Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Worlds Trend
•
ติดตาม
4 เม.ย. เวลา 09:08 • ข่าวรอบโลก
CERN คือองค์กรอะไรแน่
ทำไม CERN ถึงเป็นองค์กรที่สร้างทุกอย่างตั้งแต่เว็บไซต์ที่คุณกำลังอ่านอยู่ ไปจนถึงคำตอบว่าทำไมจักรวาลถึงมีตัวคุณอยู่
เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2026 รถบรรทุกคันหนึ่งวิ่งอยู่ในบริเวณสถาบันวิจัยแห่งหนึ่งใกล้เจนีวา ด้านข้างรถเขียนว่า "Antimatter in Motion" ข้างในบรรทุกกล่องเหล็กหนักประมาณ 850 กิโลกรัม ภายในกล่องนั้นมีอนุภาคฝังอยู่ในสุญญากาศที่เย็นถึงลบ 269 องศาเซลเซียส แขวนลอยอยู่ด้วยสนามแม่เหล็กโดยไม่สัมผัสผนังภาชนะแม้แต่น้อย เพราะถ้ามันแตะอะไรก็ตามที่ทำจาก "สสาร" ธรรมดา มันจะสลายตัวกลายเป็นพลังงานทันที
อนุภาคเหล่านั้นมีทั้งหมด 92 ตัว คือ "แอนติโปรตอน" หรือปฏิสสารของโปรตอน รถวิ่งด้วยความเร็วสูงสุด 47 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระยะทาง 10 กิโลเมตร ใช้เวลาครึ่งชั่วโมง นักฟิสิกส์ชื่อ Stefan Ulmer นั่งในรถคันหลังจ้องหน้าจอมือถือที่แสดงสัญญาณชีพของอนุภาคตลอดทาง ถ้ากราฟเปลี่ยนรูปจากยอดคู่เป็นยอดเดี่ยว นั่นหมายความว่าปฏิสสารหายไปแล้ว
แต่กราฟไม่เปลี่ยน
นี่คือครั้งแรกในประวัติศาสตร์มนุษย์ที่ปฏิสสารถูกขนส่งออกจากห้องทดลอง และองค์กรที่ทำได้คือ CERN
เพื่อให้เข้าใจว่าปฏิสสารคืออะไร ให้นึกภาพว่าทุกอนุภาคในจักรวาลมี "ฝาแฝด" ที่เหมือนกันทุกประการ ยกเว้นว่าประจุไฟฟ้าสลับกัน โปรตอนมีประจุบวก แอนติโปรตอนมีประจุลบ อิเล็กตรอนมีประจุลบ โพซิตรอน ซึ่งเป็นปฏิสสารของอิเล็กตรอน มีประจุบวก เหมือนกระจกที่สะท้อนภาพกลับด้าน แต่ถ้าตัวจริงกับภาพในกระจกเจอกัน ทั้งคู่จะระเบิดหายไปเป็นแสงและพลังงาน ไม่เหลือซากแม้แต่ชิ้นเดียว
ทฤษฎีบอกว่าตอนจักรวาลเกิดขึ้นมาจาก Big Bang สสารกับปฏิสสารควรจะถูกสร้างขึ้นมาในปริมาณเท่าๆ กัน ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นจริง ทุกอย่างควรจะสลายกันหมดตั้งแต่ต้น ไม่มีดาว ไม่มีโลก ไม่มีคุณ แต่เรายังอยู่ตรงนี้ นั่นหมายความว่ามีอะไรบางอย่าง "เอียง" ให้สสารเหลือรอดมากกว่าปฏิสสารเล็กน้อย ปริมาณที่ว่าคือประมาณหนึ่งในพันล้านส่วน ความไม่สมดุลเล็กจิ๋วนี้คือเหตุผลที่จักรวาลมีทุกสิ่งทุกอย่างที่มี และไม่มีใครรู้ว่าทำไม
นี่คือคำถามที่ CERN พยายามตอบ
CERN ย่อมาจาก Conseil Européen pour la Recherche Nucléaire ก่อตั้งปี 1954 ตั้งอยู่บนพรมแดนฝรั่งเศส-สวิตเซอร์แลนด์ใกล้เจนีวา มีประเทศสมาชิก 25 ประเทศ พนักงานประจำราว 2,700 คน และนักวิทยาศาสตร์จากกว่า 80 ประเทศมากกว่า 12,000 คนที่ใช้สิ่งอำนวยความสะดวกของที่นี่ งบประมาณปีละมากกว่า 1,200 ล้านฟรังก์สวิส ซึ่งฟังดูเยอะ แต่ถ้าเทียบกับงบทหารของประเทศใดประเทศหนึ่งแล้ว มันเป็นเศษเสี้ยว
สิ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้คือ CERN ไม่ได้แค่ศึกษาอนุภาค พวกเขาเปลี่ยนโลกมาแล้วอย่างน้อยสามครั้ง และหนึ่งในนั้นคุณกำลังใช้มันอยู่ตอนนี้
ปี 1989 นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษชื่อ Tim Berners-Lee ทำงานอยู่ที่ CERN และมีปัญหาง่ายๆ คือนักวิทยาศาสตร์หลายพันคนจากทั่วโลกที่ทำวิจัยร่วมกัน ไม่มีวิธีแชร์ข้อมูลที่สะดวก คอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องมีระบบต่างกัน ข้อมูลกระจัดกระจาย เขาเสนอวิธีแก้ปัญหาเป็นข้อเสนอสั้นๆ ฉบับหนึ่ง หัวหน้าของเขาเขียนกำกับไว้ว่า "คลุมเครือ แต่น่าตื่นเต้น" แล้วปล่อยให้เขาทำต่อ
ภายในสิ้นปี 1990 เขาสร้างเว็บเซิร์ฟเวอร์ตัวแรก เว็บเบราว์เซอร์ตัวแรก และเว็บเพจแรกของโลกขึ้นมา ปี 1993 CERN ตัดสินใจปล่อยเทคโนโลยีนี้ให้ใช้ได้ฟรีโดยไม่เก็บค่าสิทธิบัตร ถ้าวันนั้น CERN เลือกเก็บเงิน World Wide Web อาจจะเป็นแค่ระบบภายในของห้องแล็บอีกแห่งหนึ่งที่ไม่มีใครจำได้
เว็บไซต์ที่คุณกำลังอ่านบทความนี้อยู่ แอปที่คุณใช้สั่งอาหาร ระบบธนาคารออนไลน์ที่คุณโอนเงินเมื่อเช้า ทุกอย่างเกิดจากห้องแล็บฟิสิกส์อนุภาคที่พยายามแก้ปัญหาเรื่องการแชร์ไฟล์
การค้นพบครั้งที่สองคือสิ่งที่ทำให้คุณมีน้ำหนักตัว ปี 1964 นักฟิสิกส์ Peter Higgs และ François Englert เสนอทฤษฎีว่ามี "สนาม" ที่แผ่คลุมจักรวาลทั้งหมด อนุภาคที่เคลื่อนผ่านสนามนี้จะถูก "ชะลอ" และได้รับมวล ลองนึกภาพว่าคุณเดินผ่านห้องว่าง คุณเดินเร็วมากเพราะไม่มีอะไรขวาง แต่ถ้าห้องนั้นเต็มไปด้วยคนที่พยายามคุยกับคุณทุกก้าว คุณจะช้าลง ยิ่งคุณดังมากเท่าไหร่ ยิ่งมีคนเข้ามาดึงคุณมากเท่านั้น "ความช้า" นั้นคือมวลที่คุณได้รับ อนุภาคบางชนิดที่ไม่สนใจใครเลย เช่น โฟตอน ก็ไม่มีมวลและเคลื่อนที่ด้วยความเร็วแสง
ปัญหาคือทฤษฎีนี้ต้องมีอนุภาคที่เป็นตัวแทนของสนามนั้น เรียกว่า Higgs boson และไม่มีใครเคยเจอมัน นักฟิสิกส์ตามหามันเกือบห้าสิบปี จนกระทั่งวันที่ 4 กรกฎาคม 2012 ทีมสองทีมที่ทำงานกับเครื่องเร่งอนุภาค Large Hadron Collider ของ CERN ประกาศพร้อมกันว่าพบมันแล้ว Peter Higgs ซึ่งตอนนั้นอายุ 83 น้ำตาไหลขณะนั่งฟัง ผู้อำนวยการ CERN ประกาศว่า "ในฐานะคนธรรมดา ผมคิดว่าเราพบมันแล้ว" หนึ่งปีต่อมา Higgs และ Englert ได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์
Large Hadron Collider ที่เป็นเครื่องมือในการค้นพบนี้คือเครื่องจักรที่ใหญ่ที่สุดที่มนุษย์เคยสร้าง เป็นอุโมงค์วงกลมเส้นรอบวง 27 กิโลเมตรฝังอยู่ใต้ดินลึกถึง 175 เมตร ข้ามพรมแดนฝรั่งเศส-สวิตเซอร์แลนด์ ข้างในเร่งอนุภาคให้วิ่งเกือบเท่าความเร็วแสงแล้วชนกัน พลังงานที่เกิดขึ้นจำลองสภาพจักรวาลในเศษเสี้ยววินาทีแรกหลัง Big Bang ถ้าจะเปรียบเทียบ ลองนึกภาพว่าคุณยิงนาฬิกาสองเรือนชนกันด้วยความเร็วมหาศาลเพื่อดูว่าข้างในนาฬิกามีชิ้นส่วนอะไรบ้าง นั่นคือหลักการเดียวกัน
การค้นพบครั้งที่สามเกิดขึ้นเมื่อไม่นาน ปี 2023 ทีม ALPHA ที่ CERN สร้างอะตอม "แอนติไฮโดรเจน" ซึ่งเป็นปฏิสสารของไฮโดรเจน ขังไว้ในกับดักแม่เหล็ก แล้วปล่อยให้ตกอิสระเพื่อดูว่าแรงโน้มถ่วงมีผลต่อปฏิสสารอย่างไร คำถามฟังดูง่ายมาก ปฏิสสารตกลงเหมือนสสารธรรมดาหรือเปล่า หรือมันลอยขึ้น แต่การตอบคำถามนี้ใช้เวลาสามสิบปี เพราะแค่สร้างแอนติไฮโดรเจนแล้วเก็บไว้นานพอจะทดลองก็ยากลำบากมหาศาลแล้ว
คำตอบคือมันตกลง เหมือนสสารธรรมดาทุกประการ ซึ่งยืนยันทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปของ Einstein แต่ความแม่นยำของการทดลองยังไม่สูงพอที่จะบอกได้ว่ามันตกด้วยอัตราเร่ง "เท่ากันเป๊ะ" หรือไม่ ถ้าวันหนึ่งพบว่ามีความต่างแม้เพียงเล็กน้อย นั่นจะเป็นการค้นพบที่เขย่าวงการฟิสิกส์ทั้งหมด
และนี่คือเหตุผลที่การขนปฏิสสารขึ้นรถบรรทุกเมื่อเดือนมีนาคมสำคัญมาก
ปัญหาของ CERN คือ "โรงงานปฏิสสาร" ของพวกเขาเป็นที่เดียวในโลกที่ผลิตและเก็บแอนติโปรตอนได้ แต่เครื่องจักรรอบข้างสร้างความรบกวนทางแม่เหล็กที่จำกัดความแม่นยำของการวัด Stefan Ulmer อธิบายว่ามันเหมือนพยายามมองผ่านกล้องจุลทรรศน์ แต่สิ่งที่คุณมองอยู่สั่นตลอดเวลา ภาพที่ได้เลยไม่คม ถ้าย้ายอนุภาคไปที่ห้องทดลองที่เงียบกว่า ความแม่นยำจะเพิ่มขึ้น 100 ถึง 1,000 เท่า
เป้าหมายคือขนแอนติโปรตอนไปที่ Heinrich Heine University ในเมือง Düsseldorf ประเทศเยอรมนี ซึ่งห่างออกไปประมาณแปดชั่วโมงขับรถ นั่นหมายความว่าต้องรักษาแม่เหล็กเหนือตัวนำยิ่งยวดให้เย็นต่ำกว่า 8.2 เคลวินตลอดเส้นทาง และเมื่อถึงปลายทางต้องถ่ายอนุภาคออกจากกับดักโดยไม่ให้มันหายไป ซึ่งคืองานที่ยากที่สุด
สิ่งที่คนทั่วไปอาจไม่เคยคิดถึงคือ ปฏิสสารแพงที่สุดในจักรวาล ไม่ใช่เปรียบเทียบ แต่ตามตัวอักษร การผลิตแอนติไฮโดรเจนต้องยิงโปรตอนด้วยความเร็วเกือบแสงชนกับโลหะ iridium แล้วดักจับแอนติโปรตอนที่เกิดขึ้นมา กระบวนการนี้สูญเสียอนุภาคส่วนใหญ่ไปเรื่อยๆ ในทุกขั้นตอน ด้วยเทคโนโลยีใหม่ที่ทีม ALPHA พัฒนา พวกเขาสร้างแอนติไฮโดรเจนได้มากกว่า 15,000 อะตอมในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ซึ่งสิบปีก่อนหน้านี้ตัวเลขระดับนี้ถือว่าเป็นนิยายวิทยาศาสตร์
สำหรับคนทำธุรกิจและนักลงทุน CERN คือตัวอย่างที่ชัดที่สุดของสิ่งที่เรียกว่า "ผลตอบแทนจากการวิจัยพื้นฐานที่มองไม่เห็นล่วงหน้า" ไม่มีใครในปี 1989 คาดการณ์ว่าโปรเจกต์แชร์ไฟล์ของนักฟิสิกส์จะกลายเป็นรากฐานของเศรษฐกิจดิจิทัลมูลค่าหลายล้านล้านดอลลาร์
เทคโนโลยีเครื่องเร่งอนุภาคของ CERN ถูกนำไปใช้ในการฉายรังสีรักษามะเร็ง เทคโนโลยีตรวจจับอนุภาคถูกนำไปพัฒนาเครื่อง PET scan ที่โรงพยาบาลทั่วโลกใช้อยู่ทุกวัน ด้วยงบปีละราว 1,200 ล้านฟรังก์สวิส หรือประมาณ 50,000 ล้านบาท เฉลี่ยแล้วประเทศสมาชิกแต่ละประเทศจ่ายน้อยกว่าต้นทุนเครื่องบินรบหนึ่งลำต่อปี แลกกับสิ่งประดิษฐ์ที่เปลี่ยนอารยธรรม
แต่สิ่งที่น่าคิดที่สุดไม่ใช่เรื่องเงิน เวลา CERN ค้นพบอะไรบางอย่าง มันไม่เป็นของประเทศไหน มันเป็นของมนุษยชาติ เทคโนโลยี World Wide Web ถูกปล่อยฟรี ข้อมูลจากเครื่องเร่งอนุภาคเปิดให้นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกเข้าถึง ในยุคที่ทุกประเทศแข่งกันปิดกั้นเทคโนโลยีและตั้งกำแพงภาษี องค์กรแห่งนี้ยังคงทำงานบนหลักการว่าวิทยาศาสตร์ไม่มีพรมแดน
รถบรรทุกคันนั้นกลับถึงจุดเริ่มต้น ทีมงานเปิดกล่องตรวจสอบ อนุภาคยังอยู่ครบ ห้องแล็บดังด้วยเสียงปรบมือและมีการเปิดแชมเปญฉลอง Ulmer บอกว่านี่คือ "จุดเริ่มต้นของยุคใหม่" เพราะต่อจากนี้ปฏิสสารจะไม่ถูกจำกัดอยู่แค่ในห้องแล็บเดียวอีกต่อไป มันจะเดินทางได้ และทุกที่ที่มันไปถึงจะเป็นที่ที่มนุษย์เข้าใกล้คำตอบว่าทำไมจักรวาลถึงเป็นแบบนี้มากขึ้นอีกนิด
ห้องแล็บที่เกิดจากความฝันว่ายุโรปจะไม่ทำสงครามกันอีก กลับกลายเป็นที่ที่ตอบคำถามว่าทำไมสิ่งใดๆ ถึงมีอยู่ได้ตั้งแต่แรก
ข่าวรอบโลก
วิทยาศาสตร์
ต่างประเทศ
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย