Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Physioupskill
•
ติดตาม
16 เม.ย. เวลา 11:00 • การศึกษา
Episode 153: Kinesiology of Ankle and Foot #13 - Biomechanics of Subtalar joint
ในบทความที่แล้วผมได้พูดถึงกลไกทาง biomechanics ของ talocrural joint กันไปแล้ว บทความนี้ผมจะมาพูดถึงข้อต่อที่สำคัญมาก นั่นก็คือ subtalar joint ครับ ข้อต่อนี้เป็นตัวหลักในการช่วยให้เท้าของเราปรับตัวเข้ากับพื้นผิวต่างๆ และยังมีส่วนสำคัญในการเคลื่อนไหวอีกด้วยครับ
หากเราพูดถึง "Subtalar joint" หรือที่เรียกกันอีกชื่อว่า talocalcaneal joint นี่เป็นข้อต่อที่มีลักษณะพิเศษมาก เพราะเป็นแบบ compound joint ที่ประกอบไปด้วยพื้นผิวข้อต่อถึง 3 ตำแหน่งเลย คือ posterior, middle และ anterior facets ระหว่างกระดูก talus กับ calcaneus โดยตรงกลางจะมี sinus tarsi และ tarsal canal คั่นระหว่าง posterior facet กับ middle และ anterior facets อยู่ครับ
สิ่งที่น่าสนใจของ subtalar joint คือเป็นข้อต่อที่มีแกนการเคลื่อนไหวที่ต่างจากข้อต่ออื่น แกนนี้เอียงไปบน 3 ระนาบพร้อมกัน ทำให้การเคลื่อนไหวของข้อต่อนี้เป็นแบบ triplanar motion ที่เราเรียกว่า supination กับ pronation แทนที่จะเป็นการเคลื่อนไหวในระนาบเดียวเหมือนข้อต่อทั่วไปนั่นเองครับ
ถ้าเราจะมาดูแกนการเคลื่อนไหวของ Subtalar joint จะเห็นว่าเป็นแกนเฉียงที่วางตัวจาก posterior-superior-lateral ของ calcaneus ไปยัง anterior-inferior-medial ของ talus โดยทำมุมประมาณ 42 องศากับระนาบแนวนอน และทำมุมประมาณ 16 องศากับระนาบแนวกลางของเท้า การที่แกนวางตัวแบบนี้เลยทำให้เวลาที่มีการเคลื่อนไหวรอบแกนนี้จะเกิดการเคลื่อนไหวใน 3 ระนาบพร้อมกันเลยครับ
Supination ของ subtalar joint เป็นการเคลื่อนไหวแบบ triplanar motion ที่ประกอบด้วยการเคลื่อนไหว 3 ส่วน คือ plantarflexion, inversion และ adduction ของ calcaneus เมื่อเทียบกับ talus การเคลื่อนไหวทั้งสามส่วนนี้จะเกิดขึ้นพร้อมกันในอัตราส่วนที่คงที่ ซึ่งขึ้นอยู่กับมุมของแกนการเคลื่อนไหวของแต่ละคน
ในทางตรงกันข้าม Pronation ของ subtalar joint เป็นการเคลื่อนไหวที่ประกอบด้วย dorsiflexion, eversion และ abduction ของ calcaneus เมื่อเทียบกับ talus เช่นเดียวกับ supination การเคลื่อนไหวทั้งสามองค์ประกอบจะเกิดขึ้นพร้อมกันในอัตราส่วนที่สัมพันธ์กับมุมของแกนการเคลื่อนไหว
ต่อมาเรามาดู arthrokinematics ของ Subtalar joint กันครับ ตรงนี้ค่อนข้างซับซ้อนหน่อยเพราะเป็นการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นพร้อมกันที่พื้นผิวข้อต่อ 3 ตำแหน่ง โดยหลักการแล้วการเคลื่อนไหวจะเป็นลักษณะของ gliding หรือ sliding มากกว่า rolling เนื่องจากว่าพื้ผิวข้อต่อมีความโค้งที่ไม่เหมือนกันและขนาดก็ไม่เท่ากัน
ถ้าเราไปดูที่ posterior facet ซึ่งเป็นพื้นผิวข้อต่อที่ใหญ่ที่สุด เมื่อเกิด supination ขึ้น calcaneus จะ glide ไปทางด้าน posteromedial เมื่อเทียบกับ talus แต่ถ้าเกิด pronation calcaneus จะ glide ไปทางด้าน anterolateral แทน การเคลื่อนไหวแบบนี้ยังส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของรูปร่างและขนาดของ sinus tarsi อีกด้วยครับ
องศาการเคลื่อนไหวของ subtalar joint ในคนปกติจะมี inversion ได้ประมาณ 20-30 องศา และ eversion ได้ประมาณ 5-15 องศา สำหรับ supination/pronation เป็นการเคลื่อนไหวแบบ triplanar เลยทำให้ยากที่จะวัดการเคลื่อนไหวแต่ละการเคลื่อนไหวแยกออกจากกันครับ
