6 เม.ย. เวลา 07:52 • หนังสือ

ราราเบเกอรี่ ขนมปังร้านนี้ช่วยชีวิตผู้คน

glow เองก็เป็นหนึ่งในสำนักพิมพ์ที่เราซื้อหนังสือเขาตลอด แต่ว่าเอาเข้าจริงก็ดองไป 90-95% เลยมั้ง 😅 เล่ม #ราราเบเกอรี่ขนมปังร้านนี้ช่วยชีวิตผู้คน เองก็เป็นหนึ่งในนั้น
หนังสือเล่มนี้เล่าถึงชีวิตของ "อันชังซอก" ชายผู้ได้รับฉายาว่าเทพแห่งเบเกอรี่ แต่โชคชะตากลับพลิกผันจนร่วงหล่นกลับลงมาสู่พื้นดินอีกครั้ง เมื่อมือของเขาไม่อาจทำขนมปังได้อีกต่อไป ชังซอกก็รู้สึกหมดสิ้นทุกสิ่งแม้กระทั่งความหวัง เขาจึงตัดสินใจมุ่งหน้ากลับไปหา "พัคชินดัล" อาจารย์คนแรกที่สอนวิชาทำขนมปังให้กับเขา แต่เมื่อไปถึงก็ได้พบว่าอาจารย์กลายเป็นชายแก่ที่เริ่มเลอะเลือนและช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ไปเสียแล้ว
ทว่าในคืนหนึ่ง ชังซอกตื่นขึ้นมาพบอาจารย์ของเขากำลังยืนอบขนมปังอยู่ อาจารย์บอกให้เขากลับมาทำขนมปังอีกครั้ง และครั้งนี้ขอให้ทำขนมปังที่ช่วยชีวิตคน ชังซอกไม่เข้าใจว่ามันคือขนมปังประเภทไหน แต่พอรุ่งเช้าอาจารย์ก็จากไปอย่างสงบ เขาจึงยึดถือคำพูดนั้นเอาไว้ในใจ และในระหว่างที่เขาคอยสอนวิธีทำขนมให้กับ "ซนรารา" หลานสาวของอาจารย์นี่เอง ชังซอกก็เริ่มเข้าใจคำพูดสุดท้ายที่อาจารย์ทิ้งเอาไว้ให้เขา
บ้านนอกก็มีกฎของบ้านนอก
ต้องบอกว่าส่วนหนึ่งที่เราชอบหนังสือเล่มนี้คือฉากหลังของเนื้อเรื่อง บรรยากาศชีวิตแบบบ้านนอกในเรื่องนี้มันดูอบอุ่นมากๆเลย เป็นบรรยากาศแบบต่างจังหวัดเหมือนบ้านเกิดเรา ที่แม้ชาวบ้านจะดูใส่ใจเรื่องของคนอื่นจนเกินพอดีไปบ้าง 🤣 แต่พวกเขาก็คอยดูแล และพยายามจะช่วยเหลือกันเสมอ สำหรับคนที๋โตมาในต่างจังหวัด คนข้างบ้านนี่ก็แทบจะเป็นเหมือนญาติพี่น้องห่างๆเลยทีเดียว
ของที่บ่มเพาะจนได้ที่มากเท่าไรก็ยิ่งดีน่ะมีเยอะแยะ
นับตั้งแต่ถูกปลดออกจากตำแหน่ง อันชังซอกก็ใช้ชีวิตเหลวแหลกเรื่อยมา ยิ่งเมื่อเกิดอุบัติเหตุจนมือข้างขวาเสียหายหนัก เขาก็ยิงมองไม่เห็นคุณค่าในตัวเองมากยิ่งขึ้น แม้จะยังคงมั่นใจในฝีมือทำขนมจนถึงขั้นหลงตัวเอง แต่เขาก็มักจะรู้สึกว่ามือของตนไม่สามารถใช้งานได้แล้ว ไม่มีวันทำขนมที่ดีออกมาได้แน่นอน ทุกครั้งที่จะลงมือทำขนม เขาจะลงเอยด้วยการปวดแผลจนไม่สามารถนวดแป้งได้ ซึ่งยิ่งตอกย้ำให้เขาเชื่อว่าตัวเองสูญสิ้นความสามารถในการทำขนมไปแล้วจริงๆ
แต่เมื่อเขาได้กลับมาอยู่ที่ "ราราเบเกอรี่" และได้ใช้เวลาตกตะกอนเรื่องราวต่างๆ เขาก็ค้นพบว่ามันเป็นเพราะความโลภและทะเยอทะยานของเขาเอง ที่ทำให้เขาต้องเผชิญกับหายนะเช่นนี้ ทั้งหมดเป็นเพราะเขาไม่รู้จักประมาณตน และอยากได้อยากมีไม่มีที่สิ้นสุด เราชอบที่ท้ายที่สุดเขาก็ยอมรับได้ว่าไม่มีใคร หรืออะไรที่ทำร้ายเขาเลย การที่ชีวิตเขาต้องดิ่งลงเหวแบบนี้ก็เพราะเขาทำตัวเอง ยิ่งไปกว่าการยอมรับได้ คือการที่เขาเอามันมาเป็นบทเรียนในการสอนคนอื่นด้วยเช่นกัน
ลำพังแค่ของเลิศหรู มันชนะใจคนไม่ได้หรอก
อันชังซอกเลิกทำขนมที่ดูหรูหรา แล้วหันกลับมาทำขนมที่เรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความหมายสำหรับชาวบ้านในหมู่บ้าน ขนมปังของเขาเป็นขนมปังธรรมดาที่ช่วยเติมเต็มความรู้สึกของคนที่ได้กิน เพราะสุดท้ายแล้วสิ่งที่จะติดตรึงในความทรงจำของผู้คนมากที่สุด กลับไม่ใช่ขนมที่มีรสชาติที่วิเศษวิโสอะไร แต่เป็นรสชาติง่ายๆที่ทำให้เราหวนนึกถึงเรื่องราวในอดีตที่น่าจดจำต่างหาก
ไม่ว่าจะขนมปังไส้ครีมแบบโบราณที่เคยกินสมัยเด็ก โครเกต์จากวัตถุดิบง่ายๆ หรือขนมปังจากประเทศบ้านเกิด ทั้งหมดนี้ต่างก็เป็นขนมปังธรรมดาที่พบเห็นได้ดาษดื่น จนเอามาถ่ายรูปเป็นคอนเทนต์ก็ไม่ได้ แต่เมื่อไหร่ที่ได้กินก็ยังคงรู้สึกอบอุ่นหัวใจเสมอ และด้วยวิธีคิดเช่นนี้เอง ขนมปังของอันชังซอกจึงกลายเป็นขนมปังที่ช่วยชีวิตคน ทั้งชีวิตของเหล่าลูกค้า และชีวิตของเขาเองที่เคยหลงทางอยู่เสียนาน
ใครยังไม่มีไปโดนกันได้ที่: https://s.shopee.co.th/6pwYcZ1K47
โฆษณา