วันนี้ เวลา 04:00 • ธุรกิจ

ศึกชิงบัลลังก์แบรนด์เครื่องหนัง “เก่าแก่สุดในฝรั่งเศส” Goyard ฟ้อง Fauré Le Page ปมใช้ปี 1717 บนโลโก

เชื่อว่าหลายคนมักตีความตัวเลขปี ค.ศ. ที่อยู่ในชื่อหรือโลโกว่าเป็น “ปีที่ก่อตั้งแบรนด์” เพราะตัวเลขเหล่านี้ช่วยเสริมภาพลักษณ์ให้แบรนด์ดูมีความเชี่ยวชาญ มีเรื่องราว และน่าเชื่อถือในสายตาผู้บริโภค
แต่ในกรณีของแบรนด์เครื่องหนัง Fauré Le Page ที่มีคำว่า “Paris 1717” ตัวเลขดังกล่าว กลับไม่ใช่ปีที่ก่อตั้งธุรกิจนี้ และประเด็นนี้เอง ได้ลุกลามกลายเป็นคดีสำคัญในวงการลักชัวรีของฝรั่งเศส
เมื่อ Goyard ยื่นฟ้องร้องต่อศาล เรียกร้องให้ Fauré Le Page เพิกถอนเครื่องหมายการค้า “Fauré Le Page Paris 1717” เพราะอาจทำให้สาธารณชนเข้าใจผิดหรือถูกหลอกลวง
แล้วคดีนี้น่าสนใจอย่างไร ? ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง
ย้อนกลับไปที่จุดเริ่มต้นของชื่อ Fauré Le Page สืบย้อนไปถึงกิจการของช่างทำอาวุธอย่างคุณ Louis Pigny ที่ทำธุรกิจค้าอาวุธ กระสุน และเครื่องหนัง เช่น กล่องกระสุน ในกรุงปารีส มาตั้งแต่ปี 1716
ตลอดเวลาหลังจากนั้น ผู้คนในครอบครัวได้ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเข้ามารับช่วงต่อกิจการ จากรุ่นสู่รุ่น แต่ท้ายที่สุด ธุรกิจเกี่ยวกับอาวุธนี้ได้สิ้นสุดไปในปี 1992
จนกระทั่ง บริษัท Fauré Le Page Paris ที่เพิ่งจดทะเบียนในปี 2009 ได้เข้าซื้อเครื่องหมายการค้า “Fauré Le Page” และยื่นขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า “Fauré Le Page Paris 1717” ในปี 2011 สำหรับสินค้ากลุ่มเครื่องหนัง กระเป๋าเดินทาง และกระเป๋าถือ
ตรงนี้จะเห็นว่า แม้ชื่อแบรนด์จะโยงกับจุดเริ่มต้นในปี 1717 จริง แต่กิจการที่ผู้บริโภคเห็นในปัจจุบันไม่ได้ดำเนินต่อเนื่องมาในรูปแบบเดียวกันกับจุดเริ่มต้นที่เป็นสินค้าอาวุธ
พอเรื่องเป็นแบบนี้ ทาง Goyard แบรนด์หรูฝรั่งเศสที่มีรากฐานประวัติศาสตร์ย้อนกลับไปถึงปี 1792 หรือยาวนานกว่า 230 ปี จึงตัดสินใจยื่นฟ้องต่อศาล
ด้วยเหตุผลว่า การอ้างถึงตัวเลข “1717” ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดว่า เป็นกิจการที่ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 และสื่อถึงการสืบทอดองค์ความรู้และความชำนาญแบบดั้งเดิมมาอย่างยาวนาน
สิ่งนี้อาจถือเป็นการหลอกลวงและละเมิดกฎหมายเครื่องหมายการค้า ซึ่งควรให้เครื่องหมายดังกล่าวถูกประกาศให้เป็นโมฆะ
