8 เม.ย. เวลา 05:30 • หุ้น & เศรษฐกิจ

คลัง ยืนยัน เพิ่มสิทธิ "คนละครึ่งพลัส" แน่นอน! มั่นใจ เริ่มได้ พ.ค.นี้

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผย ความคืบหน้าของโครงการคนละครึ่ง พลัส คาดว่า จะนำเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. ในวันที่ 21 เม.ย. 69 เพื่อให้ประชาชนเริ่มใช้ได้ภายในเดือน พ.ค. ที่จะถึงนี้ ซึ่งในวันนี้กระทรวงการคลัง ได้มีการหารือร่วมกับ ธนาคารกรุงไทย เพื่อพูดคุยในเรื่องของรายละเอียดและการเตรียมความพร้อมการลงทะเบียน หลังจาก ครม. เห็นชอบโครงการดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง
ส่วนการเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนรับสิทธิครั้งนี้คาดว่าจะมากกว่า 20 ล้านคนแน่นอน เพราะต้องยอมรับว่าเศรษฐกิจเปราะบาง ประชาชนต้องการความช่วยเหลือในวงกว้างมากขึ้น แต่จะแจกคนละเท่าไหร่ ต้องรอรัฐบาล เป็นคนให้รายละเอียด
ทั้งนี้ ต้องขึ้นอยู่กับงบประมาณที่มี โดยในเบื้องต้นทางกรมบัญชีกลางได้รายงานว่ามีงบประมาณปี 2569 ที่ยังไม่ได้ผูกพันการใช้ วงเงินจำนวน 84,000 ล้านบาท ซึ่งงบดังกล่าวสามารถจะโอนย้ายเข้ามาใช้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการคนละครึ่ง พลัสได้ โดย ครม. จะต้องออก พ.ร.ก.โอนเงินจำนวนดังกล่าวออกมาจากงบประมาณปกติก่อน ขณะที่การการลงทะเบียนรับสิทธิ นายลวรณ ยืนยันว่า จะเป็นรูปแบบใครลงทะเบียนก่อนก็ได้รับสิทธิก่อนตามเดิม
มาตรการที่จะออกมาในขณะนี้จะเป็นมาตรการเร่งด่วนเพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบให้กับประชาชนในระยะเวลา 30 วัน ซึ่งหลังจากที่คณะรัฐมนตรีมีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเรียบร้อยแล้วรัฐบาลก็จะมีมาตรการชุดใหญ่เพิ่มเติมออกมาเพื่อช่วยบรรเทาค่าครองชีพของประชาชนต่อไป
เติมเงิน 100 บาท เข้าบัตรสวัสดิการฯ ทันใช้สงกรานต์แน่นอน
ส่วนความคืบหน้าการเติมเงินให้กับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 100 บาท เป็นเวลาหนึ่งเดือน เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบในช่วงราคาน้ำมันแพง ว่า มีการเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม.นัดพิเศษ ในวันที่ 11 เม.ย. 69 เพื่อขอใช้วงเงินกว่า 1,300 ล้านบาท ให้ ประชาชนทันใช้ก่อนช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยคาดว่าเมื่อ ครม. อนุมัติแล้วจะสามารถโอนเงินให้กับประชาชนผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้ทันที
นอกจากนี้ ในการประชุม ครม. นัดดังกล่าว จะมีการเสนอมาตรการช่วยอุดหนุนราคาน้ำมันให้กับกลุ่มขนส่งเพื่ออนุมัติขอใช้วงเงินราว 1,600 ล้านบาทด้วย ส่วนจะช่วยอุดหนุนเท่าไหร่นั้นต้องรอรายละเอียดที่ชัดเจนจากกระทรวงคมนาคมประกาศอีกครั้ง
เสนอ ครม. ทบทวน ลดภาษีน้ำมัน ห่วงสร้างวิกฤตฐานะการคลังเพิ่ม
ขณะที่ ความคืบหน้าของการออก พ.ร.ก. ค้ำประกันเงินกู้เพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง จำนวน 150,000 ล้านบาทด้วยว่า จะมีการเข้าสู่ที่ประชุม ครม. เพื่อให้พิจารณาในวันที่ 11 เม.ย.69 ด้วยเช่นกัน
ซึ่งตนเองเชื่อว่าวงเงินที่อนุมัติดังกล่าวจะเพียงพอในการอุดหนุนราคาน้ำมัน ต่อไปได้อีกระยะหนึ่ง เนื่องจากว่า ณ วันนี้กองทุนน้ำมันฯ มีฐานะติดลบประมาณ 50,000 ล้านบาท ทำให้ยังเหลือสภาพคล่องที่สามารถจะกู้ได้อีก 100,000 ล้านบาท ภายใต้ พ.ร.ก. ดังกล่าว
อีกทั้ง การที่กระทรวงพลังงาน ประกาศลดราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นลง 2 บาท สำหรับดีเซล B7 และ B20 ก็ เชื่อว่าจะช่วยลดภาระของกองทุนน้ำมันฯลงได้ด้วย
นายลวรณ กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงการคลังได้เสนอ ครม. ให้ทบทวนมาตรการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ที่จะมีการลดลง 1 บาท เนื่องจากควรจะใช้กลไกของกองกองทุนน้ำมันฯเข้ามาดูแลอุดหนุนราคาน้ำมันนั้น จะเหมาะสมกว่า เพราะการลดภาษีลงเพียง 1 บาท มองว่าไม่ได้ช่วยบรรเทาผลกระทบให้กับประชาชนได้มากนัก แต่อาจทำให้เกิดปัญหาหรือวิกฤติกับฐานะทางการคลังได้ เพราะการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลในขณะนี้ไม่สามารถที่จะเพิ่มขึ้นได้มากนัก ดังนั้น อย่าให้วิกฤตพลังงานมาเป็นวิกฤตทางการคลังเพิ่ม
อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลยืนยันว่าจะลดภาษีน้ำมันกระทรวงการคลัง ก็ได้เตรียมมาตรการนี้ไว้แล้วด้วยเช่นกัน แต่ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของ ครม. ว่าจะมีการทบทวนหรือยกเลิกหรือไม่
อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่ : https://www.pptvhd36.com/wealth/economic/272744
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ https://www.pptvhd36.com
และช่องทาง Social Media
โฆษณา