7 เม.ย. เวลา 09:54 • ข่าวรอบโลก

นโยบาย “วีซ่าบริหารธุรกิจ” ของญี่ปุ่นฉบับใหม่ (ออกตุลาคม 2025)

ถูกชุมชนชาวจีนในญี่ปุ่นเรียกว่า “หายนะครั้งใหญ่”
เพราะรัฐบาลญี่ปุ่นต้องการกวาดล้างกลุ่มที่เข้ามาแบบ “ทำธุรกิจไม่จริง”
1. เพิ่มเงินลงทุนแบบกระโดด
เดิม: ใช้ทุนจดทะเบียนเพียง 5 ล้านเยน (ประมาณ 1 ล้านบาท หรือราว 2.2 แสนหยวน) ก็ยื่นได้
ใหม่: เพิ่มเป็น 30 ล้านเยน (ประมาณ 6 ล้านบาท หรือราว 1.3 ล้านหยวน)
ผลคือ คนทุนไม่มากหรือหวังทำธุรกิจเล็กๆ เพื่อย้ายถิ่น จะถูกตัดออกแทบหมด
2. บังคับจ้างคนญี่ปุ่น
เดิม: หลายคนใช้โมเดล “ผัวเมียทำเอง” หรือบริษัทเปล่า ไม่จ้างใคร
ใหม่: ต้องจ้างอย่างน้อย 1 คน (สัญชาติญี่ปุ่นหรือมีถิ่นพำนักถาวร)
และเงินเดือนไม่ต่ำกว่า 3 ล้านเยน/ปี
ในสภาพที่แรงงานญี่ปุ่นขาดแคลนและว่างงานต่ำมาก บริษัทเล็กแทบหาคนไม่ได้
กลายเป็น “ปฏิเสธวีซ่าทางอ้อม”
3. ภาษาญี่ปุ่นเป็นเงื่อนไขบังคับ
เดิม: แทบไม่ต้องใช้ภาษาญี่ปุ่น
ใหม่: ต้องมีผู้บริหารอย่างน้อย 1 คนได้ระดับ N2
ใครที่ใช้เอเจนซี่จัดการทุกอย่าง แต่สื่อสารเองไม่ได้ จะไม่ผ่าน
4. กฎย้อนหลัง + เส้นตาย 3 ปี
กฎใหม่ไม่ใช่แค่คนสมัครใหม่
แต่รวมถึงคนที่ถือวีซ่าอยู่แล้วและกำลังต่อวีซ่าด้วย
แม้ให้เวลา 3 ปีปรับตัว
แต่ถ้าภายใน 3 ปีทำไม่ได้ตามเกณฑ์ใหม่
→ ต่อวีซ่าไม่ได้
→ ต้องย้ายออกทั้งครอบครัว
นี่คือจุดที่ทำให้คนจีนในญี่ปุ่นตื่นตระหนกมาก
5. เหตุผลทางการเมือง
สังคมญี่ปุ่นไม่พอใจพฤติกรรม “ช่องโหว่” มานาน เช่น:
• เปิดบริษัทหลอกๆ
• จ่ายเงินเดือนตัวเองต่ำ เพื่อให้ดูรายได้น้อย
• รับสวัสดิการรัฐ เช่น การศึกษา การรักษา
• บางรายถึงขั้นรับเงินว่างงาน
สื่ออย่าง NHK เคยเปิดโปงวิธี “ใช้ช่องโหว่” จากโซเชียลจีน
ทำให้ฝ่ายการเมืองสายอนุรักษ์นิยมผลักดันให้แก้กฎหมาย
แนวคิดเปลี่ยนจาก
“ดึงคนเข้า” → “คัดกรองเข้ม + ความมั่นคงรัฐ”
สถานการณ์ล่าสุด (ปี 2026)
ชาวจีนในญี่ปุ่นจำนวนมากกำลัง:
• ขายทรัพย์สิน
• ปิดธุรกิจ
• ถอนลูกออกจากโรงเรียน
• เตรียมย้ายออก
เรียกได้ว่าเป็น “คลื่นถอนตัว”
สรุปสั้น
• ญี่ปุ่น “ปิดช่อง” คนที่ใช้วีซ่าแบบลัด
• ยกระดับเป็น “ต้องทำธุรกิจจริง มีเงินจริง มีภาษา”
• ยุคใช้เงินน้อยๆ เพื่อเอาสถานะในญี่ปุ่น → จบแล้ว
โดย : รู้ทันจีน Epic Fury
โฆษณา