Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
รวมสูตรอาหารเจ อร่อยๆ
•
ติดตาม
7 เม.ย. เวลา 14:51 • อาหาร
วิบากกรรมที่ทำให้เกิดมาพิการ
ทำไมบางคนพิการมาตั้งแต่กำเนิด ทำไมบางคนตอนเกิดไม่พิการ แต่มาพิการเพราะอุบัติเหตุ พระพุทธศาสนาอธิบายสิ่งเหล่านี้ไว้อย่างไร ?
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า ผลทุกอย่างย่อมเกิดมาจากเหตุ จะเป็นความพิการแต่กำเนิดก็ตาม หรือพิการภายหลังจากเหตุต่างๆ ก็ตามล้วนแต่มีที่มาที่ไปทั้งสิ้น ถ้าพิการเพราะเกิดอุบัติเหตุในปัจจุบัน เราจะเห็นว่าอุบัติเหตุนั้นเกิดจากสาเหตุอะไร เช่น เกิดจากความประมาท ซึ่งเบื้องหลังความประมาท มันก็ยังมีเหตุในอดีตที่เกิดจากผลของวิบากกรรมด้วย
วิบากกรรมหลักที่เป็นสาเหตุให้พิการ มี 2 ประการคือ
1. เกิดจากกรรมปาณาติบาต คนที่ทรมานสัตว์ แกล้งสัตว์จนสัตว์พิการ ก็จะส่งผลให้ชาตินี้พิการ เช่น สมัยเด็กๆ จับแมลงปอมาเอาใบสนเสียบก้น ให้มันบินไปแล้วมีใบสนห้อยอยู่ แบบนี้อีกหน่อยก็อาจเป็นโรคริดสีดวงทวารได้
บางคนชอบตกปลาเล่นสนุก พอตกได้ก็แกะเบ็ดออกแล้วปล่อยปลาไป ลองคิดดูว่าถ้าเราโดนเบ็ดเกี่ยว เข้าเนื้อเราเจ็บไหม แล้วถ้ามีใครมาเกี่ยวเบ็ดเข้าปากเราห้อยร่องแร่งเราจะรู้สึกอย่างไร เราเจ็บ ไปทำกับปลาปลาก็เจ็บ นี่คือสาเหตุของโรคปากแหว่ง โรคทางปากทางจมูก ก็จะเกิดจากวิบากกรรมแบบนี้
ถ้าเราไปทำเขาหนักๆจนแขนขาด ขาขาด บางคนเอาปลามากัดกัน เอาไก่มาตีกัน บางทีมันกัดกันเกือบตาย บางครั้งมันก็พิการ แบบนี้เราก็จะมีวิบากกรรมตรงนั้นเข้าไปด้วย เดี๋ยวนี้ตีไก่ธรรมดาไม่ถึงใจ ต้องติดเดือยเหล็กให้มันด้วย เดือยเหล็กมันคมบางครั้งก็ทำให้ไก่พิการถึงตาย
วิบากกรรมจะตามมาส่งผลเราในชาติถัดๆไป นี่คือข้อแรกเรื่องกรรม ปาณาติบาต เมื่อใดก็ตามที่เราไปทำให้สัตว์อื่นต้องพิการ เมื่อนั้นพึงระลึกว่าเราจะต้องไปรับวิบากกรรมตรงนั้นเหมือนกัน ไม่ใช่แค่ชาติเดียวแต่อีกหลายภพหลายชาติ เพราะฉะนั้นอย่าคิดแค่เอาสนุกชั่วครั้งชั่วคราว แต่ให้เอาสาระความจริงของกฎแห่งกรรม ตรงนี้เป็นตัววัด แล้วหลีกเลี่ยงอย่าไปทำ
แม้ไม่ได้ทำเอง เป็นกองเชียร์ก็ไม่ได้ เขาตีไก่แล้วเราไปเชียร์ก็เป็นวิบากกรรม แม้จะไม่หนักเท่าเจ้าของไก่ หรือบ่อนไก่ แต่ก็มีส่วนในกรรมนั้น นักมวยที่เขาชกกัน เราอย่านึกว่าแค่เชียร์นิดหน่อยไม่เป็นไร เรื่องของวิบากกรรมนี้ประมาทไม่ได้
เราไปเชียร์เขาชกกัน พอวิบากกรรมตามทัน บางทีเราไม่มีเรื่องอะไรกับใคร เดินๆไปอยู่ๆ คนอื่นเขาหมั่นไส้ขึ้นมาก็ชกเลย ที่เป็นแบบนี้เกิดจากในอดีตเราเคยไปเชียร์คนให้ไปชกคนอื่นเขา เพราะฉะนั้นอย่าประมาท
2. เกิดจากวจีกรรม คือ ไปแหย่ไปล้อเลียนเขา บางทีทำท่าทางล้อเลียนด้วย วิบากกรรมเลยตามมาส่งผล มีตัวอย่างจริงเกิดขึ้นมาแล้ว ในครั้งพุทธกาล มีหญิงกำนัลของพระนางสามาวดีคนหนึ่ง ชื่อว่า นางขุชชุตตรา เป็นหญิงหลังค่อม นางกำนัลคนนี้ปกติทุกวันจะทำหน้าที่ไปซื้อดอกมะลิ โดยรับทรัพย์จากพระราชา แล้วไปซื้อดอกมะลิมามอบให้พระนางสามาวดี
ทุกวันนางจะอมเงินเอาไว้ครึ่งหนึ่ง ซื้อดอกไม้แค่ครึ่งเดียว วันหนึ่ง บังเอิญนายช่างมาลาการ คือ ช่างทำดอกไม้ได้บอกกับนางว่า วันนี้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะเสด็จมาที่นี่ ให้นางอยู่ช่วยเลี้ยงพระกันก่อน นางก็เลยอยู่ช่วยจนเสร็จงาน ได้มีโอกาสฟังธรรม จากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจนบรรลุธรรมเป็นพระโสดาบัน
เมื่อเป็นพระโสดาบันจะมีศีลห้าครบบริบูรณ์จึงเลิกเม้มเงิน ซื้อดอกมะลิได้ครบตามจำนวนเงินที่ได้รับมา ก็นำกลับไปถวายให้กับพระนางสามาวดี อัครมเหสีของพระเจ้าอุเทน
พระนางได้รับดอกมะลิก็แปลกใจว่า ทำไมวันนี้ดอกมะลิมากกว่าปกติเท่าตัว เลยถามนางกำนัลว่า “ เดี๋ยวนี้พระราชาพระราชทานทรัพย์มามากกว่าปกติหรือ ” นางขุชชุตตราเป็นพระโสดาบันแล้วจึงไม่โกหกตอบตามตรงบอกว่า “ เปล่าเพคะ ปกติข้าพระองค์จะเม้มไว้ครึ่งหนึ่ง แต่วันนี้ซื้อเต็มจำนวนเงินเลยได้ดอกมะลิมากกว่าปกติ ”
พระนางสามาวดีฟังแล้วก็ขำ ถามต่อว่า “ แล้ววันนี้ทำไมถึงไม่เม้มล่ะ ” นางขุชชุตตราก็บอกว่า “ วันนี้ข้าพระองค์ได้มีโอกาสฟังธรรมจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็เลยไม่เม้มเงินแล้ว ”
พระนางสามาวดีพอได้ฟังดังนั้น ด้วยความที่ได้สร้างบุญมามากจึงอยากจะฟังธรรมบ้างเลยบอกว่า “ ขอให้เธอช่วยเล่าให้ฟังหน่อยว่าพระองค์สอนว่าอย่างไร ” นางขุชชุตตราบอกว่า “ ได้เพคะ แต่ธรรมะเป็นของสูง หากจะต้องแสดงธรรมแล้ว ขอชำระร่างกายให้สะอาดสะอ้านก่อนและจะต้องนั่งบนธรรมาสน์สูงถึงจะแสดงธรรมได้ ”
พระนางสามาวดีตกลง นางขุชชุตตราอาบน้ำชำระร่างกายจนเนื้อตัวสะอาดสะอ้าน นุ่งห่มด้วยผ้าเนื้อดีเสร็จเรียบร้อย ขึ้นธรรมาสน์นั่งที่สูง แม้เป็นนางกำนัลรับใช้ แต่ว่าเมื่อแสดงธรรม ก็ต้องเคารพในธรรม พระนางสามาวดีและหญิงกำนัลอื่นต้องนั่งที่ต่ำกว่า
พระนางสามาวดี และนางกำนัลอีก 500 นาง ฟังธรรมแล้วก็ได้บรรลุธรรมเป็นพระโสดาบันทั้งหมด ถือได้ว่าฝีมือการถ่ายทอดของนางขุชชุตตราไม่ธรรมดา ภายหลังพระพุทธเจ้าได้ทรงยกย่องนางขุตชุตตราว่าเป็นเลิศทางด้านผู้แสดงธรรมฝ่ายหญิงที่ไม่ใช่ภิกษุณี
เหตุที่ทำให้นางขุชชุตตราต้องมาเกิดเป็นหญิงหลังค่อม ทั้งที่มีบุญมากจนบรรลุเป็นพระโสดาบันได้ วิบากกรรมนี้เกิดจากภพในอดีตชาติหนึ่ง นางเป็นหญิงกำนัลรับใช้อยู่ในวัง ได้มีโอกาสใส่บาตรกับพระปัจเจกพุทธเจ้าเกรงว่าพระองค์ถือบาตรจะร้อนมือ เนื่องจากนางหุงข้าวสุกใหม่ๆ นางจึงยอมเสียสละถอดกำไลถวายให้ท่านเอาไว้ใช้รองบาตร ด้วยการที่ใช้ปัญญาในการทำความดี จึงทำให้นางเกิดมาเป็นหญิงที่ฉลาด มีปัญญาเป็นเลิศทางการแสดงธรรม
แต่ขณะเดียวกันพระปัจเจกพุทธเจ้าพระองค์นั้น ท่านเป็นผู้ที่หลังค่อม นางเผลอไปล้อเลียนท่านว่าเป็นคนหลังค่อม แล้วก็ทำเล่นกับเพื่อนบอกเพื่อนว่า พระปัจเจกพุทธเจ้าปกติมีท่าทางเดินอย่างนี้ๆ ไปแสดงท่าทางล้อเลียนเข้า วิบากกรรมนั้นทำให้เกิดมาหลังค่อมทุกชาติ เพราะไปล้อเลียนผู้มีคุณธรรมสูง
แล้วทำไมนางจึงมาเกิดเป็นหญิงรับใช้ เป็นเพราะภพชาติหนึ่งนางเกิดมาเป็นลูกเศรษฐี วันหนึ่งนั่งแต่งตัวอยู่หน้ากระจก มีพระอรหันตเถรีรูปหนึ่งที่รู้จักมักคุ้นกันผ่านมาก็เลยเข้ามาเยี่ยมที่บ้าน พอนางได้เจอก็นมัสการพระคุณเจ้า เสร็จแล้วด้วยความคุ้นเคยนั่นเอง ตนเองกำลังนั่งแต่งหน้าอยู่ ก็วานพระคุณเจ้าช่วยหยิบกระเช้าแต่งหน้านั่นให้หน่อย ใช้พระอรหันตเถรีรูปนั้น
พระอรหันตเถรีท่านก็คิดว่า ถ้าเราไม่หยิบให้ธิดาเศรษฐีก็จะผูกโกรธในเรา และเพราะความผูกโกรธในเราเธอย่อมจะตกนรก เพราะท่านเป็นพระอรหันตเถรีแล้ว แต่ถ้าหากเราหยิบให้ เธอก็ต้องไปเป็นคนรับใช้คนอื่นเขาอีกหลายชาติ แต่การเป็นหญิงรับใช้ย่อมดีกว่าการตกนรก คิดอย่างนี้แล้วอาศัยความเอ็นดู ในธิดาเศรษฐี จึงหยิบกระเช้าข้าวของส่งให้ วิบากกรรมนี้ทำให้ธิดาเศรษฐีต้องเกิดเป็นหญิงรับใช้เขาหลายชาติเลย จนถึงชาตินี้ก็ยังเป็นนางกำนัลรับใช้ในวัง เราจึงไม่ควรมองข้ามกรรม แม้แต่เรื่องเล็กน้อย
เหตุแห่งความพิการสรุปโดยย่อหลักๆ มี 2 ประการคือ
1. กรรมปาณาติบาตในอดีต ที่เคยทรมานสัตว์
2. วจีกรรม กรรมที่เกิดจากการพูดล้อเลียนคนอื่น เมื่อเราเห็นใครเขามีข้อบกพร่องอย่างไรก็ให้มีแต่ความเห็นใจ อย่าไปล้อเลียน ไม่ว่าจะด้วยคำพูดหรือการกระทำก็ตาม
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย