Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Side Stories
•
ติดตาม
8 เม.ย. เวลา 13:05 • ภาพยนตร์ & ซีรีส์
“Mayonaka Heart Tune - จูนเสียงใจ ไปสุดฝัน” พระจันทร์ ความฝัน และเสียงในใจ
สวัสอิโกะ! 🐾
วันนี้เราจะมาเล่าเรื่องราวระหว่างทาง
จาก “Mayonaka Heart Tune : จูนเสียงใจ ไปสุดฝัน”
ซึ่งไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อนเลย จริงมั้ยบุ๊กกี้?
โอ้วว! ใช่เลย ให้เป็นหน้าที่ของยามาบุกิผู้นี้
ช่วยร้องเรียงออกมาให้สมบูรณ์แบบเอง
รับรองว่า “เสียง” ของพวกเธอ
จะส่งไปถึงทุกคนแน่นอน ฮ่าๆๆๆ✨🚀
ว่าแล้วก็อยากชวนผู้อ่าน
มารัดเข็มขัดนั่งยานอะพอลโล่
ออกมาสำรวจดวงจันทร์ของใจ
จากแก่นทั้งหมดในเรื่องนี้ SS1 กัน
(เสียงตามสาย) ขอความกรุณาคนที่
อ่านมังงะนำไปก่อนแล้ว ไม่สปอยล์
เพื่อนๆ ใน รร. นะคะ จากรอง ปธ. เองค่าา 🔴⚫
.
.
.
🩷 1. “สาวซึน” ผู้เปราะบางจากข้างใน
- มองภายนอก ถ้าเทียบกับเพื่อนๆ ในกลุ่ม “Himekawa Nene” อาจดูเป็นสาวซึนๆ จอมก๋ากั่น ปากร้ายและไม่เคยตรงกับใจ เวลาโกหกใครยังหูแดงสุดๆ ไม่อยากให้รู้ความรู้สึกเท่าไหร่ หากมากวนใจก็พร้อมประเคนหมัดหรือทุ่มเหวี่ยงจนแทบสลบ แต่มองไปข้างในจะค้นพบว่าเธอนั้นมีความอ่อนไหว ไม่แน่ใจตัวเอง คิดเกร็งเยอะไปหมด ซ้ำยังอ่อนภาษาญี่ปุ่น โดยเฉพาะตัวคันจิ พากย์ผิดๆ ถูกๆ จนเกือบกลายเป็น "หุ่นยนต์พากย์เสียง" ที่เก่งแต่ทฤษฎีแต่ไร้ซึ่งจิตวิญญาณ
แม้จะมีเนื้อเสียงอันอ่อนหวาน ชวนฝัน เหมือนแมวอ้อน น่าฟัง ลึกๆ เธอก็ยังไม่เคยมั่นใจพอ ด้วยความที่เคยถูกพ่อปลูกฝังมาให้โอนอ่อน ผ่อนปรน อย่างตอนไปช่วยงานชมรมละครก็ดูเป็นคนละคน ไม่กล้าต่อปากต่อคำใครๆ ได้แต่หางตกทำตามที่เขาบอกมา ผลคือนอกจากงานไม่ได้ ยังไม่เป็นตัวเองอีกด้วย (มีบทพูดถึงพ่ออยู่เล็กน้อยในพาร์ทเธอ ซึ่งคาดว่าจะเฉลยปมนี้ใน SS2 มากขึ้น)
สิ่งเหล่านี้ทำให้อาริสุมองเห็นว่าแท้จริงเนเนะก็มีมุมที่เปราะบาง ผิดพลาด หลงทางอยู่กลางอวกาศอันเคว้งคว้างที่เรียกว่า “ความฝัน” สู่การเป็นนักพากย์อาชีพ ขณะที่เธอยังรับมือกับคำวิจารณ์ตรงไปตรงมาไม่ได้ ยังเอาแต่ใจ ภาษาญี่ปุ่นก็ไม่ชำนาญ
เมื่อเป็นเช่นนั้นอาริสุจึงค่อยๆ เคาะประตูเปิดเข้าไปในยานเธอ ค่อยๆ พามาเจอโลกแห่งมืออาชีพเขาทำงานกันยังไง เรื่องตัวคันจิยังไม่ได้ นี่ไงฉันสรุปเนื้อหา พร้อมช่วยตั้งเป้า KPI มาให้ว่าควรผ่านการสอบระดับ 3 เพราะมันคือระดับพื้นฐานที่ "นักพากย์มืออาชีพ" จำเป็นต้องมีนั่นเอง จึงลงทุนทำเอกสารหนาเตอะให้เธอ มากกว่าใครๆ
โดยมองว่าถ้านักพากย์อ่านคันจิในบทไม่ออกหรืออ่านผิดแม้แต่ตัวเดียว มันจะทำให้เสียงานและดูไม่มืออาชีพเท่าที่ควร และการที่เขามองตัวเองเป็นคนสมบูรณ์แบบ 99% จึงไม่ยอมให้ 1% ที่เหลือตรงนี้มาขวางความฝันเธอ แม้ตัวเองต้องเจ็บตัวก่อนก็ตาม (ฮ่าาา) และความใส่ใจตรงนี้ทำให้เนเนะเริ่มที่จะยอมเปิดใจ แอบไปฝึกเพิ่มอย่างจริงจังคนเดียว
ตลอดจนกำแพงอันสูงชันอย่างงานแสดงที่เหมือนจะง่าย แค่ “คิด” และเล่นไปตามบท แต่ผลออกมาชวนสลดจนเพื่อนที่ต่อบทปลิวแทบขิต เพราะการแสดงนั้นมันไม่มีชีวิต ไม่มีจริตของตัวละครมากเท่าที่ควรจะเป็น
เมื่ออาริสุเข้าไปช่วยเปิดประตูตรงนี้ เขาไม่ได้ช่วยแค่ฝึกเทคนิค แต่ช่วยให้เธอวางความคิด กล้าที่จะวางใจลงในบท และปลดปล่อยศักยภาพที่เคยถูกซ่อนอยู่หลังความกังวลของตัวเอง ถ้ามองไม่ออก เล่นไม่อิน ไม่เคยมีประสบการณ์รัก คบ หรือโดนแฟนนอกใจ งั้นก็มา Role Play ให้ได้ประสบการณ์เสมือนจริงกันไปเลย
การเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จำลองจาก "Fake Dating" ระหว่างอาริสุกับอิโกะ ที่แอบเนียนต่อบทกันจนเหมือนจริงสุดๆ คือจุดเปลี่ยนที่ทำให้สาวแกร่งอย่างเนเนะได้สัมผัสกับความเจ็บปวดและความหึงหวงจริงๆ จนเข้าถึงบทบาทได้อย่างลึกซึ้ง เลิกคิดและปล่อยใจ “รู้สึก” ไปกับบท จนส่งอารมณ์ออกมาอย่างร้ายกาจ ฉีกกรอบจากบท ทำเอาแม้แต่เพื่อนที่เล่นด้วยกันยังยอมรับ (ไม่ต้องไปห้องน้ำแล้วนะ)
