เมื่อวาน เวลา 03:08 • ธุรกิจ

🛢️ขุมทรัพย์ใต้ดิน: ตัวแปรลับของความขัดแย้งระหว่างประเทศ

แม้ในเวทีการเมืองระหว่างประเทศจะกล่าวถึงเรื่อง
อุดมการณ์ ความมั่นคง หรือสิทธิมนุษยชนอยู่เสมอ
แต่หลายครั้ง หนึ่งในแรงจูงใจสำคัญอาจไม่ได้อยู่บนโต๊ะเจรจา
หากแต่อยู่ลึกลงไปใต้ดิน…ในรูปของบ่อน้ำมันมหาศาล
ในโลกที่ “พลังงาน” ยังเป็นเส้นเลือดใหญ่ของเศรษฐกิจโลก
ทรัพยากรที่อยู่ใต้ดินไม่เคยเป็นเพียงเรื่องเศรษฐกิจอย่างเดียว
แต่ยังเชื่อมโยงไปถึงอำนาจรัฐ ความมั่นคง และการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจด้วยเสมอ
น้ำมันจึงไม่ใช่แค่เชื้อเพลิง แต่เป็นสินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์ที่สามารถเปลี่ยนดุลอำนาจของโลกได้ในพริบตา
🇻🇪 เวเนซุเอลา: ขุมทรัพย์ที่ถูกลืม
เวเนซุเอลาเป็นประเทศที่มีปริมาณน้ำมันสำรองพิสูจน์แล้วมากที่สุดในโลก
ราว 303 พันล้านบาร์เรล หรือประมาณ 17% ของน้ำมันสำรองโลก
น้ำมันส่วนใหญ่ของเวเนซุเอลาอยู่ในรูปน้ำมันดิบหนักพิเศษ
ซึ่งต้องใช้ต้นทุน เทคโนโลยี และโครงสร้างพื้นฐานระดับสูงในการผลิต
ทำให้แม้จะมีทรัพยากรมหาศาล
แต่การผลิตจริงกลับลดลงต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมา
จากระดับกว่า 3 ล้านบาร์เรลต่อวันในอดีต
เหลือเพียงราว 1 ล้านบาร์เรลต่อวันในช่วงหลัง
เพราะการบริหารจัดการที่ไม่มีประสิทธิภาพ
การขาดการลงทุน และมาตรการคว่ำบาตรที่ยืดเยื้อ
ก่อนถูกคว่ำบาตร สหรัฐฯ เคยเป็นลูกค้าหลักของเวเนซุเอลา
แต่หลังปี 2019 การส่งออกจำนวนมากเปลี่ยนเป็น “น้ำมันแลกหนี้”
โดยจีนกลายเป็นผู้รับซื้อน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของเวเนซุเอลา
ขณะที่ รัสเซีย อิหร่าน และจีน ต่างมีบทบาทสำคัญในการช่วยประคองภาคพลังงานของประเทศนี้
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในวันที่ 3 มกราคม 2026
เมื่อสหรัฐฯ ใช้กำลังทางทหารเข้าแทรกแซงรัฐบาลเวเนซุเอลา
โดยให้เหตุผลเรื่องการปราบปราม narco-terrorism และรัฐอาชญากรรม
แม้เหตุผลอย่างเป็นทางการจะอยู่ที่ประเด็นความมั่นคง
แต่หลายฝ่ายมองว่าน้ำมันก็เป็นอีกหนึ่งแรงจูงใจเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญ
เพราะเวเนซุเอลาไม่ได้มีเพียงน้ำมันมหาศาล
แต่ยังเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่สามารถเพิ่มอุปทานน้ำมันของโลกได้อย่างมีนัยสำคัญในระยะยาว
หากมีเงินลงทุนและเสถียรภาพทางการเมืองกลับมา
🇮🇷 อิหร่าน: พลังงานที่ถูกปิดล้อม
อิหร่านมีน้ำมันสำรองราว 209 พันล้านบาร์เรล
หรือประมาณ 12% ของน้ำมันสำรองโลก ถือเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก
ในอดีต อิหร่านเคยเป็นผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่
แต่หลังจากข้อตกลงนิวเคลียร์ล่มในปี 2018
และสหรัฐฯ กลับมาใช้มาตรการคว่ำบาตรอย่างหนัก
การส่งออกน้ำมันของอิหร่านจึงหดตัวลงมาก
และต้องพึ่งพาจีนเป็นตลาดหลักมากขึ้น
EIA ประเมินว่า หากไม่มีมาตรการคว่ำบาตร
อิหร่านอาจสามารถเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมัน
ให้กลับมาเป็นหนึ่งในผู้เล่นหลักของตลาดพลังงานโลกอีกครั้ง
“To be honest with you,
my favorite thing is to take the oil in Iran”
– President Donald J. Trump
ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในปัจจุบัน
ถูกอธิบายผ่านประเด็นนิวเคลียร์ ความมั่นคง และอิทธิพลในตะวันออกกลาง
แต่ในอีกด้านหนึ่ง น้ำมันก็ยังเป็นตัวแปรสำคัญ
เพราะอิหร่านไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่
แต่ยังมีอิทธิพลต่อช่องแคบฮอร์มุซ
ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
🧩 เมื่อจิ๊กซอว์ต่อกันครบ…
ปัจจุบัน สหรัฐฯ เป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลกอยู่แล้ว
แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าปริมาณการผลิต
คือ “อิทธิพล” ต่อแหล่งพลังงานของประเทศอื่น
หากสหรัฐฯ สามารถเพิ่มบทบาทต่อภาคพลังงานของเวเนซุเอลา
หรือจำกัดศักยภาพการส่งออกของอิหร่านได้
ก็จะทำให้สหรัฐฯ มีอำนาจต่อรองต่อทิศทางตลาดน้ำมันโลกมากขึ้น
ในทางกลับกัน จีนเองก็พยายามรักษาความสัมพันธ์กับทั้งเวเนซุเอลา อิหร่าน และรัสเซีย
เพราะประเทศเหล่านี้เป็นแหล่งพลังงานสำคัญ
ที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดตะวันตกมากเกินไป
นั่นหมายความว่า การแข่งขันระหว่างมหาอำนาจในวันนี้
ไม่ได้มีแค่เรื่องเทคโนโลยี เซมิคอนดักเตอร์ หรือ AI เท่านั้น
แต่ยังรวมถึงการแข่งขันเพื่อเข้าถึงทรัพยากรใต้ดิน
ที่จะเป็นตัวกำหนดเศรษฐกิจโลกในอีกหลายสิบปีข้างหน้าด้วย
⛽ น้ำมัน: อำนาจที่ไม่เคยหายไปจากโลก
ในโลกความเป็นจริง ความขัดแย้งระหว่างประเทศแทบไม่เคยมีสาเหตุเดียว
น้ำมันอาจไม่ใช่คำอธิบายทั้งหมดของสงคราม การคว่ำบาตร หรือการแทรกแซงทางการเมือง
แต่บ่อยครั้งมันคือหนึ่งในตัวแปรที่สำคัญที่สุด
เพราะสิ่งที่อยู่ใต้ดินไม่ได้ให้แค่พลังงาน
หากยังให้ทั้งรายได้ อิทธิพล และอำนาจต่อรองบนเวทีโลกด้วย
และในหลายครั้ง สิ่งที่อยู่ใต้ดินอาจสำคัญยิ่งกว่าสิ่งที่อยู่บนโต๊ะเจรจาเสียอีก
เรื่องและภาพ: สราลี วงษ์เงิน Economist, Bnomics
════════════════
Bnomics - Bangkok Bank Economist, Bnomics
'Be an Economist for Everyone'
วิเคราะห์ เจาะทุกประเด็นเศรษฐกิจ ให้เป็นเรื่องง่ายสำหรับคุณ
════════════════
#ขุมทรัพย์ใต้ดิน #น้ำมัน #ภูมิรัฐศาสตร์ #Venezuela #Iran
#ธนาคารกรุงเทพ #Bnomics #BBL #BangkokBank
โฆษณา