ก่อนที่ผมจะก้าวเข้าสู่เส้นทางนักเรียนตำรวจ ย้อนกลับไปช่วงอายุ 12–17 ปี ผมเลือกบวชเรียนเป็นสามเณร ใช้ชีวิตเรียบง่าย ฝึกวินัย อดทนจากความคิดถึงครอบครัวที่ต้องห่างไกลกัน และเรียนรู้การควบคุมตัวเองตั้งแต่ยังเด็ก
หลังจากลาสิกขา ผมกลับมาเรียนต่อระดับมัธยมปลาย เป็นทั้งนักดนตรีของโรงเรียน และนักศึกษาวิชาทหาร (รด.) รวมถึงทำกิจกรรมจิตอาสาหลายอย่าง ช่วงเวลานั้นอาจดูเหมือนสนุก แต่จริง ๆ แล้วมันกำลังหล่อหลอมผมให้กล้าคิด กล้าทำ และรู้จักการทำงานร่วมกับผู้อื่น
ช่วงปิดเทอมก่อนจบ ม.6 ผมเริ่มทำงานแรกในชีวิต เป็นงานครัวในร้านอาหาร แม้จะเป็นจุดเล็ก ๆ แต่เป็นประสบการณ์ที่เปิดโลกให้ผมเข้าใจคำว่า “การทำงานจริง”หลังจากเรียนจบ ด้วยทุนที่ได้รับจากผู้ใหญ่หลายท่าน ผมตัดสินใจเปิดร้านข้าวแกงของตัวเอง ช่วงกลางวันขายข้าว กลางคืนเป็นร้านนั่งชิล แม้สุดท้ายธุรกิจจะไม่ประสบความสำเร็จ แต่ผมได้เรียนรู้บทเรียนสำคัญเรื่องการบริหาร ความรับผิดชอบ และการยอมรับความล้มเหลว ผมเคยปิดร้าน เพื่อขับรถไปส่งคุณยายที่ไม่มีรถกลับบ้าน ระยะทางกว่า 20 กิโลเมตร
วันนั้นผมไม่ได้อะไรเป็นเงิน
แต่ผมได้รู้ว่า “ความเป็นคน” มีค่ามากแค่ไหน
จากนั้นผมเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ทำงานเป็นพนักงานขายทีวีในห้างสรรพสินค้า แต่เมื่อสถานการณ์โควิดเข้ามา งานนั้นก็ต้องยุติลง
ผมทำงานหลายอย่าง ทั้งงานก่อสร้าง งานช่างในโรงงาน และในระหว่างนั้น แม้จะสึกออกมาแล้ว ผมก็ยังกลับไปช่วยงานที่วัดอยู่เสมอเมื่อมีโอกาส
ผมกลับมาค้าขายอีกครั้ง ขายข้าว ขายยำมะม่วง ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดี และยังหารายได้เสริมด้วยการทำงานเป็นพ่อครัวในร้านอาหารช่วงกลางคืน รวมถึงเคยทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟ แม้งานบางช่วงต้องแลกกับการพักผ่อนที่น้อยลง จนต้องตัดสินใจหยุด
ผมยังคงเดินหน้าต่อ ทำงานเสิร์ฟในร้านอาหารอีกแห่ง ก่อนจะกลับมาทำธุรกิจขายอาหารด้วยตัวเองอีกครั้ง ทั้งทำเอง ส่งเอง และสร้างฐานลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่มนักศึกษาในมหาวิทยาลัยที่แฟนของผมกำลังศึกษาอยู่ในขณะนั้น
ในช่วงหนึ่ง ผมตัดสินใจทำงานเป็นรปภ ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้ผมเริ่มมองเห็นคุณค่าของหน้าที่ในการดูแลความปลอดภัยของผู้อื่นอย่างชัดเจน
และสุดท้าย ผมตัดสินใจเลือกเส้นทางชีวิตที่มั่นคง มีเกียรติ และสามารถตอบแทนสังคมได้อย่างแท้จริง — การสอบเข้ารับราชการตำรวจ
ทุกก้าวที่ผมผ่านมา อาจไม่ได้สวยงามเสมอไป แต่ทุกประสบการณ์ได้หล่อหลอมให้ผมแข็งแกร่ง มีวินัย เข้าใจชีวิต และพร้อมที่จะทำหน้าที่เพื่อประชาชนอย่างเต็มความสามารถ
แต่ผมได้รู้ว่า “ความเป็นคน” มีค่ามากแค่ไหน
หลังจากนั้น ผมทำมาหลายอาชีพ
ตั้งแต่พนักงานขาย ช่าง ก่อสร้าง รปภ. จนถึงงานบริการทุกอย่างที่ผมผ่าน ไม่ได้ทำให้ผมเหนื่อยล้า
แต่มันทำให้ผม “เข้าใจคน”
และนั่นคือเหตุผลที่ผมเลือกเป็นตำรวจ
ไม่ใช่แค่ทำตามหน้าที่
แต่เพื่อเป็นคนที่ยืนอยู่ตรงนั้น
ในวันที่ประชาชนต้องการใครสักคน :::