เนเนะเป็นคนที่ทำให้เรื่องบอกเราว่า งานนักพากย์ไม่ใช่แค่พูดให้ชัดหรือออกเสียงให้เพราะ แต่ต้อง “เข้าถึงความรู้สึก” ของตัวละครให้ได้จริง เพราะถ้าหัวใจไม่ถึง เสียงก็จะไม่พาอะไรไปถึงคนฟัง เธอเรียนรู้ว่าการเป็นนักแสดงที่ดีไม่ใช่การ "แสร้งทำ"
แต่คือการ "ปล่อยใจ" ให้เป็นไปตามสถานการณ์และกล้าที่จะแสดงความขี้แย อ่อนแอ ขอความช่วยเหลือออกมา และกล้าที่จะเผชิญหน้ากับความรู้สึกที่มีต่อคนรอบข้างมากขึ้นกว่าเดิม โดยมีอาริสุคอยเคียงข้าง ส่งงานออดิชันต่างๆ ให้ เวลาเธอพลาด ออดิชั่นไม่ผ่าน เขาเองก็เศร้าตุ้บไปด้วย แต่ทั้งคู่ก็กำลังพัฒนาไปด้วยกันได้เรื่อยๆ อย่างน้อยมีหนังสือสื่อรักคั่นกลางจุมพิตไว้ในใจมั่น
วันที่งานพากย์เสียงของเธอเปล่งออกมาได้ถูกต้อง แม่นยำตามไวยกรณ์ และสื่อความรู้สึกตัวละครได้อย่างแท้จริง น่าฟังกว่าเดิม วันนั้นฉันก็คงเฝ้ามองได้อย่างภูมิใจ พยายามมาได้ดีแล้วนะ “เนเนะ”
ส่วนอีกข้อที่ผมชอบในตัวเธอมากๆ ในความเป็นสาวซึนจอมดื้อ เนื้อในเธอคือสายซัพที่รักเพื่อนๆ มาก ทั้งคอยตามดูไลฟ์อิโกะอยู่ตลอด / ยินดีร่วมกิจกรรมพิเศษของชิโนบุ ในงานกีฬาสี รร. ทั้งการใส่ชุดคอสเพลย์ และคอยดูแลผู้เข้าร่วมกิจกรรมตัวแทนสารภาพ / ถือป้ายให้กำลังใจริกกะ ในไลฟ์เปิดตัวเพลงต้นตำรับ บนดาดฟ้า ส่งกำลังใจให้ในวันที่เพื่อนอ่อนล้าโรยแรง ให้มีพลังดีดกีต้าร์เปล่งเสียงไปต่อ
และลึกๆ เนเนะเองก็ยอมรับในตัวตน ความสามารถของอาริสุ ถ้าไม่มีพลังซัพพอร์ตจากเขา เธอและเพื่อนๆ ในกลุ่ม ก็คงไม่มีวันนี้เช่นกัน ก็ไม่ได้รักอะไรมากหรอก แค่คอยซึนๆ แอบบอก แค่อยากป้อนทาโกะยากิด้วยไม้จิ้มเดียวกัน แค่นั้นแหละ
🐾 2. “แมวน้อย” จอมขี้อาย
- ภายใต้หน้ากากแห่งความเป็น VTuber คนหนึ่ง “Kirino Iko” คือเด็กสาวที่ขี้อาย ไร้ความมั่นใจ เปิ่นโก๊ะๆ
บางทีไลฟ์อยู่ดีๆ ก็หยุด ปิดกลางคันทำเอาคนดูงงไปหมด ยังแสดงความรู้สึกไม่เก่ง พูดติดขัด ตกคนไม่ค่อยเป็น หรือความชำนาญเชิงเทคนิคต่างๆ ในเบื้องหลัง และเทคนิคการตลาดก็ยังไม่มีเท่าไหร่ จึงทำให้ข้างในเธอหวาดกลัว มืดมัวที่จะพาตัวเองไปถึงฝันของการเป็นตัวท็อปในวงการ มียอดฟอลหลักล้านจนเก็บไปฝันจริงจัง
ทว่าสิ่งเหล่านี้คือพลังที่ทำให้อิโกะไม่เคยหยุดพัฒนา เพราะเธอคือสาวเนิร์ดผู้ “กล้าพยายาม” คอยลองผิด ลองถูกในแต่ละด้าน ทำลงไปด้วยแพสชันกับสิ่งที่ตัวเองรักจริงๆ ทั้ง VTuber / เกม / คอนเทนต์ / วัฒนธรรม และพร้อมจะศึกษาทุกอย่างด้วยตัวเอง หลายครั้งที่แอบลุยเอง ไม่ให้บุ๊กกี้ช่วย ทั้งการลองไลฟ์ทำอาหาร แต่ไม่รู้จะสลับกล้องให้เห็นวัตถุดิบได้จากไหน
ทั้งการทำอวตารใหม่สไตล์เซ็กซี่ตะโกน เพราะเห็นคนอื่นทำแล้วดี ซึ่งเธอทำแล้วก็ดี ยอดพุ่ง แต่มันก็ไม่ใช่เธอ สังเกตได้ว่าหลายครั้งต้าวแมวน้อยก็ตุ้บเองไปหลายทีจนเพื่อนๆ ยังตกใจในความเปลี่ยนแปลงผ่านหน้าจอ จนอยากจะพุ่งตัวชนบุ๊กกี้อีกที ฮ่าา
แม้ว่านี่คือความแปลก เปิ่นๆ อาจดูไม่เข้าพวกในตอนแรก ไม่รู้จะวางตัวแบบไหน จะพูดอะไร แสดงออกยังไง แต่เป็นความแปลกที่กำลังดี ไม่มีเกิน เพราะนี่คือการค้นหา กำลังทดลองว่า “ตัวตนแบบไหน” คือเราจริงๆ” ผ่านการลองเล่นเกม ลองทำคอนเทนต์ ลองแสดงออกหลายแบบ มันคือการ “ประกอบตัวตน” ทีละชิ้นที่เรียลสุด
ซึ่งในโลกที่หลายคนพยายามสมบูรณ์แบบ โดยเฉพาะจักรวาลแห่ง VTuber ที่อาศัยตัวตนเสมือนมาสร้างความแตกต่างผ่านการสร้างสรรค์คอนเทนต์ Visual และน้ำเสียงที่ดึงคนอยู่หมัด กลับกันความเปิ่น และความ “พยายามทั้งที่ยังไม่มั่นใจ” และทำต่อไปแบบสม่ำเสมอ ตัวตนต่างๆ นี้ของอิโกะนั้นเป็น “Sense of Humanity” ที่ไฮเปอร์เรียลสุด และเป็นสิ่งที่คนดูต่างโหยหา ยิ่งในยุคนี้ที่อะไรๆ ก็ AI base ไปหมด เมี้ยว
