5 ชั่วโมงที่แล้ว • สุขภาพ

ลมหายใจที่ต้องซื้อ เรื่องราวอากาศอัดกระป๋อง ราคาที่สมควรต้องจ่ายจริงหรือ ?

หลายครั้งหลายคราวเมื่อพบเจอวันที่อากาศเต็มไปด้วยมลพิษ เรื่องแรกๆ ที่ชวนนึกถึงเสมอ คือ การขาย ‘อากาศสะอาด’ ของสองหนุ่มชาวแคนาดา ที่สร้างสตอรี่เอาฮา แต่สุดท้ายกลายการตั้งบริษัท และสร้างเป็นธุรกิจจริงจัง
ย้อนกลับไปดูจุดเริ่มต้น ในปี 2014 สองหนุ่มผู้รักสนุก โมเสส แลม (Moses Lam) และ ทรอย ปาเก็ตต์ (Troy Paquette) ได้ทดลองนำอากาศจากเทือกเขาร็อกกียัดใส่ถุงพลาสติก แล้วเอาไปขายบน eBay
มันเป็นเพียงไอเดียเล่นๆ คล้ายของขวัญกวนๆ มากกว่าสินค้า
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง เมื่อมีคนยอมจ่ายเงินเพื่อซื้อ ‘อากาศ’ และยิ่งไปกว่านั้น ยังมีคนประมูลในถุงที่สองด้วยราคาสูงเกินคาด (168 ดอลลาร์)
จุดนั้นเองที่ทำให้พวกเขาตระหนักว่า สิ่งที่ดูเหมือนไร้ค่าในบริบทหนึ่ง อาจกลายเป็นของมีค่าในอีกบริบทหนึ่งได้
และนั่นคือจุดกำเนิดของบริษัท Vitality Air ซึ่งกลายเป็นผู้เล่นรายแรกที่เปลี่ยน ‘มุกตลก’ ให้กลายเป็นโมเดลธุรกิจจริง
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น แนวคิดการ ‘ขายอากาศ’ ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรกในเชิงคอนเทินต์บันเทิง
ก่อนหน้านั้นในปี 2012 นักธุรกิจชาวจีน เฉิน กวงเปียว ผู้ประกอบการด้านการรีไซเคิล เคยแจกและขายอากาศกระป๋องเพื่อรณรงค์เรื่องมลพิษในประเทศจีน
แต่นั่นเป็นเพียงการเคลื่อนไหวเชิงสังคม ไม่ใช่ธุรกิจที่ตั้งใจเติบโตจริงจัง
ความแตกต่างสำคัญคือ Vitality Air ไม่ได้หยุดอยู่ที่การสื่อสารเชิงสัญลักษณ์ พวกเขาพัฒนาไปสู่ระบบการผลิต การบรรจุ และการส่งออก จนกลายเป็นสินค้าเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ
สิ่งที่ทำให้ธุรกิจนี้เติบโต ไม่ใช่เพราะความแปลกใหม่เพียงอย่างเดียว แต่เป็นเพราะโลกได้เปลี่ยนไป
โดยเฉพาะในเมืองที่เผชิญวิกฤตมลพิษอย่างรุนแรง เช่นในประเทศจีนหรืออินเดีย อากาศสะอาดซึ่งเคยเป็นทรัพยากรพื้นฐาน กลับกลายเป็นสิ่งที่ขาดแคลน
และเมื่อความขาดแคลนเกิดขึ้น ตลาดก็เริ่มทำงาน ผู้คนจำนวนหนึ่งยอมจ่ายเงินเพื่อแลกกับลมหายใจที่ดีกว่า แม้เป็นเพียงเวลาชั่วคราว
จากจุดนั้น อากาศอัดกระป๋องค่อยๆ พัฒนาเป็นสินค้าหลากหลายรูปแบบ มีทั้งระดับทั่วไปไปจนถึงระดับพรีเมียม
แบรนด์อย่าง Aethaer เลือกวางตัวเองเป็นอากาศหรูจากชนบทอังกฤษ
ในขณะที่แบรนด์อื่นอย่าง Green & Clean นำเสนออากาศจากแหล่งธรรมชาติในออสเตรเลีย
สิ่งที่น่าสนใจ แม้สินค้าจะเป็นอากาศเหมือนกัน แต่การเล่าเรื่องและการวางตำแหน่งแบรนด์กลับทำให้มันมีมูลค่าแตกต่างกันอย่างมาก ขึ้นอยู่กับใครจะสร้างสตอรี่ได้น่าสนใจมากกว่ากัน
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การขายอากาศก็เป็นเพียงการบรรเทาความรู้สึกเพียงปลายเหตุ หาใช่การแก้ปัญหาที่แท้จริงโดยไม่
ในเชิงการใช้งาน อากาศอัดกระป๋องสามารถให้ความรู้สึกสดชื่น หรือช่วยบรรเทาการอยู่ในสภาพอากาศแย่ได้ชั่วคราว
แต่ข้อจำกัดของมันชัดเจนมาก มันใช้ได้เพียงไม่กี่ลมหายใจ และไม่สามารถแทนที่อากาศในชีวิตประจำวันได้
นั่นทำให้มันเป็นเพียงทางหนีชั่วคราว มากกว่าจะเป็นทางออกระยะยาว
World Health Organization เคยตั้งข้อสังเกตว่าการทำให้อากาศสะอาดกลายเป็นสินค้า อาจนำไปสู่การยอมรับมลพิษโดยปริยาย
แทนที่สังคมจะพยายามแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ เช่น การควบคุมอุตสาหกรรมหรือการลดการปล่อยคาร์บอน เรากลับหันไปซื้อทางรอดส่วนตัวแทน
ในมุมนี้ นักเศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อมมองว่านี่คือกระบวนการเปลี่ยนทรัพยากรสาธารณะให้กลายเป็นสินค้า
และนักสังคมศาสตร์จำนวนไม่น้อยก็มองว่านี่คือสัญญาณของความล้มเหลวเชิงระบบ เพราะมันสะท้อนโลกที่ไม่สามารถปกป้องสิ่งพื้นฐานที่สุดให้กับทุกคนได้เท่าเทียมกัน
สุดท้ายแล้ว อากาศอัดกระป๋อง มันคือภาพสะท้อนของโลกที่มนุษย์ต้องซื้อสิ่งที่เคยได้รับมาฟรีๆ
และในขณะที่มันอาจช่วยให้บางคนหายใจได้ดีขึ้นในช่วงเวลาสั้นๆ มันก็เตือนเราพร้อมกันว่า หากต้นเหตุของปัญหายังไม่ถูกแก้ไข วันหนึ่งอากาศสะอาดอาจไม่ใช่สิ่งพื้นฐานอีกต่อไป
แต่กลายเป็นสิ่งฟุ่มเฟือยสำหรับคนที่จ่ายไหวเท่านั้น
โฆษณา