1 เม.ย. เวลา 02:11 • ไลฟ์สไตล์
เมลเบิร์น

6 เดือนแรกในเมลเบิร์น:

บทพิสูจน์ "ตัวจริง" ว่าคุณจะได้ไปต่อหรือพอแค่นี้?
หลายคนวาดฝันภาพชีวิตในเมลเบิร์นไว้อย่างสวยงาม... ภาพการนั่งจิบกาแฟดีๆ ในคาเฟ่สุดชิค เดินถ่ายรูปกับบ้านเมืองสวยๆ หรือตัวเลขค่าแรงที่ดูเยอะจนน่าตื่นเต้น
แต่ความจริงที่ไม่มีใครบอกคือ... '6 เดือนแรก' คือช่วงเวลาปราบเซียนค่ะ!
มันไม่ใช่แค่การย้ายที่อยู่ แต่มันคือช่วงที่ร่างกายและจิตใจของเราต้องปรับตัวกับสภาพแวดล้อม คน การทำงาน และสังคมที่ใหม่และต่างกันสุดขั้วกับประเทศไทย ชนิดที่ถ้าใจคุณไม่แกร่งจริง มีสิทธิ์ถอดใจพับกระเป๋ากลับบ้านได้ง่ายๆ
📍 ทำไมต้อง "6 เดือน"?
เพราะนี่คือช่วงเวลาที่ความตื่นเต้น (Honeymoon Phase) เริ่มหมดลง และความจริง เริ่มเข้ามาแทนที่ ขนาดบางคนที่เคยออกตัวแรงๆ ว่า:
“ไม่หรอก ฉันอยู่ได้สบายๆ เพราะตอนอยู่ไทยก็ไม่ค่อยติดบ้านอยู่แล้ว” เชื่อไหมคะ... พอมาเจอเมลเบิร์นเข้าจริงๆ หลายคนถึงกับไปไม่เป็น เพราะความเหงาที่นี่ไม่ได้มาเล่นๆ อากาศที่แปรปรวน และการต้องจัดการทุกอย่างด้วยตัวเองตั้งแต่วันแรกจนวันสุดท้ายของวัน มันจะค่อยๆ กระเทาะเปลือกความมั่นใจเราออกทีละนิด
ตัวคนเดียวในต่างแดนไกลบ้าน เหงามากนะ
นี่คือ 3 ด่านสำคัญที่จะตัดสินอนาคตของคุณในเมลเบิร์น: เพราะการหิ้วกระเป๋ามาต่างประเทศตัวคนเดียวนั้น ต้องใช้ทั้ง "กำลังกาย" และ "กำลังใจ" มหาศาล
1. ด่าน "ความอดทน" กับงานที่ (อาจ) ไม่ตรงสาย
หลายคนมาพร้อมดีกรีหรือประสบการณ์จากไทย แต่ 6 เดือนแรกคุณอาจต้องเริ่มจากงาน Hospitality, เป็นเด็กเสิร์ฟหน้าบ้าน, งานในครัว, ร้านกาแฟ, ขับ Uber หรือแม้กระทั่งไปเป็นคนทำความสะอาด งานพวกนี้เราไม่แม้แต่จะคิดด้วยซ้ำว่าเราจะได้ทำ และไม่มีทางได้ทำแน่นอนถ้าเราอยู่ที่ประเทศไทย การยืนระยะให้ได้ท่ามกลางความเหนื่อยล้า ทั้งทางกาย ใจ และการจัดการเวลาเรียนควบคู่ไปกับการทำงาน คือบทพิสูจน์แรกว่าคุณพร้อมจะ "สู้" เพื่อเป้าหมายที่ใหญ่กว่าหรือเปล่า
2. ด่าน "การปรับตัว" กับสังคมและภาษา
เมลเบิร์นคือเมืองแห่งความหลากหลาย ไม่ใช่แค่คนออสซี่เท่านั้นที่เราจะเจอ เราจะเจอคนจากหลากหลายประเทศรอบโลกมากๆ และการก้าวข้าม Comfort Zone จากการอยู่แค่ในกลุ่มคนไทย ไปสู่การสื่อสารกับคนชาติต่างๆ หรือการดีลกับคนในที่ทำงานและที่เรียน คือกุญแจสำคัญ ใครที่เปิดใจได้เร็ว มักจะเป็นคนที่ "ไปต่อ" ได้ไกลกว่าเสมอ
ในช่วงแรก แทบทุกคนต้องเผชิญกับความกลัว กลัวที่จะพูดผิด กลัวสื่อสารไม่รู้เรื่อง หรือกลัวสำเนียงตัวเอง แต่เชื่อเถอะค่ะว่า 'ความกล้า' สำคัญพอๆ กับไวยากรณ์ในหนังสือ ลองทิ้งความกังวลแล้วเริ่มสื่อสารออกไปเถอะค่ะ ยิ่งเรากล้าพูด ยิ่งเรากล้าใช้ ภาษาอังกฤษของเราจะพัฒนาไปเองโดยอัตโนมัติ และที่สำคัญที่สุด... เมื่อเราสื่อสารได้ ความกลัวที่มีต่อเมลเบิร์นจะหายไป และกลายเป็นความมั่นใจที่ทำให้เราสนุกกับเมืองนี้ได้เต็มที่จริงๆ
3. ด่าน "สภาพจิตใจ"
การห่างบ้าน ห่างครอบครัว ในวันที่ฝนตกหนักและอากาศหนาวจัด ความเหงาจะเข้ามาทักทายคุณบ่อยขึ้น เรียกว่าบ่อยเกินไปได้เลยดีกว่า ช่วง 6 เดือนนี้คือจุดวัดใจว่าคุณสามารถสร้าง Home away from home ของตัวเองขึ้นมาได้ไหม? ไม่ว่าจะเป็นการหาความสุขเล็กๆ จากการทำอาหารดีๆที่บ้าน การไปนั่งคาเฟ่เก๋ๆ การออกไปข้างนอก ไปคลับ ไปหาอะไรดื่มกับเพื่อนๆ หรือการมี Support System ที่ดีรอบตัว ถ้า
เรารับมือกับสิ่งพวกนี้ได้ดี 6 เดือนมันก็แค่เหมือนการ “ปลอกกล้วยเข้าปาก”
📍 "เมลเบิร์นไม่ได้ใจดีกับทุกคน"
ประโยคนี้มันคือเรื่องจริงค่ะ เมืองนี้มีโอกาสให้คนสู้ แต่มันก็พร้อมจะบทขยี้คนที่ "ใจไม่ถึง" ได้เหมือนกัน 6 เดือนแรกจึงเป็นเหมือนบทพิสูจน์ว่า:
  • คุณพร้อมจะสู้กับงานหนักเพื่อสร้างเนื้อสร้างตัวไหม?
  • คุณพร้อมจะอยู่กับความเงียบตัวคนเดียวในคืนที่ฝนตกและหนาวเหน็บได้หรือเปล่า?
ถ้าคุณผ่าน 180 วันนี้ไปได้... จากความเหงาจะกลายเป็นความแกร่ง จากความไม่คุ้นชินจะกลายเป็นทักษะการเอาตัวรอด และเมื่อนั้นแหละค่ะ คุณถึงจะพูดได้เต็มปากว่าคุณคือ "ตัวจริง" ที่เมลเบิร์นยอมรับ
แล้วคุณล่ะคะ... ผ่าน 6 เดือนแรกมากันได้ยังไง?
หรือใครที่กำลังจะมา พร้อมรับมือกับบทพิสูจน์นี้หรือยัง?
เมลเบิร์นอาจไม่ได้ใจดีกับทุกคน... แต่นั่นไม่ได้แปลว่าเราจะเอาชนะมันไม่ได้!
จากใจคนที่เคยเจอเรื่องหนักหนาสาหัสในช่วง 6 เดือนแรก
จนก้าวเข้าสู่ปีที่ 5 ในตอนนี้ เราอยากบอกทุกคนว่า 'คุณทำได้' ค่ะ
ขอแค่ไม่ถอดใจไปเสียก่อน บทพิสูจน์นี้จะทำให้คุณแกร่งขึ้นกว่าเดิมแน่นอน สู้ๆ นะคะทุกคน! ❤️🇦🇺
Real Life in Australia: บันทึกคนสู้ชีวิต🇦🇺
#MelbourneLife #ชีวิตในเมลเบิร์น #ประสบการณ์ต่างแดน #Australia #รีวิวเมลเบิร์น #คนไทยในออสเตรเลีย #คนไทยในเมลเบิร์น #Blockdit
โฆษณา