อิโกะเป็นคนที่ยังไม่เก่ง ยังไม่มั่นใจ ยังกลัวอยู่ลึกๆ แต่ก็ยังเลือกจะ “ไปต่อ” ทำให้ทั้งเพื่อนๆ และบุกกี้รวมถึงแฟนๆ ในช่องทุกคน พากันเอาใจช่วยโดยไม่รู้ตัว ในมุมของบุกกี้จึงมองว่าหน้าที่ของเขาคือ “เติมเต็ม” ส่วนที่ขาดและขยายเสียงส่วนที่ดีอยู่แล้วของเธอจนสุด เปลี่ยนจากช่อง “Sumeragi Ikon” ฉบับ 1.0 เป็น 2.0 ที่เคลื่อนไหวแสดงออกท่าทางและสีหน้าแบบเรียลไทม์ได้มากขึ้น ตลอดจน 3.0 / 4.0 / 5.0 ที่พัฒนาอย่างโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ขึ้นเรื่อยๆ
พร้อมยังย้ำว่าเนื้อเสียงของเธอดีอยู่แล้ว เท่ ชัดเจน น่าฟัง ให้ความรู้สึกสงบ นี่คือพรสวรรค์และอาวุธสำคัญของ VTuber ที่ไม่ใช่ทุกคนจะมี โดยเฉพาะไลฟ์ยาวที่คนดูมักทำอย่างอื่นไปด้วย เน้นการฟัง เสียงเธอดีกว่าอาโอะจังเสียอีก (ชมอี๊กกกก ชมอีกๆๆ) ถึงจะยังไม่มียอดฟอลหลักล้านแบบนั้น เธอก็ยังมีดีขึ้นสู่ความเป็นตัวท็อปได้ในแบบเธอ แน่นอนยามาบุกิผู้นี้ไม่เคยโกหกหรือพูดเอาใจใคร ฝากทุกอย่างที่เหลือมาพึ่งฉันบ้างเถอะ เธอไม่ได้สู้คนเดียว
บุ๊กกี้อาศัยความเข้าใจตลาด ความรู้อินไซต์พฤติกรรมกลุ่มเป้าหมายที่ดู VTuber ว่าเขาติดตามจากอะไร และไม่ตามจากอะไร ค่อยๆ ให้คำแนะนำอิโกะ เพื่อให้แน่ใจว่าเสียงสวรรค์ที่น่าฟังเช่นนี้ ทำยังไงถึงจะถูกรับฟังในระยะยาว ลองไปคอลแลปกับคนที่มียอดฟอลสูงกว่าดูมั้ย ไปเป็นแขกสักที ทำยังไงก็ได้ให้แสงมาถึงเธอมากขึ้น
ให้เสียงของเธอกระจายในวงกว้างขึ้น เพื่อเปิดโอกาสใหม่ๆ ในวันข้างหน้า และลองทำอะไรใหม่ๆ อย่างการฝึกไลฟ์เล่นเกมสยองขวัญ เพื่อเตรียมเข้าร่วมโปรเจกต์ ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นยังไง การได้ลองทำดู มันก็เก่งมากแล้วจริงๆ
ถึงตอนลองเล่นเกม FPS สไตล์ยิงซอมบี้ จะทำให้อิโกะผวาจนปล่อยจอย ฟีลแบบฉี่แทบราด เพราะแพ้ทางคอนเทนต์แนวสยองขวัญสุดๆ ซึ่งเขาเองก็ไม่ได้เช็กมาก่อน เลยก้มหัวขอโทษจากใจ แต่ต้าวแมวก็รู้สึกผิดเช่นกันที่ปากบอกจะทำให้ได้ แล้วยังไม่ได้ ทั้งที่บุกกี้อุตส่าห์ชม เขาเลยยกตัวอย่างนักเบสบอลที่ไม่ได้เก่งเริ่ด
แต่มีการเล่าเรื่องความพยายามเคล้าดราม่าจนกว่าจะทำได้ ความเรียลนั่นแหละที่ทำให้คนอยากติดตามเอาใจช่วยมากขึ้น เพราะความเก่งอย่างเดียวมันตรึงใจคนดูไม่ได้หรอก VTuber ก็เช่นกัน ถ้าเธอถ่ายทอดความพยายามและความรู้สึกออกไปบ้าง ก็ยังมีคนที่ชอบแนวนี้แน่ๆ “บางครั้งข้อเสียก็เป็นอาวุธได้”
อย่างคลิปสั้นที่มาจากรีแอคหลุดโลกของเธอ และการพาดหัวยั่วคลิก VTuber หน้าใหม่กลัวจนฉี่ราด (ยังไม่ได้ราดจริง แต่พาดหัวล่อเป้า) ก็ทำให้คนสนใจจนติดเทรนด์ พาให้ตัวท็อปแบบอาโอะจังสนใจติดต่อดีลงานเข้าไปร่วมชาเลนจ์ในไลฟ์ด้วยกัน แม้จะถูกจัดลำดับให้อยู่ในกลุ่มรวมดาวแปลก แถมโดนแซว แกล้ง ก่อนจะแพ้จบอันดับ 4
และแม้จะเจ็บใจที่ทำออกมาได้ไม่ดี แต่อิโกะก็ยังยิ้มรับ มองแง่ดีว่าอย่างน้อยความพยายามของเราสองคน ได้นำมาสู่เวทีใหญ่ด้วยกัน และอนาคตจะก้าวไปในที่ที่ดีกว่า ถ้ามีบุกกี้อยู่เคียง ทำให้เด็กหนุ่มผู้สมบูรณ์แบบถึงกับยิ้มอ่อน และมองโลกได้ในอีกมิติที่ไม่ใช่แค่อันดับ ถ้าได้ลองทำแล้วสนุก มีความสุข มันก็เพียงพอแล้วล่ะ
แต่ก็ยังคงอินสุด ไม่ยอมให้อภัยพวกที่มาแกล้งคิริโนะของฉันแบบนั้นได้ รวมถึงอาโอะที่ไร้มารยาทด้วย ยังดีที่อีกฝ่ายติดต่อมาขอโทษ รวมถึงหลายครั้งที่บุกกี้แอบพาอิโกะเปิดใจ ปล่อยความรู้สึกออกมาแบบไม่ได้ปิดไฟล์จริง ก็ยิ่งทำให้คนดูสนใจและหลงรักความเป็นเธอมากกว่าเดิม
อิโกะคือคนที่ทำให้เรานึกถึงตัวเอง…ในวันที่ยังไม่เก่งอะไรเลย แต่ก็ยังอยากจะลองเป็นอะไรสักอย่างดูยังกระหายอยากรู้ อยากลองท่าใหม่ๆ ให้ดีขึ้น ถึงมันยังไม่ดี ก็ยังดีที่ได้ลอง ขณะเดียวกันด้านความรัก อิโกะเองก็กล้าแสดงออกไม่แพ้ใคร เธอทลายความขี้อายและสื่ออารมณ์บอกบุกกี้อยู่หลายครา โดยมีแท็ปเล็ตเป็นสื่อรัก เป็นพยานในจูบเบาๆ ครานั้น และเล่นบทแฟนสาวสมมติได้สมจริงเหลือเกิน จนเนเนะ ริกกะ ชิโนบุยังทึ่งตาม
