยว่าน้ำเน่าๆมันจะดีจากห่านแค่ไม่กี่ตัวได้อย่างไร
ทราบมาว่า อบจ.เชียงใหม่ ก็ชอบทางด้านเอาสัตว์มาเลี้ยง ท่านเคยแจกแจงงบประมาณค่าใช้จ่ายในการดูแลแต่ละปีให้ชาวบ้านรับทราบบ้างหรือเปล่า เขาเห็นตัวเลขแล้วท้วงติงหรือชื่นชม
แล้วนี่ท่านใช้งบประมาณในการผลักดันเมืองเก่าเชียงใหม่ให้เป็นมรดกโลกไปเท่าไหร่ ยังไง ท่านเคยถามอัตลักษณ์ของเมืองว่ามันเป็นอย่างอื่นที่ควรจะเป็นกว่านี้ไหม เช่น หอหลวงคุ้มเจ้าเมืองเดิม ฟื้นฟูมันขึ้นมาแทนได้หรือไม่
และสุดท้าย ท่านยังให้ความสำคัญกับสุขภาพคนเชียงใหม่อยู่หรือเปล่า ในวันที่พวกเขาประสบปัญหาหมอกควันหนักหนาที่สุดเท่าที่เคยมีมา
ถ้าเมืองท่องเที่ยวยังเป็นได้ เมืองเก่าจะเป็นเมื่อไหร่ก็เป็นได้ครับแต่ไม่ใช่ในวันที่สิ่งแวดล้อมยังต้องปรับปรุงอีกเยอะอย่างนี้
ที่ จ.ลำปาง เราเชื่อกันว่าสร้างมาตั้งแต่ พ.ศ.1223 หรือ 1,300 กว่าปีที่แล้ว เก่ากว่าเชียงใหม่เยอะครับ
แต่หลังจาก พ.ศ.1223 มาถึง พ.ศ.2300 หรืออีก 1,100 ปีระหว่างนั้นคนลำปางไม่รู้ด้วยซ้ำว่าบ้านเมืองอยู่กันยังไง ไม่มีประวัติอะไรที่เป็นหลักฐานน่าเชื่อถือเลย
ลำปางเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรล้านนาที่งงๆ แบบไม่มีคนตั้งคำถามถึงประวัติศาสตร์ใดทั้งสิ้น เขาว่าไงก็ว่างั้น ก็ถ้าเก่ากว่าเชียงใหม่ทำไมไม่ขอเป็นเมืองเก่ามรดกโลกแทนซะเลย (ฮา) อันนี้แซวเล่นนะครับ
#ชะตากรรมด้านสุขภาพ
#คนเชียงใหม่ในเมืองมรดกโลก
#ยูเนสโก
#LampangTimes
โฆษณา