12 เม.ย. เวลา 08:08 • นิยาย เรื่องสั้น

เรื่อง   ชีวิตวิถีช่าง...เกื้อ

เรื่อง   ชีวิตวิถีช่าง...เกื้อ
โดย...ช่างแอร์ในตำนาน
“ชีวิตตามวิถีช่างแอร์...
กับเรื่องราวของวิถีชีวิตในชนบท...”
ตอนที่7 งานช้าง
เมื่อเกื้อเดินมาถึงห้อง เขาเห็นบอลยืนตากแอร์อยู่ น้ำหยดจากมุมใต้เครื่องฝั่งขวา เสียงดัง "ติ๋ง..ติ๋ง.." ต่อเนื่องไม่ขาดจังหวะ
เกื้ออดแซวไม่ได้
"พอดี ได้เสียงน้ำหยดกล่อมนอนสุมื่อเลยน่อ มึง" เขาหยอกเบา ๆ
บอลยิ้มแล้วหัวเราะชอบใจ
เกื้อพูดต่อไปตามประสาคนอารมดี
"มื่อแลงนี่ล้ะมันสิมิดมึงสินนอนบ่หลับแท้"
พูดจบ เกื้อก็หัวเราะขึ้นพร้อมกัน
จากนั้นเกื้อก็หันหลังปีนขึ้นบันไดที่ตั้งไว้หน้าแอร์อยู่แล้ว มือสองข้างจับมุมฝาด้านหน้าของแอร์ งัดขึ้นเบา ๆ พร้อมกัน ฝาแง้มเผยให้เห็นแผ่นฟิลเตอร์ของแอร์สองแผ่น มีฝุ่นเกาะเต็มแผ่น
เกื้อหยีตา พลางใช้สองมือพยายามหยิบออกมาพร้อมกันอย่างเบาที่สุด ไม่ให้ฝุ่นกระจาย จากนั้นก็ส่งให้บอลรับไปอย่างระมัดระวัง
บอลค่อย ๆ เดินไปทางหน้าต่างที่เปิดไว้ แล้วโยนเบา ๆ ออกไปนอกหน้าต่าง พอถึงพื้นโรงรถด้านนอก ฝุ่นกระจายฟุ้งเป็นวงกว้าง
เกื้อเห็นดังนั้น รีบพูดแบบดุ ๆ กับเพื่อน
"มึงวางค่อย ๆ ไว้หม่องนี่กะได้ดอก โยนไปจั่งซั่น มุ่นเบิ่ดพอดี"
เขาพูดพร้อมชี้มือลงไปที่ผ้าที่ปูไว้เพื่อวางอุปกรณ์ และบ่นเบา ๆ ตามมาว่า
"เปิดฝาแค่นี้มึงกะบ่เอ้ดน้อบอลล..."
จากนั้นเกื้อพูดเชิงสอนต่อ
"แค่มึงเปิดฝานี่" เขาพูดพร้อมชี้ไปที่ฝาหน้าของแอร์
"แร้วกะเอามันออกมาล้างแค่นี่ง่าย ๆ มึงกะต่อชีวิตมันไปได้อีกเป้นเดือนต่อการล้างเทื่อนึ่ง"
พูดจบ เกื้อส่ายหัวเบา ๆ
บอลยิ้มแห้ง ๆ พูดเบา ๆ ในลำคอ
"กะกุบ่รุบ่แมนช่าง"
เกื้อไม่สนใจเพื่อน หันมาดูแอร์ต่อ เขาหยิบโทรศัพท์ที่ห้อยอยู่กับกระเป๋าเข็มขัดข้างเอวขึ้นมา เปิดแฟลช แล้วก้มส่องเข้าไปตรงช่องระหว่างบานสวิงทั้งสองบาน
พอเห็นชัดกับตาแล้ว เกื้อคิดในใจ 'งานช้างแร้วกุ' จากนั้นปิดแฟลชเก็บลงที่เดิม
ก่อนที่เขาจะทำอะไรต่อไป เกื้อเห็นชมพู่เดินผ่านเคาน์เตอร์เข้ามาทางประตู เขามองอยู่ก่อนแล้ว แต่ยังไม่ได้พูดอะไร ชมพู่พูดขึ้นมาก่อน
"พู่ว่าสิเข้าไปชื้อแนวกินในตลาดบัวบาว มุอ้ายสิเอาหยังยุบ้" เธอถาม พร้อมมองหน้าทั้งสองคน
บอลตอบก่อน
"เอาแนวแช่บ ๆ นั่นล้ะ"
เขาพูดเหมือนหยอกเมีย ส่วนชมพู่ทำหน้าจริงจัง แสดงว่าไม่เล่นด้วย แล้วเธอเงยหน้าขึ้นมาถามเกื้อที่ยืนอยู่บนบันไดอีกครั้ง
"อ้ายเด่ สิเอาหยังเป้นพิเศษบ้อ"
เกื้อนิ่งคิดอยู่เล็กน้อย ก่อนตอบ
"เอาหยังกะเอามาอ้ายกินได้เบิ่ดนั่นละ"
แล้วชี้มือไปทางที่นิ่มกับลูกกำลังนั่งเล่นกันอยู่ พร้อมพูดต่อ
"พุ้น.. ไปถามนิ่มพุ่นว่าอยากกินหยังอ้ายบ่ยากดอก"
พูดจบเขาก็ไต่ลงจากบันได
แร้วก้มลงหิ้วถังสีที่เขาใช้รองน้ำจากการล้างแอรไปวางติดกับผนังตรงใต้แอร แร้วหยิบผ้าผืนนึ่งสีน้ำเงินเข้มขึ้นมาจากถัง
จากสายตาของบอลที่ยืนมองยุ เห้นเกื้อพยายามจับหาส่วนใดส่วนนึ่งที่เขาต้องการ ชึ่งบอลก้อไม่รุว่าเขาต้อการส่วนไหนของผ้า แต่เหมือนเขาจะได้ส่วนที่ต้องการแร้วเงยหน้าหันมาจับยัดไส่ไว้ระหว่างขั้นของบันได
แร้วเดินผ่านหน่าบอลไปเอื้อมมือๆหยิบรีโมทขึ้นมาจากช่องที่วางของมันหันกลับไปกดปิดทีนึ่ง เสียงดัง ปิ๊บบบบบ...  ยาวๆทีนึ่งแร้วหันมาวางรีโมทไว้ที่เดิม
และกดสวิสเบลกเก้อที่ยุข้างๆกันลง
หลังจากนั้นเขาก้อหยิบไขควงเช้คไฟที่แขนข้างซ้ายออกมาจิ้มเข้าไปที่รูของปั้กที่ยุข้างๆกันนั้นหลอดไฟเเอลอีดีสีส้มสว่างจ้าขึ้น เขาพยักหน้านิดนึ่ง จึ่งหันกลับมาปีนไปขึ้นบันไดอีกรอบ
และก่อนที่เขาจะทันได้ทำอะไรต่อ ก่อได้ยินเสียงรถกะบะดังข้างจากทางข้างบ้าน เขาหันไปมองนิดนึ่ง 'คงเป้นชมพู่จะขับรถหะบะไปชื้อกับข้าวที่ตลาดตามที่ได้มาบอกไว้ ' เกื้อคิดในใจ
และได้ยินเสียงนิ่มตะโกนมาจากทางประตูหน้าบ้านว่า
"อ้าย...นิ่มพาลุกไปตลาดนำชมพู่เด้อ"
เกื้อหันไปตะโกนตอบไปว่า "ไปกะไปตั้ว  เอาแพมเพิสกับนมติดไปนำแนล้ะ"เกื้อตอบ
นิ่มตอบกลับมาสั้นๆว่า "เค...เตรียมไว้แร้ว"
แร้วหันหลังกลับไปเปิดประตูรถที่ชมพู่ขับมาจอดรอยุก่อนแร้ว เขามองเห้นในจังหวะที่นิ่มเปิดประตูว่าลุกสาวนั่งรอยุก่อนบนเบาพข้างคนขับ คงเป้นชมพู่ที่อู้มไปขึ้นรถก่อนตั้งแต่แรกแร้ว
สักพักรถก้อค่อยๆเคลื่อนออกจากตรงหน่าประตูบ้านไป
จากนั้นเกื้อก้อหันหับมาหาเครื่องแอรอีกครี้งเขามองดูแอรที่ยังเปืดฝาด้านหน้าเครื่องค้างไว้ยุ เขามองสำรวจครู่นึ่งเหมือนได้ยินเสียงลมดังออกมาจากช่องของแอรเป้นเสียงลมที่ออกไม่สม่ำเสมอดัง "ฟืบบ..ฟืบบ.."  เป้นจังหวะแบบต่อเนื่องได้ยินชัดกว่าตอนยุข้างล่าง 'เสียงพัดลมหนัก'  เขาคิด
จากนั้นเอื้อมมือไปหยิบไขควงที่เเหน็บยุกระเป๋ากางเกงด้สนหลังของเขา เอื้อมมือไปด้านข้างเครื่อง ใช้ไขควงหมุนน็อตตัวเล็ก ฝาพลาสติกแง้มเปิดออก นำไขควงเช้คไฟจิ้มลงไปตรงช่องที่แง้มเปิดยุนั้น เงียบ ไม่มีไฟสว่างขึ้นเหมือนตอนที่จิ้มใส่ปลั้กไฟข้างประตู เขาพยักหน้าเบาๆอีกครั้ง  "โอเค" เกื้อพึมพำเบาๆ
จากนั้นจัดการขันน้อตสกรูใต้เครื่องสองตัว เก้บไขควงใส่กระเป๋าหางเกงที่เดิม
จากนั้นเขาจับตรงมุมด้านล่างของเครื่องงัดขึ้นด้านบนเบาๆพร้อมกัน "ป๊อก"
เสียงดังหนักครั้งเดียว กรอบที่เป้นโครงของแอรทั้งหมดก้อหลุดออกมา เกื้อหมุนตัวกลับมาเห้นบอลยืนรอรับยุแร้ว เลยส่งให้บอลรับไว้  แร้วพูดตามมาเบาๆ "อย่าโยนคือหว่างฮั่นเด้อ แตกมากุบ่รุนำเด้อ"  
บอลรับมาง่ายๆพร้อมพูดตามมาว่า
"เอ้อๆรุแร้วๆ"  เขาพูดแบบมีอารมนิดนึ่ง
จากนั้นค่อยๆว่างลงบนผ้าใบที่เกื้อปูไว้ก่อนแร้ว
จากนั้นเกื้อก้าวลงจากบันไดมาหนึ่งขั้น ก้มตัวเอื้อมหยิบผ้าผืนที่พาดค้างไว้กับขั้นบันไดก่อนหน้า
เขาขยับตัวกลับขึ้นไปยืนที่เดิมอีกครั้ง
มือทั้งสองข้างจับชายผ้าไว้แน่น แล้วเอื้อมอ้อมเข้าไปช้อนผ้าไว้ใต้เครื่องแอร์
ผ้าถูกดึงให้แผ่รองอยู่พอดีกับใต้ตัวเครื่อง
เกื้อปล่อยมือข้างขวา ปล่อยให้มือซ้ายยังประคองผ้าไว้ ก่อนล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อช็อป
หยิบคลิปหนีบกระดาษสีดำตัวเล็กออกมา
เขาเอื้อมขึ้นไปหนีบผ้าเข้ากับขอบเครื่องด้านมุมบนซ้าย
ปลายนิ้วกดคลิปแน่นเล็กน้อยให้มันล็อกอยู่กับที่
จากนั้นเกื้อใช้มือขวาจับชายผ้าอีกด้านไว้
ส่วนมือซ้ายล้วงเข้าไปในกระเป๋าช็อปด้านซ้าย หยิบคลิปอีกตัวออกมา
เขาเอื้อมขึ้นไปหนีบผ้าอีกฝั่งเข้ากับขอบเครื่องแบบเดียวกัน
ผ้าถูกขึงตึงอยู่ใต้เครื่องแอร์พอดี
ผ้าที่หนีบไว้ใต้เครื่องค่อย ๆ ทิ้งตัวลงมาเป็นทางยาว ปลายอีกด้านลากลงไปถึงถังที่วางรองอยู่ด้านล่าง
จากนั้นเกื้อก้มมองลงไปใต้เครื่อง เห็นคราบน้ำขังอยู่ในถาดรอง
เขาหยิบผ้าขึ้นมาคลุมรองไว้ก่อน มือซ้ายประคองไว้แน่น
ก่อนใช้มือขวาค่อย ๆ ปลดตัวล็อกของถาดออกทีละข้าง
ถาดน้ำทิ้งขยับหลวมลงเล็กน้อย
เขาหยุดนิดหนึ่ง แล้วค่อย ๆ ดึงออกมา
น้ำที่ค้างอยู่ด้านในกระเพื่อมเบา ๆ ตามแรงมือ
เกื้อเอียงถาดเล็กน้อย ระวังไม่ให้น้ำล้นออกมา
ก่อนจะยกมันออกจากตัวเครื่องทั้งชิ้น
เขาเทน้ำจากถาดนั้นลงในผ้าที่เขาคลุมเครื่องยุ น้ำไหลลงตามผ้า
เกื้อค่อย ๆ เอียงถาดน้ำในมือ เทน้ำที่ค้างอยู่ลงบนผ้าที่คลุมรองไว้ใต้เครื่อง
น้ำไหลตามผืนผ้าลงไปด้านล่าง ก่อนจะหยดลงถังที่วางรองอยู่พอดี
เขาสะบัดถาดเล็กน้อยให้หยดสุดท้ายไหลออกจนหมด ก่อนยกส่งให้บอล
บอลรับไปแล้ววางแยกไว้ข้าง ๆ กับกรอบโครงเครื่องที่ถอดมาก่อนหน้า
เกื้อชี้มือลงไปที่ผ้าสองผืนที่วางอยู่บนผ้าใบด้านล่าง
“หยิบผ้าผืนสีน้ำเงินสองผืนนั่นให้กุแหน่” เขาพูดเรียบ ๆ
บอลก้มลงหยิบ แล้วยื่นส่งขึ้นมาให้
เกื้อรับมาแล้ววางผืนเล็กไว้บนขั้นบันไดก่อน
จากนั้นหยิบอีกผืนขึ้นมาห่อคลุมตรงกล่องแผงวงจรของแอร์ไว้แน่น
แล้วใช้ผ้าอีกผืนยัดสอดเข้าไปด้านใน ระหว่างพัดลมกับแผงคอยล์
เกื้อหันกลับไปบอกบอลว่า “ส่งสายฉีดน้ำมาให้กุแหน่”
บอลไม่พูดอะไร รีบคว้าสายที่พาดไว้ตรงขอบหน้าต่างแล้วยื่นส่งให้ทันที
เกื้อรับมาแล้วพาดสายไว้กับคอ ปรับมือจับให้ถนัด ก่อนหมุนเปิดวาล์ว
เสียงน้ำพุ่งออกมาเบา ๆ “ซ่าา…” ต่อเนื่อง
เขายกหัวฉีดขึ้น แล้วค่อย ๆ ส่ายไปมาผ่านหน้าแผง
น้ำกระจายเป็นฝอยพรมลงทั่วพื้นผิว
จากนั้นเลื่อนมือฉีดไล่ไปด้านหลังแผงอีกฝั่ง
จังหวะยังคงสม่ำเสมอ ไม่ได้เร่งแรง
เขาฉีดวนไปมาแบบกวาดให้ทั่ว เหมือนแค่ไล่ฝุ่นออกก่อน
ยังไม่ใช่การล้างเอาให้สะอาดในครั้งเดียว
เกื้อฉีดน้ำพรมทิ้งไว้แค่ให้แผงเปียกทั่วก่อน
เขาหยุดมือ แล้วก้าวลงจากบันได
เดินออกไปทางหน้าต่าง ไปหยิบขวดฟ็อกซี่ที่ผสมน้ำยาไว้แล้วจากลังบนรถพ่วงข้าง
พอได้มา เขาก็หันกลับ เดินเข้ามาด้านในอีกครั้ง
เกื้อปีนขึ้นบันได กลับไปอยู่ตำแหน่งเดิม
ยกขวดขึ้นเล็งไปที่แผง แล้วกดฉีดเบา ๆ
น้ำยาพุ่งออกมาเป็นฝอยกระจาย เคลือบลงบนแผงทีละชั้น
เขาส่ายมือไล่ไปมาให้ทั่วทั้งด้านหน้า ก่อนก้มลงฉีดอัดเข้าไปด้านใน
น้ำยาซึมเข้าไปถึงพัดลมด้านหลัง
พอทั่วแล้ว เขาหยุดมือ แล้วค่อย ๆ ลงจากบันได
วางขวดไว้กับพื้นข้างตัว
จากนั้นหยิบสายน้ำ พาดส่งออกไปทางหน้าต่าง
เกื้อมองของที่ถอดวางไว้ข้าง ๆ ครู่หนึ่ง
ก่อนหยิบถาดน้ำทิ้งขึ้นมา วางซ้อนลงไปในกรอบโครงเครื่อง
แล้วจับยกขึ้นมาถือรวมกันทั้งสองมือ
และเดินออกไปด้านนอก โดยมีบอลเดินตามออกไปติดๆ
โฆษณา