4 เม.ย. เวลา 06:05 • ความคิดเห็น

คนเราถ้าไม่ได้ทำงานร่วมกัน

ก็แทบจะไม่มีทางรู้เลยว่าเพื่อนของเราจะมีนิสัยอย่างไร เรื่องนี้เกิดขึ้นจริงกับฉันเช่นกัน
ครั้งหนึ่งเพื่อนของฉันมาต่อกะฉัน และฝากให้ฉันเก็บเงินมัดจำลูกค้า 1,000 บาท ส่วนที่เหลือก็ฝากให้เก็บอีก แต่พอลูกค้ามา เพื่อนกลับบอกว่าลูกค้าขอยกเลิก booking แล้วเอาลูกค้าของฉันไปทำ voucher ใบใหม่ เขียนเป็นว่าเป็น booking ของเขา ใส่ชื่อและเบอร์โทรของเขา ทั้งๆ ที่ชื่อลูกค้าและโรงแรมเป็นของฉัน
ฉันเพิ่งรู้เรื่องนี้อีกวันตอนที่เขาส่ง booking ให้ ฉันโกรธและโมโหมาก แต่ก็ไม่ได้ทำอะไร เพราะคิดว่าเรื่องมันอาจจะจบแค่บอกเจ้านายก็พอ แต่เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นใหญ่ โชคดีที่เจ้านายตัดสินใจให้แบ่งคอมมิชชั่นคนละครึ่ง เพื่อให้จบปัญหา
ฉันเป็นคนซื่อ ไม่เคยคิดเอาของเพื่อน แต่ไม่คิดเลยว่าเพื่อนจะคิดอยากได้ของฉัน เรื่องก็เลยจบไปแบบนั้น
แต่เธอเชื่อไหม? หลังจากวันนั้นผ่านมาเกือบ 6 เดือน เพื่อนคนนั้นที่เคยแย่งลูกค้าฉันไป ใช้เงินเกินตัวหลายครั้ง เจ้านายทนไม่ไหว ต้องให้เขาสิ้นสุดการทำงานทันที
เขาเป็นคนที่ชอบทำตัวหรูหรา ฟุ่มเฟือย อยากให้คนยอมรับ แต่ความจริงแล้ว เขาไม่ได้พัฒนาตัวเอง ทักษะการขาย การพูด การติดลูกค้า ไม่พัฒนาเลย ทำงานมานาน 8 ปี แต่ยังอยู่ห้องเช่า รถมอเตอร์ไซค์เก่าๆ มีผู้ชายเข้ามาจีบก็อยู่ไม่เกิน 7 วันแล้วก็เลิก
นี่แหละ… เวรกรรมของคนที่ชอบเอาเปรียบผู้อื่น คนที่คิดว่าการเอาเปรียบเห็นผลทันตา ได้คอมมิชชั่น ได้ยอดขาย แต่สุดท้ายชีวิตกลับไม่มีความสุข
ฉันเองก็เคยโดนใส่ร้ายบ่อย แต่เลือกที่จะเงียบ เพราะเชื่อว่าจักรวาลและสิ่งศักดิ์สิทธิ์รับรู้ทุกอย่าง ใครเป็นอย่างไร สักวันความจริงก็จะปรากฏ
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า อย่าคิดว่าเวรกรรมไม่มีอยู่จริง คนที่เอาเปรียบคนอื่น ชีวิตจะไม่สงบสุข เหมือนตายทั้งเป็น หรือกำลังตกนรกอยู่ทั้งที่ยังมีลมหายใจ
#อุทาหรณ์ #เวรกรรมมีจริง #สอนใจ #อย่าเอาเปรียบคนอื่น #karma #ชีวิต #ความยุติธรรม
โฆษณา