1 เม.ย. เวลา 01:56 • ปรัชญา
มีวิธีหนีออกจาก Rat Race และ The Matrix ไหมครับ?
คำถามนี้ถูกลบ
ผมเองก็เคยคิดอยากจะหนี แต่หันดูอีกที มันก็น่าสนุกดีนะครับ จักรวาลที่เราอยู่เป็นลักษณะคล้ายลูกฟองน้ำ ที่บรรจุ galaxy ในฟองสบู่ นับหมื่นนับพันล้าน galaxy
ยกตัวอย่างเช่น galaxy ทางช้างเผือก ระบบสุริยะของเราจะอยู่บริเวณกังหันด้านนอก และยังมีระบบสุริยะอีก 3 ที่ ตามในเนื้อหาพระไตรปิฎก หมายความว่ายังมีโลกมนุษย์อีก 3 ที่ที่มีลักษณะคล้ายกับเรา แต่มีอายุยืนกว่า
หมายความว่าระบบ matrix ยิ่งใหญ่มาก เพราะยังมี galaxy อื่นอีกเป็นล้านๆ galaxy เราไม่สามารถหนีออกไปได้ด้วยร่างกาย การจะหนีต้องหนีด้วยความรู้ ด้วยโยนิโสมนสิการ คือการมองให้ทะลุว่าอะไรคือของจริง อะไรคือของปลอม อะไรคือสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้เราเชื่อ
เพราะ matrix ที่แท้จริง อาจไม่ได้อยู่บนท้องฟ้า แต่อยู่ในหัวของเราเอง
มันคือความคิดที่ถูกปลูกฝังตั้งแต่เด็ก ว่าต้องเชื่อฟังโดยไม่ถาม ต้องยอมรับโดยไม่สงสัย ต้องทำตามระบบ แม้ระบบนั้นจะไม่เคยเห็นหัวเราเลยก็ตาม
เราถูกสอนให้เชื่อว่าคนบางกลุ่มสูงส่งกว่าเรา ทั้งที่สุดท้ายก็เกิด แก่ เจ็บ ตาย เหมือนกัน เราถูกสอนให้เชื่อว่าความจนเป็นความผิดของคนจน ทั้งที่หลายครั้งมันเป็นผลของระบบที่ออกแบบมาให้คนบางคนอยู่สูงตลอดไป เราถูกสอนให้กลัวการตั้งคำถาม เพราะคนที่ตั้งคำถามมักเป็นคนที่มองเห็นกำแพงของ matrix ก่อนใคร
ทีนี้ลองมองกลับมาที่สังคมไทย
คุณดูความตอแหลวินาศสันตะโรของพวกชนชั้นอำนาจนิยมดูสิครับ ก่อนที่ร่างกายเราจะเน่าตาย มีใครเคยคิดสงสารราษฎรที่เป็นเพื่อนเกิดเพื่อนแก่ ที่เกิดแก่เจ็บตายด้วยกันไหม
คนธรรมดาต้องทำงานทั้งชีวิตเพื่อบ้านหนึ่งหลัง รถหนึ่งคัน หรือแค่มีเงินพอรักษาพ่อแม่ตอนแก่ แต่คนบางกลุ่มกลับมีทุกอย่างตั้งแต่ยังไม่ต้องทำอะไร
พวกเขาพูดเรื่องศีลธรรม แต่ใช้ศีลธรรมเป็นเครื่องมือกดคนอื่น พวกเขาพูดเรื่องความสงบ แต่ความสงบที่ว่านั้นคือการที่ไม่มีใครกล้าพูด พวกเขาพูดว่าทำเพื่อประเทศ แต่ประเทศในความหมายของเขา อาจไม่เคยรวมประชาชนอยู่ในนั้นเลย
และนั่นแหละครับ คือ matrix ของจริง
มันไม่ใช่เครื่องจักร ไม่ใช่โลกจำลอง ไม่ใช่คอมพิวเตอร์ยักษ์ แต่มันคือระบบที่ทำให้คนทั้งสังคมคุ้นชินกับความไม่เป็นธรรม จนวันหนึ่งเราเลิกตกใจเมื่อเห็นมัน
คนจนจนลง กลายเป็นเรื่องปกติ คนมีอำนาจทำอะไรก็ไม่ผิด กลายเป็นเรื่องปกติ เด็กต้องโตมาในระบบที่บอกให้ฝันน้อยลง กลายเป็นเรื่องปกติ
เมื่อถึงจุดนั้น matrix ก็ชนะแล้ว เพราะมันไม่จำเป็นต้องล่ามโซ่เราอีกต่อไป เราจะล่ามตัวเองไว้ด้วยความเคยชิน
1
แต่ผมคิดว่า เราไม่จำเป็นต้องหนีออกจากมันในทันที
บางทีการตื่นขึ้นมา แล้วมองเห็นมัน ก็เป็นการหนีออกมาแล้วครึ่งหนึ่ง
เมื่อคุณเริ่มสงสัยในสิ่งที่เคยเชื่อ เมื่อคุณเริ่มเห็นว่าหลายอย่างที่สังคมบอกว่า “ปกติ” มันไม่ปกติเลย เมื่อคุณเริ่มรู้สึกเจ็บแทนคนอื่น ทั้งที่ตัวเองไม่ได้เดือดร้อน ตอนนั้นคุณอาจจะเริ่มหลุดออกมาจาก matrix ทีละนิดแล้ว
และถ้าจะสู้กับมัน ผมคิดว่าเราไม่ต้องสู้ด้วยความเกลียด เพราะความเกลียดก็เป็นอีกกรงหนึ่งที่ระบบโยนมาให้เรา
เราสู้ได้ด้วยการไม่ยอมโง่ตามมัน ด้วยการอ่านมากขึ้น คิดมากขึ้น ถามมากขึ้น ด้วยการกล้าพูดความจริง แม้มันจะไม่ทำให้ใครชอบเรา ด้วยการมองคนอื่นเป็นเพื่อนร่วมทุกข์ ไม่ใช่ศัตรู
เพราะสุดท้ายแล้ว คนที่น่ากลัวที่สุดสำหรับ matrix ไม่ใช่คนที่แข็งแรงที่สุด แต่คือคนที่มองเห็นมัน
คนที่รู้ว่าตัวเองกำลังถูกหลอก และยังเลือกจะไม่ยอมเชื่อ
ก่อนที่เราจะหนีไปจาก matrix แห่งนี้จริงๆ ในวันที่ร่างกายแตกสลาย อย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิต ผมก็อยากลองสู้กับมันดูเหมือนกัน
โฆษณา