อีกเรื่องที่น่าสนใจคือ "Coupling motion" ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของ subtalar joint ที่ทำให้การเคลื่อนไหวในระนาบหนึ่งจะต้องมีการเคลื่อนไหวในระนาบอื่นๆ ตามมาเสมอ ตัวอย่างเช่น ถ้าเราพยายามทำ inversion อย่างเดียว จะเจอว่ามี plantarflexion และ adduction เกิดขึ้นด้วยเสมอ ลักษณะแบบนี้เลยทำให้ subtalar joint เป็นข้อต่อที่มีความสามารถในการรับน้ำหนักมากขึ้นครับ
ความสำคัญของ subtalar joint ต่อการทำงานของเท้าโดยรวมมีหลายเรื่องเลย เริ่มจากการปรับตัวกับพื้นผิว subtalar joint จะทำ pronation ในช่วงแรกของการรับแรงกระแทก เพื่อเพิ่มพื้นที่การสัมผัสของเท้ากับพื้นและช่วยดูดซับแรงกระแทก แล้วจะเปลี่ยนเป็น supination ในช่วงส่งแรง เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งและเสถียรภาพของเท้าครับ
อีกหนึ่งหน้าที่สำคัญคือการรับการหมุนระหว่างขาและเท้า เมื่อขาหมุนภายใน subtalar joint จะทำ pronation เพื่อรองรับการหมุนนี้ และเมื่อขาหมุนภายนอก subtalar joint จะทำ supination ตามไปด้วย กลไกแบบนี้ช่วยให้การเคลื่อนไหวของขาส่วนล่างเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพครับ
ส่วนเรื่อง joint reaction forces ที่ subtalar joint แรงที่เกิดขึ้นจะแตกต่างกันไปตามท่าทางของข้อต่อ ในท่า neutral subtalar joint จะรับแรงกดประมาณ 2-3 เท่าของน้ำหนักตัวในการเดินธรรมดา แต่ในกิจกรรมที่มีการเปลี่ยนทิศทาง การหยุด หรือการเร่ง แรงกดอาจพุ่งขึ้นไปถึง 5-8 เท่าของน้ำหนักตัวเลย
สำหรับ "Close-pack position" ของ subtalar joint คือท่า full supination (inversion สุด) ซึ่งเป็นท่าที่ข้อต่อมีมั่นคงสูงสุด ส่วน "loose-pack position" จะเป็นท่า slight eversion ซึ่งเป็นท่าที่เหมาะสำหรับการทำ joint mobilization ครับ
หากมีความผิดปกติของ subtalar joint จะส่งผลกระทบต่อการทำงานของเท้าและขาทั้งหมดเลย เช่น ถ้ามี excessive pronation จะทำให้เกิดการ overstress ของโครงสร้างด้านใน และอาจไปสู่ปัญหา plantar fasciitis หรือ posterior tibial tendon dysfunction ส่วนถ้ามี excessive supination จะทำให้เกิดการ overstress ของโครงสร้างด้านนอก และอาจไปสู่ปัญหา lateral ankle sprain หรือ peroneal tendon pathology ครับ
โดยสรุปแล้ว subtalar joint เป็นข้อต่อที่ซับซ้อนและสำคัญมากๆ ในการทำงานของเท้า กลไก triplanar motion, arthrokinematics และการทำงานร่วมกับข้อต่ออื่นๆ ทำให้ subtalar joint เป็นข้อต่อที่สำคัญในการปรับตัวของเท้าและการถ่ายทอดแรงต่างๆ การเข้าใจกลไกเหล่านี้มีความสำคัญมากในการประเมิน การรักษา และการป้องกันปัญหาของเท้าและขาครับ
ถ้าชอบเนื้อหาแบบนี้ผมฝากกด like กดแชร์ กดติดตามเพจphysioupskillด้วยนะครับ ส่วนถ้าใครมีข้อสงสัยอะไรก็commentไว้ด้านล่างได้เลยครับ
PhysioUpskill
#Physioupskill
⭐สำหรับใครที่อยากเรียนรู้เพิ่มเติม สามารถอ่านบทความอื่นๆได้ที่
https://physioupskill.com/บทความ/
หรือดูรายละเอียดคอร์สเรียนของเพจได้ที่
https://physioupskill.com/คอร์สเรียน/
ได้เลยครับ
Ref.
Neumann, D. A. (2017). Kinesiology of the musculoskeletal system: Foundations for Rehabilitation. Mosby.
Drake, R., Vogl, A. W., & Mitchell, A. W. M. (2019). Gray's Anatomy for Students.
Moore, K. L., Dalley, A. F., & Agur, A. M. R. (2018). Clinically Oriented Anatomy. Wolters Kluwer.
Oatis, C. A. (2016). Kinesiology: The Mechanics and Pathomechanics of Human Movement. Lippincott Williams & Wilkins.
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย