5 เม.ย. เวลา 12:27 • หนังสือ

📚 How to read more books by Ali Abdaal?

ทำยังไงให้อ่านหนังสือได้เยอะขึ้นในแบบของ Ali Abdaal ผู้เชี่ยวชาญด้าน productivity และ Youtuber ชื่อดัง
Ali Abdaal หมอและอดีตนักเรียนแพทย์จากมหาวิทยาลัย Cambridge ที่ผันตัวมาเป็นเจ้าของช่อง Youtube ชื่อดัง สาย productivity ที่มีผู้ติดตามใน Youtube แล้วมากกว่า 6 ล้านคน เขาเพิ่งเขียนหนังสือเป็นของตัวเองเล่มแรกชื่อ “Feel Good Productivity” ที่ขายดิบขายดีเช่นกันอีกด้วย ใครที่ชื่นชอบก็ไปติดตามผลงานของ Ali Abdaal ได้เลย
Ali เพิ่งทำวีดีโอที่ชื่อว่า “How to read more books”โดยให้วิธีการไว้ 10 ข้อ ที่เมื่อได้ดูแล้วก็เหมือนได้เตือนตัวเองด้วยเหมือนกัน เพราะช่วงนี้อ่านหนังสือได้น้อยลงมากมาย ใครที่อยากจะอ่านหนังสือได้เยอะขึ้นก็ลองเอาไปใช้ได้เลย หลาย ๆ ข้อผมก็ทำอยู่แล้วและได้ผลดีเลยครับ
1. The Pillow Rule ตั้งกฎก่อนนอนของเราเอง
คนส่วนใหญ่ใช้เวลาก่อนนอนไถมือถือ เล่น social media หรือดูหนัง ดู YouTube Ali บอกว่าหากเราอยากอ่านหนังสือได้มากขึ้นก็เอาเวลาก่อนนอนนี่แหละอ่านหนังสือ โดยให้มีแค่หนังสือหรือ kindle อยู่ในห้องนอนข้าง ๆ เตียงและที่สำคัญให้เอามือถือไปชาร์จไว้หรือเก็บไว้อีกห้องหนึ่ง เป็นการจัดสภาพแวดล้อมให้เรามีทางเลือกคือการอ่านหนังสือเท่านั้นและยากที่จะเล่นมือถือนั่นเองครับ (นอกเสียจากว่าใครที่พยายาม ยอมเดินไปเอามือถือจากอีกห้องหนึ่ง ก็ยอมหละครับ 😂)
2. ลบ app social media ทั้งหลายออกจาก Home Screen ของมือถือทำให้เราเล่นได้ยากขึ้น
คล้าย ๆ กับข้อแรกคือเราพยายามทำให้การเล่น social media ที่เป็นศัตรูหลักของการอ่านหนังสือนั่นทำได้ยากที่สุดนั่นเองก็คือลบออกไปจาก Home Screen เลยแล้วเหลือเฉพาะ app ที่จำเป็นไว้หน้า Home Screen รวมถึง app อ่านหนังสือหรือพวก kindle ทำการอ่านให้เป็น default เวลาเราหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเล่น
3. Multitasking Rule ลองฟัง Audio book แทนระหว่างทำอย่างอื่นไปด้วย
คนส่วนใหญ่มักบอกว่าไม่มีเวลามานั่งอ่านหนังสือ ถ้าอย่างนั้น Ali ก็แนะนำให้ฟัง audio book แทนระหว่างทำอย่างอื่นได้เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นตอนทำอาหาร ออกกำลังกาย ทำงานบ้านและโดยเฉพาะตอนขับรถ ระหว่างไปทำงานกลับบ้านก็ได้แล้ววันละ 1 ชม อย่างต่ำ
4. Don’t be a monogamous reader ไม่จำเป็นต้องอ่านทีละเล่ม บางทีมันเบื่อ
เชื่อว่าหลายคนมีความพยายามอยากอ่านหนังสือเลยหยิบหนังสือมาอ่าน แต่พอลองอ่านไปนาน ๆ ก็มักจะเจออาการฝืน ๆ ฝืด ๆ หรือเบื่อได้บ้าง Ali เองก็ยอมรับว่าเขาก็รู้สึกเบื่อตอนที่เขาอ่านหนังสือเล่มดังอย่าง Sapiens เพราะเป็นหนังสือดังและมีแต่คนบอกว่าดี เขายอมรับว่าบางครั้งรู้สึกเบื่อมากและเนื้อหาหนักเกินไป อันนี้ผมเป็นบ่อยเลย เทคนิคที่ช่วยได้เลยคือ เราอ่านทีละหลายเล่มก็ได้ ไว้สลับกันเวลาเบื่อ หรือบางช่วงเวลาก็เหมาะกับการอ่านหนังสือเบา ๆ สบาย ๆ เราก็อ่านสลับ fiction กับ non-fiction ได้เหมือนกัน
5. Give yourself permission to abandon a book ไม่ต้องรู้สึกผิดที่อ่านไม่จบเล่ม
เราถูกสอนมาตั้งแต่เด็ก ๆ ว่าการอ่านหนังสือเป็นเหมือนงานที่ต้องทำ ต้องอ่าน การอ่านไม่จบหรือหยุดไปนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ควรหรือไม่ดี
หลายคนเลือกหนังสือเล่มหนึ่งมาอ่าน แต่อ่านไปรู้สึกว่าไม่สนุกหรือมันไม่ใช่ ถ้ามันไม่ใช่ก็เปลี่ยนเล่มเลย อย่าเสียเวลา ฝืนอ่าน เพราะมันจะยิ่งทำให้เราไม่อยากหยิบขึ้นมาอ่าน ไม่ต้องรู้สึกผิดไม่ว่าหนังสือเล่มนั้นจะดีขนาดไหนก็ตามเพราะช่วงเวลานั้นเราอาจจะยังไม่เหมาะที่จะอ่านหนังสือเล่มนั้น ๆ ก็เป็นได้ ผมเองก็เป็นบ่อย ๆ หลาย ๆ เล่มเราเลือกอ่านตามกระแสหรือมีแนะนำมา แต่เราอ่านแล้วไม่ค่อยชอบ ยิ่งฝืนอ่านไปก็ยิ่งรู้สึกว่าทำให้เราอ่านได้น้อยลง
6. Read what you love until you love to read จาก Naval Ravikant
ข้อนี้น่าจะต่อเนื่องจากข้อที่แล้วคือให้เราเลือกอ่านหนังสือหรือเรื่องที่เราชอบก่อนเลย อ่านให้เป็นนิสัย สร้างนิสัยและ routine ขึ้นมาก่อน Naval Ravikant นักลงทุนชื่อดังผู้มีเรื่องราวในหนังสือเล่มดังอย่าง The Almanack of Naval Ravikant ที่เป็นหนังสือเล่มที่ผมชอบมาก ๆ เล่มหนึ่งเลย ได้เขียนประโยคนี้ไว้ว่า “Read what you love until you love to read” คมมากกก
7. Gamify the process ทำการอ่านให้เหมือนการแข่งขันหรือเล่นเกม
ให้หา tracking tools พวก Goodreads ที่มีการตั้ง reading challenge ในแต่ละปี ยิ่งหากเรามีกลุ่มเพื่อนและทำเป็นการแข่งขันจะน่าจะทำให้การอ่านสนุกขึ้น คล้ายกับการออกกำลังกายอย่างการวิ่งที่เรามักจะสนุกขึ้นเมื่อเรามีการ track สถิติต่าง ๆ และแข่งขันกับเพื่อน ๆ ในกลุ่ม