โดยคดีนี้เคยผ่านการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ปารีส และต่อมาฝ่าย Fauré Le Page ได้ยื่นอุทธรณ์ฎีกา ทำให้คดีขึ้นไปสู่ศาลฎีกาฝรั่งเศส
จากนั้นศาลฎีกาฝรั่งเศสได้ส่งคำถามข้อกฎหมายไปยัง ศาลยุติธรรมแห่งสหภาพยุโรป (CJEU)
ล่าสุดในวันที่ 26 มีนาคมที่ผ่านมา CJEU ให้ความเห็นว่า เครื่องหมายทางการค้าที่ใช้ปี 1717 อาจเป็นโมฆะได้ หากปีดังกล่าวอาจทำให้สาธารณชนเข้าใจผิด โดยสื่อถึงความต่อเนื่องทางประวัติศาสตร์ ความเชี่ยวชาญ หรือชื่อเสียงที่ไม่มีอยู่จริง
อีกทั้งศาลมองว่า การตัดสินใจซื้อสินค้าแบรนด์หรูของผู้บริโภค ไม่ได้ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับคุณค่าที่จับต้องไม่ได้ด้วย เช่น เรื่องราวทางประวัติศาสตร์, ความเอกซ์คลูซิฟ, ชื่อเสียงของแบรนด์ และภาพของความเชี่ยวชาญที่สั่งสมมายาวนาน
อย่างไรก็ตาม คดีนี้ยังไม่จบลงง่าย ๆ เพราะ CJEU ไม่ได้ตัดสินลงไปเลยว่าเครื่องหมายของ Fauré Le Page ต้องเป็นโมฆะทันที แต่ส่งเรื่องกลับไปให้ศาลฎีกาฝรั่งเศสวินิจฉัยต่อ
โดยต้องพิจารณาจากบริบททั้งหมดของคดีว่า ผู้บริโภคส่วนใหญ่จะตีความคำว่า “Paris 1717” ไปในทางใด และตีความเช่นนั้นแล้วมีโอกาสถูกทำให้เข้าใจผิดหรือไม่
สุดท้ายแล้ว คดีนี้อาจไม่ได้เป็นเพียงข้อพิพาทระหว่าง 2 แบรนด์เครื่องหนัง แต่กำลังสะท้อนให้เห็นว่า ในโลกธุรกิจลักชัวรี “เรื่องเล่าของแบรนด์” มีมูลค่ามหาศาลไม่แพ้ตัวสินค้า
ยิ่งแบรนด์ไหนเล่าได้ว่าตัวเองมีประวัติยาวนาน มีมรดกตกทอด และมีความเชี่ยวชาญสืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคน ก็ยิ่งช่วยเพิ่มเสน่ห์ และทำให้ผู้บริโภคยอมจ่ายแพงขึ้น
แต่ขณะเดียวกัน หากเรื่องเล่านั้นพาให้ผู้บริโภคเข้าใจคลาดเคลื่อนไปไกลกว่าความเป็นจริง เสน่ห์ของแบรนด์ก็อาจย้อนกลับมาเป็นความเสี่ยงทางกฎหมายได้เช่นกัน
ปิดท้ายด้วยเรื่องราวที่น่าสนใจ ประเด็นเรื่องปี ค.ศ. ในชื่อแบรนด์ไม่ได้มีเพียงกลุ่มสินค้าแบรนด์หรูเท่านั้น
ยกตัวอย่าง แบรนด์ชาระดับโลกแห่งหนึ่ง ก็มีการใช้ปี 1837 ในโลโก ทั้งที่จริง ๆ แล้วบริษัทนี้ก่อตั้งในปี 2008
โดยเหตุผลของเลข 1837 ก็คือ เป็นปี ค.ศ. ที่แบรนด์อยากระลึกถึงการก่อตั้งหอการค้าบนเกาะสิงคโปร์ ซึ่งการค้าในสมัยนั้น ก็คือ ชา และ เครื่องเทศ นั่นเอง..
References :
- เอกสารคำพิพากษาของศาลยุติธรรมแห่งสหภาพยุโรปจากเคสเลขที่ C-412/24, Lexology, Forbes
โฆษณา