เธอไม่ได้เติบโตขึ้นแค่ในฐานะครีเอเตอร์ แต่ในมุมเด็กสาวผู้ใช้เสียงหัวใจนำทางไปสู่เป้าหมายปลายทาง และเชื่อว่าการฝันถึง “ฝันที่เป็นจริง” คืนนั้น จะทำได้ในสักวัน
📺 3. “สายซัพ” ผู้แบกรับอะไรมากมาย
- หากเปรียบทั้ง 4 สาวเป็นเสียงบางอย่างจากตัวตนที่เป็นอยู่ทั้งภายนอกและภายใน “ริกกะ” คือเสียงเพลงอันสดใส พร้อมให้แรงบันดาลใจผู้คน / “เนเนะ” คือเสียงเล่านิทานก่อนนอน กล่อมเกลาหัวใจให้คลายเศร้าเหงาจางจนฟื้นคืน / “อิโกะ” คือเสียงแมวน้อยคอยสร้างความชื่นมื่น ตกผู้คนเป็นว่าเล่น เป็นโลกเสมือนที่สมจริงในใจ
แต่หากมองออกไปอีกมุม ท่ามกลางห้องชมรมกระจายเสียงใสๆ ที่กุมหัวใจผู้คนใน รร. มากมาย ยังมีอีกเสียงด้านใน ซึ่งเต็มไปด้วยความละมุนละไม อ่อนโยน พร้อมคอยปลอบประโลม ให้ความอบอุ่น เย็นใจ เป็นเสียงเล็กๆ ไม่ยิ่งใหญ่ แค่เปิดใจหันมาก็จะพบเธอยิ้มรอ ขอแค่ได้อยู่เงียบๆ ตรงนี้เป็นพลังซัพพอร์ตให้ชมรม เพื่อนๆ และทุกคนได้มีความสุข มีแรงบันดาลใจกลับไป เธอก็ยินดีให้ทุกอย่างเท่าที่มีแบบไม่ลังเล
เธอคนนี้คือ “Uzuki Shinobu” รองประธานชมรมกระจายเสียงและรองประธาน นร. เจ้าของเสียงอันนุ่มนวล ที่มาพร้อมรูปร่างหน้าตาน่ารักพิมพ์นิยม ผมยาวดำสลับแดง พร้อมนัยน์ตาแดงเพลิงอันเปล่งประกาย และความฝันอันเฉิดฉายที่อยากจะเป็นผู้ประกาศข่าวสาวในสักวัน
แม้โดยตำแหน่ง ริกกะคือประธานชมรมกระจายเสียงก็ตาม แต่โดยเนื้อในชิโนบุคือนิยามแห่งสายซัพพอร์ตผู้คอยดูแลงานทุกอย่าง เก็บกวาดทุกรายละเอียด ไม่ว่าจะเป็นการออกเสียง ลงความเห็น แชร์ไอเดียกันภายใน หรืองานอะไรที่เพื่อนๆ อีก 3 คนไม่ถนัดจะทำ เธอจะเป็นคนอาสารับจบให้อย่างเต็มใจ ขอแค่งานไปต่อได้ ชมรมได้สร้างผลงาน เพื่อนๆ สุขใจ เหนื่อยน้อยลง แค่นั้นก็มากพอ
รวมถึงนอกชมรมที่เป็น “รอง” ปธ. เช่นกัน แต่ชิโนบุคือเสียงผู้เป็นดั่ง Role Model ที่ทุกคนเฝ้าใฝ่ฝัน แค่ได้เจอในแต่ละวันก็เหมือนได้พลังและแรงบันดาลใจ คนอะไรทั้งน่ารัก เรียนเก่ง กิจกรรมเริ่ด และนิสัยดี เข้าหาง่าย ใครอยากให้ช่วยอะไรว่ามาได้เลย
เรียกได้ว่าเป็นคนที่เพียบพร้อม มีวินัย รับผิดชอบ และเลือกจะประคองคนอื่นก่อนตัวเองบ่อยมาก ซึ่งพอนำบทบาทหน้าที่ทั้ง 2 ด้านมาผสานกัน มันเลยยิ่งเห็นชัดว่าเธอคือคนที่แบกหลายอย่างไว้เงียบๆ มากกว่าที่คนรอบตัวคิดด้วยซ้ำไป ขณะเดียวกันก็ต้องพยายามคงมาตรฐานผลการเรียนและการฝึกใช้เสียงให้ดี แม้ทุกวันนี้จะลิ้นพัน ประกาศตามสายแบบถูกบ้างผิดบ้าง เธอก็ยังคงไม่หยุดที่จะพยายามทำทุกอย่างให้ เท่าที่เสียงในใจพอจะทำได้
ภายใต้ปมบางอย่างที่พยายามจะพิสูจน์ หลังซีซันแรกเราได้เห็นฉากขยับปาก เอ่ยบางอย่างจากคนในครอบครัวเธอ รวมถึงเสียงอันย้อนแย้งในใจ ทั้งความไม่มั่นใจลึกๆ ที่คิดว่าตัวเองด้อยกว่าเพื่อนๆ อีก 3 คน และอยากจะออกจากชมรมเพื่อคงผลการเรียนที่ดีไว้ก่อนจะทำตามฝันจริงๆ นี่ไม่ใช่การยอมแพ้ แต่เป็นการพยายามจัดชีวิตให้มั่นคงขึ้น ทำผลการเรียนที่เป็นดั่งรากฐานความฝันให้ดี
เช่นนี้ข้างในของชิโนบุจึงเป็นความเงียบที่ดังก้องอย่างยิ่ง และกำลังค่อยๆ โรยแรงไม่ไหวติง อยากร่ำร้องก็ทำได้แค่ในใจ ซึ่งอาริสุคือคนเดียวที่มองเห็น "น้ำเสียงที่สั่นเครือ" จากความเหนื่อยล้าของเธอ และเป็นคนแรกที่บอกให้เด็กสาวที่แลดูจะสมบูรณ์แบบหันมาพึ่งพาคนอื่น และ “เปลือยใจ” ออกมาบ้าง วางภาพอันยิ่งใหญ่มาเป็นคนธรรมดาหน่อยก็ได้ อมลูกอมแก้เจ็บคอมั้ย? ฉันแอบพกมา รร. ด้วยนะ (อย่าบอกใครล่ะ)
วันนั้นจึงเป็นวันแรกที่ชิโนบุเริ่มวางใจลงจากภาพที่เธอตั้งไว้ วางภาระหน้าที่ต่างๆ ที่รับมามากมายลงก่อน แล้วชวนอาริสุมานั่งเล่นในห้องสมุด เปิดตี้กินขนมกันเหมือนกลับไปเป็นเด็ก ให้รู้ว่ารอง ปธ.ผู้ดีพร้อม ก็ยังยอมให้เขาได้มาอยู่ในพื้นที่ที่เธอเป็นตัวเองมากๆ
และเขาเองก็ยอมวางทุกกฎความสมบูรณ์แบบ 99% นั้นมากินขนมเป็น “ผู้สมรู้ร่วมคิด” ด้วยกัน เธอมียามาบุกิผู้นี้อยู่ อย่าได้ลืมไปเชียว กังวลเรื่องเรียนเหรอ? งั้นฉันคอยติวเอง กังวลที่จะแสดงความเป็นตัวเอง? เดี๋ยวฉันจะเป็นพวกพ้องและให้ความร่วมมือ จับปลาสองมือใช่ว่าจะไม่ได้สักตัวเสมอไป ถ้าเรามีเพื่อนคู่คิดและการวางระบบที่ดีพอ บอกเลยว่าเธอก็มีเสน่ห์ที่ไม่ได้ด้อยกว่าอีก 3 คนเลย และอยากให้รู้ว่าการเรียน ความฝันของเธอ จะมีฉันร่วมทางเสมอ มันไปด้วยกันได้ แค่เราจับมือพากันพัฒนา
ก่อนจะช่วยเธอทำ Proposal นำเสนอไอเดียกิจกรรมพิเศษในกีฬาสี กล้าที่จะเอ่ยไอเดียตัวเองออกไปบ้าง แม้ตอนแรกเพื่อนๆ จะตกใจกับความแตกต่างที่เธอมีจากวันวาน แต่ด้วยความน่าสนใจในเนื้องานและความเชื่อใจที่มีต่อชิโนบุ จึงทำให้ทั้งสาม ยิ้มรับตกลงทำตามด้วยความยินดีโดยมี “เลมอนจัง” อ.ที่ปรึกษาชมรมช่วยอีกแรง เกิดเป็นกิจกรรม “ตัวแทนสารภาพ” ที่สร้างปรากฏการณ์ Social Buzz ใน รร. เป็นความแปลกใหม่ที่ไม่เคยมี
แม้จะเจออุปสรรคเครื่องกระจายเสียงดับระหว่างทาง ชิโนบุก็ยังไม่ยอมแพ้ จะตะเบ็งเสียงสู้ ประกาศแบบ manual ไปเลย พลังใจของเธอทำเอาเพื่อนๆ ยิ่งทึ่งกว่าเดิม ไม่ใช่แค่ความใส่ใจชมรม แต่ยังรวมถึงสปิริตคนทำงานที่มืออาชีพเหลือเกิน และเมื่ออาริสุเดินเอาโทรโข่งมาให้ใช้แทน ทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดีทำเอาช่วงพักเที่ยงครั้งนี้ เป็นวันที่จะอยู่ในความทรงจำของทุกคนตราบนานเท่านาน แก้มือจากปีก่อนที่พังไม่เป็นท่าเพราะทุกคนทั้งป่วยและไม่สะดวกกัน มาวันนี้ทำได้อย่างน่าภูมิใจจริงๆ
เสียงแห่งความย้อนแย้งของชิโนบุ ยังสะท้อนไปถึงความไม่มั่นใจลึกๆ ที่เธอยังคงมีอยู่ไม่คลาย แม้ใครต่อใครจะอนุญาตให้อาริสุยอมเรียกชื่อ แสดงความสนิทสนมแล้วก็ตาม แต่เธอขอให้เรียกด้วยนามสกุลต่อไป แม้ในใจจะแอบนอยด์ อยากให้เรียกชื่อด้วยเหมือนกัน
เห็นได้ว่าชิโนบุไม่ได้ปฏิเสธยามาบุกิผู้นี้ แถมรู้สึกดีด้วยซ้ำ ทว่ากลไกข้างในยังปกป้องหัวใจตัวเองไม่ให้รีบร้อนจนพลาดท่า ทำคนผิดหวังขึ้นมาแต่เธอที่เชื่อว่าตัวเองยังไม่คู่ควร ทั้งระยะห่างทางความฝันที่ยังอยู่ไกลกว่าเพื่อนๆ ทั้ง 3 คน และยังไม่อยากให้ความสนิทก้าวเร็วเกินไป
แม้จะตั้งใจจนผลการเรียนดีขึ้นมากมาย ใจก็ยังอยากให้เกรดดีแย่สลับกัน เพื่อให้ได้ติวหนังสือกับเขาอีกนานขึ้นสักนิดก็ยังดี ส่วนทักษะการพูดก็ดีวันดีคืน ลิ้นไม่พัน ชัดถ้อยชัดคำ มั่นใจขึ้นมา และกล้าแสดงความเป็นตัวเองให้อาริสุได้เห็น เช่นตอนลองเสื้อผ้าในห้างก็ชัดเจน ระหว่างนั้นก็ยังไม่หยุดพัฒนา เข้าร้านหนังสือซื้อตำราฝึกการเป็นผู้ประกาศข่าวที่ดี ซุ่มซ้อมต่อไป
จนถึงวันหนึ่งที่เธอแสดงให้เห็นแล้วว่า “ดีพอ” และ “พอดี” ทั้งความสามารถและความฝันปลายทาง วันที่หน้าจอทีวีมีชื่อผู้ประกาศข่าวเป็นชื่อเธอบนบาร์ CG และวันที่เธอจะให้อาริสุเรียกชื่ออย่างเต็มหัวใจ วันนั้นเสียงของชิโนบุคงเปล่งประกาย สดใส และเป็นตัวเอง กล้าพูด กล้าแสดงออกจากใจมากกว่าเดิมจริงๆ โดยไม่
ต้องมีเสียงที่ไหนมายืนยันเลย เพราะคุณค่านั้นอยู่ในตัวเธอเสมอมา
🎸 4. “ศิลปิน” อินดี้ที่แสนโดดเดี่ยว
- ถ้าเปรียบชมรมกระจายเสียงเป็นวงดนตรีสักวง “Inohana Rikka” ก็เปรียบได้ทั้งคำร้องและท่วงทำนองอันสดใส งดงาม เป็นได้ทั้ง Main Vocal - Visual - Dance ในคนเดียว ด้วยบุคลิกเด็กสาวสวยตาคมสีคราม มาพร้อมรูปร่างเพรียวบาง ทรวดทรงองค์เอวน่าชม ผมยาวสีน้ำตาล ถักเปียร้อยเรียงกันมาอย่างประณีต สไตล์ลูกคุณ ราวกับบทเพลงที่ผ่านการขัดเกลามาอย่างดี เพื่อรอกลุ่มคนที่ใช่ได้มาฟัง
ด้านบุคลิกและตัวตนนั้น เธอคือเด็กสาวผู้แพรวพราว สุขุม นุ่มลึก มีจริตจก้านความเป็นผู้ใหญ่กว่าวัย จากประสบการณ์ที่เคยทำงานกับค่ายเพลงในวันวาน จึงไม่แปลกที่ใครๆ จะยกให้เธอเป็นผู้นำชมรม และเฝ้ารอทุกวันพุธที่จะสดับรับชมไลฟ์ริมทางกลาง รร. ด้วยน้ำเสียงและสไตล์การเล่นแบบป๊อบอินดี้ที่น่าฟัง ไพเราะ และเต็มไปด้วยลูกเล่น มีพรสวรรค์ที่ไม่ว่าจะหยิบเพลงฮิตเพลงไหนมาเล่า ก็สามารถเกลาให้เป็นการตีความตามแบบของเธอได้ ขนาดร้องเกะในห้องเล่นๆ ยังสามารถร้องเต้น