8. Read and Listen Faster ไม่ต้องกลัวที่จะรีบอ่าน หรือข้ามบางส่วนที่ไม่ได้เป็นประเด็นหลักไปก็ได้
Ali บอกเลยว่าตัวเขาเองมักจะฟัง audio book แบบ speed x 1.5 หรือมากกว่านั้นซะด้วยซ้ำ แล้วเขาก็ยอมรับว่ามีหนังสือ fiction บางเล่มที่เขาอ่าน บางช่วงเรื่องราวมันค่อนข้างน่าเบื่อและเอื่อย ๆ เขาจึงอ่านแบบข้าม ๆ ไปบ้างจนถึงตอนที่ตื่นเต้น
Ali บอกว่าคนเราควรจะฝึกฟังหรืออ่านที่ speed ที่เร็ว เพราะจะเป็นประโยชน์ ช่วยประหยัดเวลา การอ่านแบบเร็วก็จำเป็นต้องฝึก เพราะคนส่วนใหญ่เวลาอ่านจะอ่านเหมือนเราออกเสียงทุกคำในสมองเรา (subvocalization) ซึ่งนั่นทำให้เราอ่านได้ช้า เพราะจริง ๆ เราไม่จำเป็นต้องออกเสียงทุกคำเวลาเราอ่าน
9. Impulse Buying เห้ย Ali แนะนำให้รีบซื้อหนังสือมาดองเฉย 😆
Ali บอกว่าหากเราเจอ book recommendation ที่เราชอบ ให้เรารีบไปหาซื้อมาเลย (หากไม่มีปัญหาเรื่องเงินนะครับ) เข้าใจว่าหากเจอที่หนังสือที่เราชอบให้รีบซื้อและรีบอ่านด้วยเพราะเรากำลังอินหรืออยู่ใน momentum ที่อยากอ่านครับ แต่ Ali เองก็บอกว่าเขาก็ซื้อหนังสือมาดองไว้เหมือนกัน บางเล่มเขาซื้อมานานแล้วแต่เพิ่งมาได้เปิดอ่านซึ่งค้นพบว่าดีมากและได้ไอเดียใหม่เปลี่ยนชีวิตได้เลย
10. The Identity shift ให้เปลี่ยนตัวตนของเราเป็นนักอ่าน
James Clear ผู้เขียนหนังสือเล่มดังอย่าง Atomic Habits ได้เขียนไว้ในหนังสือว่าสิ่งที่จะทำให้เราเปลี่ยนนิสัยได้อย่างถาวรเลยคือ เราต้องเปลี่ยนตัวตน หรือ identity เราก่อน
เรื่องการอ่านก็เช่นกัน หากเราบอกตัวเองอยู่ตลอดว่าเราเป็นคนที่ไม่ชอบอ่านหนังสือ อ่านหนังสือไม่สนุก เราก็จะไม่อ่านมัน แต่หากเราบอกตัวเองตลอดเวลาว่า เราจะพยายามอ่านหนังสือมากขึ้น หรือ ระบุตัวตนเราไปเลยว่า “I am a reader” เราก็จะพยายามใช้เวลาว่างของเราในการอ่านหนังสือแทนที่จะไถมือถือแทนครับ ข้อนี้ผมบอกเลยว่าสำคัญที่สุด หากเราเปลี่ยน identity ตัวเราได้ ทุกสิ่งจะตามมาเอง
สุดท้าย Ali บอกว่าการอ่านหนังสือได้เยอะ ๆ ก็ไม่ใช่ประเด็นสำคัญสิ่งที่สำคัญคือ เราได้เรียนรู้อะไรบ้าง เราเกิดแรงบันดาลใจ หรือได้แนวคิดอะไรบ้างมากกว่า การอ่านก็เป็นการเรียนรู้รูปแบบหนึ่ง สิ่งที่สำคัญคือเราต้องมีความอยากเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ตลอดเวลามากกว่า
ลิ้งค์ของวิดีโอนี้ดูได้ในคอมเม้นท์ครับ
ขอให้สนุกกับการอ่านโดยเฉพาะในช่วงวันหยุดยาว ๆ ครับ 😃
โฆษณา