31 มี.ค. เวลา 19:57 • ธุรกิจ

มหิดลผนึก 200 พันธมิตรธุรกิจ เปิดโมเดล “MU SYNERGY”

ดันวิจัยสู่เศรษฐกิจจริง เร่งเครื่อง New S-Curve ยกระดับไทยสู่ฐานเทคโนโลยีขั้นสูง
มหาวิทยาลัยมหิดล ประกาศยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนประเทศผ่านโมเดล “MU SYNERGY: Real World Impact in Action” ผนึกกำลังภาคเอกชนกว่า 200 องค์กร ทั้งระดับประเทศและระดับโลก มุ่งเปลี่ยนงานวิจัยสู่ผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้ พร้อมยกระดับบทบาทมหาวิทยาลัยสู่ “เครื่องยนต์เศรษฐกิจ” ตัวใหม่ของประเทศ
ความร่วมมือครั้งนี้ครอบคลุมพันธมิตรสำคัญ อาทิ NVIDIA, Siam AI Corporation, Siam Bioscience, Betagro, WHA Corporation รวมถึง สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพื่อเร่งสร้างระบบนิเวศนวัตกรรม และดึงดูดการลงทุนเทคโนโลยีขั้นสูงจากต่างชาติ
ศาสตราจารย์ นายแพทย์ ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่า ภายใต้บริบทเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน ประเทศไทยจำเป็นต้องสร้าง “ภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจ” โดยใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเป็นฐานสำคัญ พร้อมผลักดันงานวิจัยจากห้องแล็บสู่ภาคอุตสาหกรรมอย่างเป็นรูปธรรม
🚀 5 เสาหลัก New S-Curve ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย
1. Medical AI – ยกระดับสาธารณสุขดิจิทัล
พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน Health Data Lake และ AI วิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพ โดยระบบ AI วิเคราะห์เอกซเรย์ปอดมีความแม่นยำถึง 98% ใช้งานแล้วกว่า 700 โรงพยาบาล ครอบคลุมผู้ป่วย 7.4 ล้านราย สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 200 ล้านบาท
2. ATMU – โรงงานยาชีววัตถุแห่งอนาคต
ลงทุนกว่า 1,300 ล้านบาท พัฒนาโมเดล Twin Facility เชื่อมงานวิจัยสู่การผลิตจริง ลดการนำเข้ายา และผลักดันไทยสู่ฐาน Biopharmaceutical ระดับภูมิภาค
3. Xenotransplantation – ปลูกถ่ายอวัยวะข้ามสายพันธุ์
วิจัย “ไตหมูตัดต่อยีน” แก้ปัญหาขาดแคลนอวัยวะ ลดภาระค่าล้างไตกว่า 16,000 ล้านบาทต่อปี พร้อมตั้งเป้าทดลองในมนุษย์ภายใน 5 ปี
4. Future Food – อาหารแห่งอนาคต
ต่อยอดความหลากหลายชีวภาพไทยผ่านโครงการ SAI Mahidol พัฒนาสารสกัดมูลค่าสูง และผลิตภัณฑ์นวัตกรรม เช่น Nutriflow ที่สร้างยอดขายกว่า 21 ล้านบาท เติบโตมากกว่า 100%
5. Next-Gen Education – ปฏิรูปการศึกษา
ใช้โมเดล CWIE และ MU-CBS สร้างกำลังคน “Zero-Day Readiness” พร้อมทำงานทันที เน้นทักษะเฉพาะทางแทนวุฒิการศึกษา
🔧 พลิกบทบาทมหาวิทยาลัย สู่ “Engine of Growth”
มหิดลยังขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ผ่าน 3 กลไกหลัก ได้แก่
A1: วิจัยร่วมเอกชน (From Lab to Market)
A2: เสริมศักยภาพผู้เรียน (Lifelong Learning + CWIE)
A3: ยกระดับองค์กร (Agility & Sustainability)
ความร่วมมือกับภาคธุรกิจครั้งนี้สะท้อนการเปลี่ยนบทบาทมหาวิทยาลัยจาก “ผู้ผลิตองค์ความรู้” สู่ “โครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจใหม่” ที่เชื่อมโยงภาคการศึกษา อุตสาหกรรม และการลงทุนระดับโลกเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ
#มหิดล #MUSynergy #เศรษฐกิจไทย #NewSCurve
#MedicalAI #FutureFood #EdTech #Thailand
#Mahidol #ThailandEconomy #Innovation
#IBiznews
Biz news
A Part of IBiz Media Network
โฆษณา