Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ลงทุนเกิร์ล
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
วันนี้ เวลา 04:00 • ธุรกิจ
รู้จัก Veblen Goods สินค้าประเภทที่ยิ่งขึ้นราคา ยิ่งทำให้คนอยากได้ มาประดับบารมี
ตามหลักเศรษฐศาสตร์ทั่วไป เมื่อสินค้ามีราคาแพงขึ้น ความต้องการซื้อก็ควรจะลดลง ซึ่งเป็นไปตามกฎของอุปสงค์ (Law of Demand)
แต่กฎนี้แทบจะใช้ไม่ได้กับสินค้าแบรนด์หรู เพราะยิ่งแบรนด์ปรับราคาขึ้น คนกลับยิ่งอยากครอบครองมากขึ้น
แล้วทำไมถึงเป็นแบบนั้น ? ลงทุนเกิร์ลจะสรุปให้ฟัง
ความจริงแล้วเหตุการณ์ ขึ้นราคาสินค้า แต่กลับขายดีขึ้น ไม่ได้เพิ่งมีในยุคปัจจุบัน แต่มีมาร้อยกว่าปีแล้ว
โดยเรื่องนี้ สามารถอธิบายได้ด้วย “ทฤษฎีของชนชั้นที่มีเวลาว่าง” หรือ “Theory of the Leisure Class” ซึ่งพูดถึงความสัมพันธ์ระหว่าง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ที่มีผลให้ผู้คนจับจ่ายซื้อของ เพื่อแสดงสถานะทางสังคม
ซึ่งการบริโภครูปแบบนี้ถูกนิยามว่า “Conspicuous Consumption” หรือการบริโภคที่ทำให้ตัวเองดูเด่นขึ้นมาในสังคม ตั้งใจซื้อของที่ใคร ๆ ก็รู้ว่าแพงมาประดับบารมี
โดยสินค้าที่แสดงสถานะทางสังคมแบบนี้ จึงถูกเรียกว่า “Veblen Goods” ตามชื่อของคุณ Thorstein Veblen ซึ่งเป็นผู้คิดค้นทฤษฎีนั่นเอง
ที่น่าสนใจคือ สินค้าประเภท Veblen Goods ที่ราคายิ่งสูงก็ยิ่งกระตุ้นให้ลูกค้ายิ่งอยากได้มากขึ้นนั้น ในทางกลับกัน การปรับลดราคาอาจทำให้ความต้องการของสินค้า Veblen Goods ลดลงตามไปด้วย
ซึ่งส่วนใหญ่สินค้าที่เข้าข่าย ก็จะเป็นสินค้าลักชัวรี เช่น เครื่องเพชร, นาฬิกา และกระเป๋าแบรนด์หรู
ตัวอย่างที่สะท้อนทฤษฎีนี้ได้ชัดที่สุดในตอนนี้ คือ ยอดขายของ Chanel Korea ปี 2025 ที่พุ่งทะลุ 2 ล้านล้านวอน หรือราว 43,200 ล้านบาทได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เข้ามาทำตลาดในเกาหลีใต้
ปัจจัยหลักเกิดจากการที่ปีที่แล้ว Chanel Korea ขึ้นราคาถึง 5 ครั้งในทุกหมวดหมู่สินค้า ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋า เครื่องสำอาง เครื่องประดับ กระเป๋าสตางค์ และรองเท้า ต่างจากในอดีตที่การขึ้นราคาจำกัดอยู่ที่ปีละ 1-2 ครั้ง
โดยแบรนด์พิสูจน์แล้วแม้จะมีการขึ้นราคา แต่ความต้องการก็ไม่ได้ลดลง ส่งผลให้ยอดขายและกำไรเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ซึ่งแนวโน้มการปรับขึ้นราคาสินค้ายังคงดำเนินต่อไปในปีนี้ หลังจากที่ราคาสินค้าประเภทกระเป๋าและเครื่องประดับเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 3-7% ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่า การตั้งราคาสูง ๆ หรือสินค้าราคาแพงทุกชนิด จะกลายมาเป็น Veblen Goods ได้
เพราะสิ่งที่สำคัญไม่แพ้ราคา คือ ภาพลักษณ์ของแบรนด์ โดยเฉพาะแบรนด์ที่มีอัตลักษณ์ ที่ใคร ๆ เห็นก็รู้สึกว่าเป็นแบรนด์ของชนชั้นสูง
ซึ่งเราสามารถสังเกตได้ว่า สินค้าของเหล่าแบรนด์หรู จะมีแนวคิดการออกแบบที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด มีเรื่องราวของสินค้าแต่ละชิ้น และยังใช้วัสดุคุณภาพพรีเมียม รวมถึงการผลิตที่พิถีพิถันไร้ที่ติ
ที่สำคัญคือ แต่ละแบรนด์มีประวัติศาสตร์และเรื่องราวเอกซ์คลูซิฟ รวมไปถึงช่องทางการขายและประสบการณ์ที่พิเศษ
ในขณะเดียวกัน ก็ยังเล่นกับจิตใจของลูกค้า ด้วยการใช้ “Scarcity Marketing” หรือก็คือ ยิ่งสินค้ามีน้อยเท่าไร ก็จะยิ่งกระตุ้นให้คนอยากได้มากขึ้น เพื่อทำให้ลูกค้ารู้สึกเหมือนได้ครอบครองสินค้าที่น้อยคนจะสามารถเข้าถึงได้
ซึ่งองค์ประกอบทั้งหมดนี้ แน่นอนว่าจะไม่มีใครรู้เลย ถ้าบริษัทสื่อสารออกมาได้ไม่ดี ดังนั้น การเล่าเรื่อง เพื่อปั้นแบรนด์ ก็เป็นสิ่งที่เหล่าแบรนด์หรู ห้ามมองข้ามเช่นกัน..
References :
- Investopedia, Chosun, Reuters
ธุรกิจ
1 บันทึก
6
1
1
6
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย