8 เม.ย. เวลา 01:50 • การตลาด

ลองนึกภาพแปรงสีฟัน Sonicare ดูสิ!🪥

ลองหลับตาแล้วนึกถึงโฆษณาแปรงสีฟันสักชิ้น 💭🪥 ภาพที่มักจะโผล่ขึ้นมาคือ ห้องน้ำที่ดูสะอาดเกินจริง รอยยิ้มที่เหมือนซ้อมมาอย่างดี ฟันขาวจ้า และคนที่ยืนยิ้มใส่กระจกแบบดูเกร็งๆ นี่คือภาพจำของโฆษณาในหมวดนี้ ที่เต็มไปด้วยความคาดเดาได้ คล้ายกันไปหมด และสุดท้ายผู้บริโภคก็แทบไม่รู้สึกอะไรกับมันแล้ว (แพลตเทิร์นเดิมๆ น่าเบื่อ!) 🤷🏻‍♂️🤷🏻‍♀️
เพราะเหตุนี้ โฆษณาของ Philips Sonicare สำหรับ Philips Sonicare DiamondClean Prestige จึงเลือกทำสิ่งตรงกันข้าม พวกเขาไม่ได้สร้างรอยยิ้มข้างอ่างล้างหน้าแบบเดิม แต่เลือก “ทำลายสูตรของหมวดหมู่” ไปเลย (นักการตลาดตัวจริงต้องคิดแบบนี้ 💪🏻)
เพื่อพิสูจน์ว่า แปรงสีฟันรุ่นนี้อ่อนโยนอย่างไม่น่าเชื่อ แต่ยังคงทำความสะอาดได้ลึกอย่างทรงพลัง โฆษณาจึงพาเราออกจากห้องน้ำไปสู่ภาพ cinematic ขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยความน่าพึงพอใจแบบเหนือความคาดหมาย ภาพเหล่านี้ทำหน้าที่เป็น metaphor ทางภาพ เพื่อสื่อถึงความนุ่มนวล ความแม่นยำ และการดูแลอย่างสมบูรณ์แบบ 🐧
ไม่มีเคาน์เตอร์ ไม่มีอ่างล้างหน้า และไม่มีภาพจำแบบเดิมของโฆษณาแปรงสีฟัน มีเพียงการนิยามใหม่ว่าโฆษณาในหมวดนี้สามารถเล่าเรื่องได้ยิ่งใหญ่กว่านั้น ข้อความของแบรนด์จึงเรียบง่ายมาก: Feel the most epic deep clean of Philips Sonicare. Feel the Care.
🦜นกกระซิบ:
ถ้ามองในมุมกลยุทธ์แบรนด์ งานนี้สะท้อนบทเรียนสำคัญข้อหนึ่ง ปัญหาหลายครั้งไม่ได้อยู่ที่สินค้าของแบรนด์ไม่แตกต่าง แต่อยู่ที่ “ภาษาการสื่อสารของทั้งหมวดหมู่” เหมือนกันหมด เมื่อทุกแบรนด์ถ่ายโฆษณาในห้องน้ำ ห้องน้ำจึงกลายเป็นกรอบความคิดของ category ไปโดยปริยาย
แบรนด์ที่ฉลาดจึงไม่ได้พยายามทำโฆษณาในกรอบเดิมให้ดีกว่า แต่เลือก “ออกจากกรอบนั้น” เพื่อสร้างความรู้สึกใหม่ให้ผู้บริโภค นี่คือสิ่งที่นักกลยุทธ์แบรนด์เรียกว่า Category Reframing คือการเปลี่ยนมุมมองต่อทั้งหมวดสินค้า ไม่ใช่แค่ทำให้คนคิดว่าสินค้าดีกว่า แต่ทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่า นี่ไม่ใช่โฆษณาแปรงสีฟันแบบเดิมอีกต่อไป 🤩
Credit: Ads of the World
✍🏻 เกร็ดเล็กๆ ของแบรนด์ by Nok Creative Branding - Brand Strategist & Creative Director (ผู้ที่เชื่อในพลังของแบรนด์ที่ไม่ใช่แค่ขายของ แต่เปลี่ยนชีวิตคนได้)
โฆษณา