7 เม.ย. เวลา 11:00 • การศึกษา

Episode 152: Kinesiology of Ankle and Foot #12 - Biomechanics of Ankle motion

ในบทความที่ผ่านมาผมได้พูดถึงกล้ามเนื้อต่างๆ ที่ควบคุมการเคลื่อนไหวของข้อเท้าและเท้าไปแล้ว วันนี้ผมจะมาลงลึกเรื่องกลไกทาง biomechanics ของการเคลื่อนไหวข้อเท้ากันครับ
การเคลื่อนไหวของข้อเท้าเป็นข้อต่อที่มีความซับซ้อน เพราะข้อเท้าต้องรองรับน้ำหนักตัวเราทั้งหมด แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องยืดหยุ่นพอที่จะปรับตัวกับพื้นผิวและการเคลื่อนไหวต่างๆ ได้ด้วย
ข้อเท้าเป็นข้อต่อที่รับน้ำหนักสูงที่สุดในร่างกายเรา แค่ตอนเราเดินปกติ ข้อเท้าเราก็จะรับแรงกดที่เป็น 1.5-2 เท่าของน้ำหนักตัวแล้ว ส่วนถ้าวิ่งหรือกระโดดก็อาจสูงถึง 3-5 เท่าของน้ำหนักตัว โดย tibia จะรับน้ำหนักมากกว่า คือประมาณ 80-90% ส่วน fibula จะรับแค่ 10-20% อย่างไรก็ตาม fibula เองก็มีความสำคัญในการรักษาความมั่นคงของข้อเท้าครับ
ต่อมารามาดู "Arthrokinematics ของ Talocrural joint" กันบ้าง เนื่องจากข้อเท้าเป็นข้อต่อแบบ hinge joint แต่พื้นผิวข้อต่อไม่ได้สมมาตรกัน การเคลื่อนไหวเลยเป็นการผสมผสานระหว่าง roll กับ slide ในทิศทางตรงกันข้ามครับ
เวลาที่เรากระดกข้อเท้าขึ้น (Dorsiflexion) trochlea ของ talus จะ roll ไปทางด้านหน้า แต่ slide ไปทางด้านหลัง ส่วนเวลาที่เราถีบปลายเท้าลง (Plantarflexion) trochlea ของ talus จะ roll ไปทางด้านหลัง แต่ slide ไปทางด้านหน้า กลไกนี้ทำให้การเคลื่อนไหวเป็นไปอย่างราบรื่นและป้องกันการเกิด impingement ครับ
ลักษณะพิเศษของ trochlea ของ talus คือมีความกว้างด้านหน้าและแคบด้านหลัง ในท่า dorsiflexion ส่วนที่กว้างจะเคลื่อนเข้าไปใน ankle mortise ทำให้เกิด contact area ที่ใหญ่ขึ้นและมีความมั่นคงสูงสุด นี่เป็นเหตุผลที่ dorsiflexion เป็น close-pack position ในท่า plantarflexion ส่วนที่แคบจะอยู่ใน ankle mortise ทำให้ความมั่นคงลดลงและต้องอาศัย lateral ligaments มากขึ้น ซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งที่การบาดเจ็บข้อเท้ามักเกิดในท่า plantarflexion ครับ
อีกสิ่งที่น่าสนใจคือแกนการเคลื่อนไหวของ talocrural joint ไม่ได้ตั้งฉากกับแนวกลางของเท้า แต่จะเอียงออกด้านนอกประมาณ 20-30 องศา ทำให้เวลาเรากระดกข้อเท้าขึ้น จะมี abduction กับ eversion เล็กน้อยตามมาด้วย ส่วนเวลาถีบปลายเท้าลง จะมี adduction กับ inversion เล็กน้อยตามมาด้วยครับ
Joint reaction forces ที่เกิดขึ้นที่ talocrural joint มีลักษณะพิเศษ เนื่องจากพื้นผิวข้อต่อของ tibial plafond มีลักษณะโค้ง ในท่า neutral แรงกดจะกระจายอย่างสม่ำเสมอ แต่ในท่า dorsiflexion แรงกดจะเพิ่มขึ้นทางด้านหน้า ส่วนในท่า plantarflexion แรงกดจะเพิ่มขึ้นทางด้านหลังของข้อต่อครับ
"Close-pack position" ของ talocrural joint คือท่า maximum dorsiflexion ซึ่งเป็นท่าที่ข้อต่อมีความมั่นคงมากที่สุด ส่วน "loose-pack position" คือท่า 10 องศา plantarflexion ซึ่งเหมาะสำหรับการทำ joint mobilization ครับ
สิ่งสุดท้ายที่อยากให้รู้คือการทำงานของ tibiofibular joint ร่วมกับ talocrural joint เวลาที่เรากระดกข้อเท้าขึ้น ส่วนกว้างของ talus จะดัน tibia กับ fibula ให้แยกออกจากกันเล็กน้อยประมาณ 1-2 มิลลิเมตร การเคลื่อนไหวนี้จำเป็นสำหรับการ dorsiflexion ที่สมบูรณ์ หากมีการติดของ tibiofibular joint จะส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของข้อเท้าครับ
โดยสรุปแล้ว arthrokinematics ของข้อเท้าเป็นกลไกที่ซับซ้อน การเข้าใจกลไกเหล่านี้สำคัญมากในการประเมิน การรักษา และการป้องกันปัญหาของข้อเท้าครับ ในบทความหน้า ผมจะมาพูดถึงกลไกทาง ิbiomechanics ของ subtalar joint ต่อไปครับ
ถ้าชอบเนื้อหาแบบนี้ผมฝากกด like กดแชร์ กดติดตามเพจphysioupskillด้วยนะครับ ส่วนถ้าใครมีข้อสงสัยอะไรก็commentไว้ด้านล่างได้เลยครับ
PhysioUpskill
#Physioupskill
⭐สำหรับใครที่อยากเรียนรู้เพิ่มเติม สามารถอ่านบทความอื่นๆได้ที่ https://physioupskill.com/บทความ/ หรือดูรายละเอียดคอร์สเรียนของเพจได้ที่ https://physioupskill.com/คอร์สเรียน/ ได้เลยครับ
Ref.
Neumann, D. A. (2017). Kinesiology of the musculoskeletal system: Foundations for Rehabilitation. Mosby.
Drake, R., Vogl, A. W., & Mitchell, A. W. M. (2019). Gray's Anatomy for Students.
Moore, K. L., Dalley, A. F., & Agur, A. M. R. (2018). Clinically Oriented Anatomy. Wolters Kluwer.
Oatis, C. A. (2016). Kinesiology: The Mechanics and Pathomechanics of Human Movement. Lippincott Williams & Wilkins.
โฆษณา