เพลงไอดอล คุมเสียง ออกท่าทางได้เป๊ะเวอร์
นอกจากนี้เธอยังมั่นใจแบบมีสไตล์ เหมือนจะเรียบง่าย ทว่าถ้าได้ซีนก็พร้อมฟาดพิฆาตใจ แบบในปาร์ตี้ฉลองความสำเร็จงานกีฬาสี ขณะที่อีก 3 สาวไม่กล้าบอก อ. ตามตรงว่าแต่งตัวจัดเต็มมาทำไม เธอก็ตอบตรงๆ ง่ายๆ ว่าหยิบชุดอะไรก็ได้ที่จะทำให้ยามาบุกิคุงประทับใจ หรือการร้องเกะบอกความจริงข้างในแบบอ้อมๆ แต่มีชั้นเชิงว่าฉันคิดยังไงกับเธอ นี่คือสาวในฝันของใครหลายๆ คนที่ฟ้าส่งมาทั้งพรสวรรค์ด้านดนตรี กิจกรรม และการวางตัว
อย่างไรก็ตาม ความจริงข้างในริกกะกลับมีปมอดีตและ “บาดแผล” ซ่อนไว้มากมายเกินบรรยายออกมา โดยเฉพาะเสียงจากค่ายเพลงที่พร่ำบอกนึกว่า “ถ้าเป็นเธอจะทำได้ดีกว่านี้ ผิดจากที่หวังไว้ล่ะมั้งเนี่ย” ยิ่งเป็นรอยแผลลึกฝั่งในใจมานาน ผ่านการแสดงความเข้มแข็งที่ไม่จริง และการ “หลบซ่อน” ตัวเองอยู่ในเพลงฮิตต่างๆ ที่ร้องยังไงก็แมส คนชอบฟัง ทั้งที่มันยังไม่ใช่เธอเลย
และ “ไอโกะ” เพื่อนเก่าเคยสนิทที่เป็นอีกแผลในอดีต ที่ไม่อาจยอมรับเธอในเวอร์ชันนี้ ก็ยิ่งตอกย้ำความเจ็บปวด จนไม่อาจแต่งเพลง “ต้นตำรับ” ฉบับที่เขียนจากปลายปากกาของตัวเองได้อีก
เรียกได้ว่าริกกะคือภาพของคนที่มีพรสวรรค์ แต่ติดอยู่กับกำแพงในใจของตัวเองอยู่นาน เธอเป็นคนที่อยากเป็นนักร้อง/ศิลปิน มีการแสดงสดกลางแจ้ง เล่นกีตาร์ และออกซิงเกิลทำซีดีที่เป็นงานต้นตำรับของตัวเอง พร้อมได้รับการยอมรับจากทุกคน จนทำไปทำมากลายเป็นไม่สุดสักทาง ไลฟ์ทุกครั้งก็ยังแอบประหม่าเกรงกลัวกับสายตาใครๆ ถึงเสียงปรบมือจะดังแค่ไหนก็ไม่อาจกลบเสียงที่วุ่นวายในใจเธอได้เลย
กระทั่งการมาของอาริสุและการหวนคืนของไอโกะ ที่เป็นดั่งภาพสะท้อนให้เธอฉุกคิดถึง “จุดเริ่มต้น” แห่งความฝันที่แท้จริงของตัวเอง และ “แนวทาง” ต่างๆ ที่จะพาให้ไปถึงตรงนั้นได้จริงโดยไม่ทิ้งตัวตนข้างในโดยเริ่มแรกอาริสุได้เข้ามาทำให้ริกกะได้เห็นว่าเส้นทางนี้เธอไม่ได้พยายามอยู่คนเดียว ถ้าเธอไลฟ์แล้วแอบประหม่า ฉันก็จะจับกีต้าร์ขึ้นมาร้องและประหม่า ลิ้มรสประสบการณ์นี้ไปด้วย
ถึงเขาจะไม่ใช่คอดนตรีจ๋าๆ ที่ร้องเล่นเก่ง เบื้องหลังเขาก็แอบไปฝึกตีคอร์ดร้องเพลง จนพอเล่นกับเธอได้ และในยามที่ปลายนิ้วสัมผัสกัน ริกกะยิ่งรับรู้ถึงเสียงแห่งความพยายามของเขา ที่ฝึกจนนิ้วด้านเป็นแผล ตามประสาคนหัดเล่นกีต้าร์แรกๆ แล้วทำด้วยความตั้งใจจริง เขายอมรับว่าก่อนนี้ผิดพลาดจริง ที่ไปตั้ง KPI ให้เธอแล้วไม่ได้ศึกษาอินไซต์คนทำเพลงให้มากพอ จนลงทุนซุ่มฝึกและมาจอยด้วยกัน แม้ผลลัพธ์จะไม่ได้เลิศเลอ เธอก็ยิ้มรับและเริ่มเปิดใจฟังทำนองจากใจเขาจริงๆ
ก่อนจะค่อยๆ ลองจับเข่าคุย ขุดอินไซต์เข้าไปถึงความเจ็บปวดข้างในเธอแบบละเอียด ใส่ใจ ไม่รีบร้อน ไม่ล่วงเกินงาม มาลองพยายามไปด้วยกันว่าทำไมริกกะถึงเอาแต่ร้องเพลงแมสเพื่อเอาใจคนส่วนมาก ทำไมเพลงต้นตำรับที่ยังแต่งไม่เสร็จดีถึงค้างอยู่แบบนั้น เธอกลัวอะไรกันแน่ สิ่งที่อาริสุทำไม่มีอะไรมากไปกว่าการนั่งคุยเป็นเพื่อนคู่คิดอยู่ข้างๆ เธอต้องการอะไรบอกฉันได้ อยากให้มานั่งคุยยามดึกริมทะเล ฟังต้นฉบับเพลงและความคิดในใจ มาสิฉันจะช่วย
บทสนทนาคืนนั้น นอกจากเสียงคลื่นริมหาดที่สาดเข้ามาเบาๆ เขาและเธอก็คุยกันไปมาถึงเหตุผลและความรู้สึกต่างๆ ที่สั่งสมมาข้างใน ทำไมถึงยังเขียนเพลงต่อไม่ได้ เจ็บที่ถูกเพื่อนซี้เก่าเมิน เพราะอะไรยังไงบ้าง เพราะไอโกะคือคนแรกที่มองเห็นศักยภาพแท้จริงว่าริกกะมีดียังไง ไปต่อได้ในวงการเพลงจริงๆ
ทั้งคอยรับฟังทุกวันยันดึก ทั้งใจดี เสียงก็น่าฟัง คุยสนุก เป็นที่พึ่งทางใจมาตลอด โดยจุดที่ซึ้งกินใจที่สุดคือไอโกะไม่เคยหยุดที่จะรอริกกะกลับมาเป็นตัวเอง แม้เธอจะวิ่งหนีความจริงไปกี่ครั้งก็ตาม รวมถึงความกลัวสายตาจากคนดู ว่าถ้าได้ฟังเพลงต้นตำรับเธอจริงๆ พวกเขาจะว่ายังไง
อาริสุเลยเริ่มละลายน้ำแข็งในใจริกกะ ด้วยการพาเธอไปเปิดตัวเพลงที่ว่าบนดาดฟ้า รร. และมีกลุ่มแฟนเพลงระดับ VVIP คอยชูป้ายส่งกำลังใจทั้งเนเนะ อิโกะ ชิโนบุ และเขาจะคอยเป็นแฟนๆ แถวหน้าของเธอเสมอ อย่างน้อยการได้ปลดปล่อยตัวเองก็ทำให้เธอลดความประหม่าที่จะไลฟ์ริมทาง
เปิดตัวเพลงจากปลายปากกา และมีลุ้นขายแผ่นซีดีได้ พร้อมเอ่ยปากขอทุกคนว่ารอบหน้าไม่ต้องไปเชียร์นะ ฉันอยากจะยืนได้ด้วยเสียงของตัวเองจริงๆ (แม้ในใจจะอยากให้เพื่อนๆ มาดู) เห็นได้ว่าเมื่อเธออยู่กับอาริสุ ความเป็นผู้ใหญ่นี้จะถูกสั่นคลอนจนเหลือเพียงเด็กสาวที่ต้องการการยอมรับและรับฟังจริงๆ
ส่วนปมกับไอโกะที่ยังไม่คลาย ครั้นพอจะแต่งเพลงสื่อแทนใจให้เพื่อนเก่า ก็กลัวไปว่ามันจะดูขี้ขลาด ไม่กล้าบอกตรงๆ กลัวจะทำให้คนอื่นผิดหวังอีก ไอโกะคงอยากได้ยินจากปากเธอมากกว่า กลายเป็นคิดเล็กคิดน้อยเยอะไปหมด จนอาริสุต้องรีบเตือนสติว่าอยากทำอะไรก็ทำไปเถอะ
เธออุตส่าห์มีพรสวรรค์ที่พรั่งพร้อม แสดงออกในแบบที่คนอื่นทำไม่ได้แล้วจะลังเลทำไมอีก สิ่งที่ส่งไปถึงใจผู้คนไม่ใช่ “วิธี” ในการถ่ายทอด แต่เป็น “ความหนักแน่น” ของความรู้สึกที่ส่งไปต่างหาก นั่นจึงทำให้ริกกะกล้าที่จะปลดล็อกความรู้สึกเก่าๆ และก้าวออกไปร้องเล่นกลางสวนสาธารณะ อันเป็นสถานที่สร้างชื่อให้นักดนตรีไลฟ์มากมายมาก่อน ขอให้รู้เมื่อไหร่ก็ตามที่เธออ่อนไหว เริ่มเสียกำลังใจ ให้มองมาที่แท่งไฟและสายตาของฉันจะคอยส่งพลังให้เธอ
ซึ่งไลฟ์ครั้งนั้นเป็นดั่งบททดสอบที่มอบอะไรหลายอย่างให้ริกกะ ตั้งแต่ความกล้าทั้งที่กลัวสายตา กลัวสีหน้าคนดู กลัวการถูกปฏิเสธไม่มีใครฟัง ถึงตอนแรกจะร้องเล่นได้อย่างดีไม่มีผิดพลาด ก่อนจะเหลือบตาไปพบว่าเพื่อนๆ ในชมรมทั้ง 3 ได้แอบส่งกำลังใจอยู่ห่างๆ เธอเลยสามารถเอื้อนเอ่ยร้องเพลง “Ask for the moon” ต่อไปได้เป็นเพลงที่ 2
โดยเพลงนี้แต่งขึ้นจากแรงบันดาลใจที่ได้จากชมรมนี่แหละ เป็นเพลงที่ชวนให้เธอคลายความกังวลว่าใครจะชอบหรือไม่ชอบฟัง แค่ร้องให้ดังไปถึงใจทั้ง 3 คนก็พอ ฉันเชื่อว่ามือข้างนี้และเพลงจะส่งเสียงไปถึงพวกเธอ ผ่านเนื้อเพลงที่ลึกซึ้งถึงความทรงจำระหว่างทาง ทั้งระยะ “สามแสนแปดหมื่นกิโล” ระหว่างโลกกับดวงจันทร์ที่ต้องนั่งยานอะพอลโล่ไป “หัวใจของฉันถูกขโมยไป” ด้วยปมอดีตฝังใจและอะไรอีกมากมาย จากระยะที่ไกลจนคาดไม่ถึง พร้อมแสงสว่างแห่งความเหงางอย ซึ่งหมายถึงความอ้างว้างในใจริกกะเอง
“เมื่อเมฆลอยผ่านไป แสงก็ส่องเข้ามา จะเป็นไปได้หรือไม่ได้ ไม่ว่าจะจริงหรือไม่” แปลได้ว่าเมื่อเธอค่อยๆ คลี่คลายทุกอย่างที่คาใจ แสงแห่งความเป็นไปได้ต่างๆ ก็เริ่มส่องมา ออร่าความมั่นใจ การค้นพบครั้งใหม่จึงตามมาเช่นกัน
“เพราะงั้นฉันถึงได้วิงวอนขอมัน และออกเดินทาง ความฝันเริ่มทับซ้อนกันขึ้นมา” อาจหมายถึงการที่ริกกะเฝ้าฝัน ขอพระจันทร์ให้ช่วยรับฟังความในใจ ลงมือทำต่อไปไม่ว่าจะประหม่า กลัว ไม่มั่นใจข้างในก็ตาม ความฝันที่ทับซ้อนกัน อาจตีความได้ถึงฝันของทั้ง 4 สาวในชมรม และเธอเองที่อยากเป็นศิลปินที่ได้รับการยอมรับ พร้อมกลับมาเป็นตัวเอง ดั่งโลโกเครื่องหมายห้ามที่แปะบนมือชูสองนิ้ว สื่อถึงการโต้กลับที่อยากเอาชนะตัวตนในอดีตว่า “แทนที่จะร้องเพลงส่งไปให้ถึงคนจำนวนมาก เรามาร้องเพื่อคนที่อยากฟังจริงๆ ดีกว่า”
“อยากสัมผัสดวงเดือนที่เดี๋ยวแหว่ง เดี๋ยวเต็มดวง ฉันยื่นแขนออกไป และยื่นไปอีกให้ไกลเท่าตัว” แปลได้ว่าพระจันทร์นั้นคือความฝันที่รอการเติมเต็ม เป็นจันทร์เสี้ยวที่ยังไม่ส่องประกายทั้งดวง แต่ก็ยังคงพยายามที่จะกลับมาเต็มดวงให้ได้อีกครา ด้วยความพยายามแล้ว พยายามใหม่ ทำให้ดีกว่าเดิมจนได้เดินทาง
ท่ามกลางอวกาศของใจ ฉันคิดว่าสักวันต้องไปให้ถึงจริงๆ เมื่อริกกะเริ่มปลดปล่อยตัวตนผ่านเสียงเพลงได้จริงๆ คนฟังก็เริ่มสัมผัสได้ถึงใจเธอ จนพากันหยุดดูและขออุดหนุนซีดี
แม้จากนั้นต้องส่งเสียงเล็กๆ แข่งกับเสียงอันทรงพลังจาก “celestial” วงร็อคชื่อดังที่อยู่ๆ กลับมาแสดงครบปี แย่งคนดูไปทันควัน ริกกะก็ยังคงพยายามเปล่งเสียงแห่งฝันต่อไป เงยหน้าเล่นต่อให้ได้ทั้งน้าตา แม้ยังตั้งคำถามกับตัวเองว่าฉันไม่ดีพอรึไงกัน ก่อนที่แท่งไฟและคำพูดอาริสุจะเตือนสติเธอ
รวมถึงไอโกะเองที่ได้ใบปลิว กลับมาฟังและขออังกอร์ กลับมาเปิดใจกันผ่านเพลง ยอมวางทิฐิ อัตตา ทั้งหลายระหว่างกัน ขอโทษกันและกันและร้องเล่นด้วยกันแบบวันวาน โดยมีไอโกะ อาริสุ และเพื่อนๆ อีก 3 คนคอยประคอง ร้องเล่นเพลง “คืนสงัด” ในเวอร์ชันพิเศษที่เพราะละมุนจับใจ และสื่อแทนความทรงจำพวกเธอได้มากมาย
สุดท้ายแม้เป้าหมายจะไม่ได้จบสวยงามสมบูรณ์แบบขายหมดเกลี้ยง ขายซีดีได้เกินกว่า 20 แผ่น จาก 50 แผ่นที่ตั้งไว้ แต่สิ่งสำคัญกว่าตัวเลขคือเธอเริ่มยืนบนเวทีในแบบของตัวเองได้แล้ว และค่อยๆ เข้าใจว่าแฟนเพลงที่ฟังเราจริงๆ ถึงจะมีไม่มาก ก็อาจมีค่ากว่ากลุ่มคนดูจำนวนมากที่พร้อมจะเดินผ่านเราไป และนั่นคือเสียงแห่งฝันที่หนักแน่นกว่าครั้งไหนๆ และเปี่ยมความหมายมากๆ
ตอนท้ายที่ทั้งคู่นั่งรถไฟฟ้ากลับไปหากระเป๋าตังค์ที่ลืมไว้ด้วยกัน ครานั้นทั้งคู่ต่างเผยความอ่อนแอ ทั้งริกกะที่ยังคงบอกว่าตัวเองห่วย ไม่เก่งพอ จนโดนแย่งคนดูไป จะเล่นดนตรีแบบนี้ต่อได้มั้ย ทั้งอาริสุที่บอกว่าไม่ใช่ ยอมเป็นฝ่ายก้มหัว ขอโทษเธอจากใจ ไม่ได้เช็กวันครบรอบวงดัง จนเธอโดนแย่งซีน กลายเป็นหยาดน้ำตาจากคนสองคนที่กลั่นจากความรู้สึกในใจ เคล้าไปกับประกายพระอาทิตย์อัศดง แม้แต่คนสมบูรณ์แบบอย่างอาริสุยังทนไม่ไหวที่จะแสดงความเจ็บปวด
ฉันอยากให้ไลฟ์ครั้งนี้เป็นความทรงจำที่ดี สนุกสำหรับริกกะนะ ทำให้เธอยิ่งสัมผัสได้ถึงความรักที่จริงใจจากเขามากกว่าเดิม คนอะไรอินจนรู้สึกถึงเรื่องของฉันไปด้วยกันขนาดนี้นะ ก่อนจะโอบกอดเขาไว้ ไม่ให้ใครต้องเห็นน้ำตาลูกผู้ชายตระกูลดัง อยากให้เขาได้ฟังเสียงแห่งกำลังใจจากเธอเช่นกัน ยามาบุกิคุงพยายามมามากเกินพอแล้วล่ะ ที่เหลือขึ้นอยู่กับความสามารถที่แท้จริงของฉันแล้ว ขอโทษที่ฉันมันห่วยนะ ยิ่งเทียบกับ celestial หัวใจในเพลงเธอมันอัดแน่นกว่า ฉันชอบการร้องเพลงของริกกะมากกว่านะ)
ในโมเมนต์ที่ทั้งคู่ต่างโอบกอดกันทั้งน้ำตา นับเป็น ณ ห้วงเวลาที่งดงามและน่าจดจำมากจริงๆ ฉากส่งท้ายภาคแรกท่ามกลางแสงสีส้มแห่งพระอาทิตย์ตกดิน อาจสื่อความนัยแท้จริงได้ว่านี่คือ “การเปลี่ยนผ่าน” ระหว่างคน 5 คน ซึ่งพวกเขาจะจับมือ ปรับปรุง เรียนรู้ พัฒนาไปด้วยกันต่อไป (ที่สำคัญคือมีแมวมองจากค่ายเพลง Peace Records แอบสนใจรอติดต่องานแล้ว ด้วยความทึ่งในความสามารถและความกล้า ที่ไม่คิดว่าจะมีเด็กสาว ม.ปลาย มาร้องเพลงป๊อป-อะคูสติก ติดอินดี้ ห้ำหั่นกับวง celestial ได้ดีขนาดนี้)
แม้วันนี้จะยังไปไม่ถึงดวงจันทร์ อย่างน้อยก็ได้โบยบินท่ามกลางดวงดาว และเพื่อตอบแทนที่เสียงของเธอคอยเป็นเพื่อนพูดคุย ปลอบใจ รับฟังฉันทุกยามเที่ยงคืนแห่งวันวาน ฉันก็จะทำให้ดีที่สุดเพื่อสร้างยาน “อะพอลโล” ส่งพวกเธอไปให้ถึงความเป็นมืออาชีพในสักวัน และนั่นอาจเป็นความรักที่ไม่มีคำว่ารัก แต่กลับงดงามที่สุดเลย
เพราะเรื่องนี้คือการเล่าผ่านเสียงที่ไม่ใช่แค่เสียง แต่คือหัวใจ ตัวตน และความฝันของแต่ละคน ที่จะค่อยๆ ก้าวไปอย่างพร้อมเพรียงในทุกวัน และบางทีความฝัน อาจไม่ใช่การไปถึงดวงจันทร์ แต่เป็นการได้มีใครสักคนนั่งอยู่ในยานไปด้วยกันกับเรา เติบโตกันไปในระหว่างทาง
และฝ่ายเบ็ดเตล็ดผู้นี้จะคอยสร้างแรงส่งให้พวกเธอเอง ขอบคุณเช่นกันนะที่เติมเต็ม 1% ที่เหลือในชีวิตฉันให้สดใส เปี่ยมพลังขึ้นมากกว่าเดิม
เมื่อถึงวันนั้นที่ตามหาเจ้าของเสียงในฝันจนเจอ อยากขอเธอช่วยบอกรักฉันเบาๆ อีกสักที,,,”
,,,”
.
.
.
เอาล่ะ ลืมให้หมดเลย บีมมม 🚀✨🌕
อนิเมะ
บันเทิง
ญี่ปุ่น
บันทึก
2
1
1
2
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย