12 เม.ย. เวลา 11:13 • ความคิดเห็น
หลายคนชอบถามว่า ต้องเล่าเรื่องแบบไหน คนถึงจะอยากอ่าน อยากกดไลก์ หรืออยากแชร์บทความของเรา
สำหรับผม คำตอบมันไม่ใช่เทคนิค ไม่ใช่สูตรสำเร็จ และไม่ใช่การพยายามวิ่งตามกระแสตลอดเวลา
ตลอดเวลา 1 เดือนกับอีก 4 วันที่ผมทำเพจ facebook และทำช่อง tiktok ผมไม่ได้เริ่มจากความคิดว่าจะต้องดัง จะต้องมีรายได้ หรือจะต้องมียอดวิวเท่าไร ผมเริ่มจากความรู้สึกอย่างเดียว คือผมอยากพูดในสิ่งที่หลายคนเห็น แต่ไม่มีใครกล้าพูด
ผมเชื่อว่า คนเราไม่ได้แชร์บทความเพราะมันเขียนเก่งที่สุด หรือถ่ายภาพสวยที่สุดเสมอไป หลายครั้งคนแชร์ เพราะเขารู้สึกว่า ในที่สุดก็มีใครสักคนพูดแทนสิ่งที่อยู่ในใจเขา
ผลงานของผมเองก็ไม่ได้สมบูรณ์แบบ ภาพไม่ได้ดีที่สุด เสียงพากย์ไม่ได้ดีที่สุด การตัดต่อไม่ได้ดีที่สุด แต่ทุกอย่างที่ผมทำ ผมทำด้วยใจ และผมใช้เวลากับมันอย่างไร้ขีดจำกัด
ผมอยากย้ำว่า การใช้เวลาอย่างไร้ขีดจำกัด ไม่ได้แปลว่าคุณต้องโพสต์ทุกวัน หรือปั่นเนื้อหาให้มากที่สุดจนไม่มีเวลาได้คิด เพราะโลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยคนที่รีบพูด แต่มีน้อยคนที่ยอมใช้เวลานานพอจะคิด
ตลอดเวลา 1 เดือนกับอีก 4 วัน ผมโพสต์ไปเพียง 12 คลิปเท่านั้น ทั้งใน Facebook และ TikTok ผมไม่ได้โพสต์ทุกวัน และผมไม่เคยคิดว่าการโพสต์ถี่คือคำตอบ
หลายครั้งผมทำคลิปเสร็จแล้ว แต่ก็ยังไม่โพสต์ ผมนั่งดูมันซ้ำหลายรอบ นั่งคิดว่าเราลืมอะไรไปไหม สิ่งที่เรากำลังพูดมันตรงกับความจริงที่ผู้คนกำลังรู้สึกอยู่หรือเปล่า มันพูดแทนสิ่งที่พวกเขาเก็บไว้ในใจได้จริงไหม
บางครั้งสิ่งที่ยากที่สุด ไม่ใช่การทำคลิปให้เสร็จ แต่คือการกล้าถามตัวเองว่า สิ่งที่เรากำลังจะพูดนั้น จริงพอหรือยัง
เพราะผมไม่ได้อยากโพสต์อะไรออกไปเพียงเพื่อให้มีโพสต์เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งชิ้น ผมอยากให้ทุกชิ้นที่ออกไป มีเหตุผลพอที่จะมีอยู่ และมีความจริงพอที่จะทำให้คนอ่านรู้สึกว่า สิ่งนี้พูดแทนเขาได้
บางคนโพสต์ทุกวัน แต่ไม่มีใครจำได้ บางคนพูดเพียงครั้งเดียว แต่คนทั้งสังคมจำได้
สิ่งที่ทำให้เรื่องหนึ่งถูกอ่าน ไม่ใช่ความถี่ แต่มันคือความจริงที่อยู่ข้างใน
ลองดูเพจของผมก็ได้ มีอยู่คลิปหนึ่งเพียงคลิปเดียวที่มียอดวิวพุ่งไป 7 แสนวิว ทั้งที่รูปแบบของมันไม่ได้ต่างจากคลิปอื่นมากนัก แต่สิ่งที่ต่างคือ เนื้อหาของมันไปแตะสิ่งที่คนจำนวนมากเก็บเอาไว้ในใจ
คนในสังคมนี้จำนวนมากไม่ได้ไม่รู้ พวกเขารู้ดีว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น รู้ดีว่าปัญหาอยู่ตรงไหน รู้ดีว่าอะไรไม่ยุติธรรม รู้ดีว่าอะไรถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้พวกเขาเงียบ
แต่ปัญหาคือ สังคมนี้สอนให้คนเก็บทุกอย่างไว้ข้างใน สอนให้ทน สอนให้เงียบ สอนให้ยิ้ม ทั้งที่ในใจไม่มีอะไรให้อยากยิ้มอีกแล้ว
ประเทศนี้เป็นประเทศที่คนจำนวนมากต้องแกล้งทำเป็นไม่เห็น ในสิ่งที่เห็นอยู่ทุกวัน ต้องแกล้งทำเป็นไม่รู้ ทั้งที่รู้อยู่เต็มอก และต้องแกล้งทำเป็นยอมรับ ทั้งที่ลึกลงไป พวกเขาไม่เคยยอมรับมันเลย
เพราะฉะนั้น เวลาที่มีใครสักคนพูดในสิ่งที่คนส่วนใหญ่คิดอยู่แล้ว แต่ไม่มีใครกล้าพูด คนจึงไม่ได้แค่กดไลก์ พวกเขากดไลก์เพื่อบอกว่า ผมก็คิดแบบนี้ พวกเขาแชร์เพื่อบอกว่า คุณไม่ได้อยู่คนเดียว
ยอดแชร์ที่พุ่งขึ้นหลายหมื่นครั้ง ไม่ได้แปลว่าคุณเก่งกว่าคนอื่นเสมอไป บางครั้งมันแปลเพียงว่า คุณบังเอิญไปเปิดประตูห้องมืดที่คนจำนวนมากถูกขังอยู่ข้างใน และเมื่อประตูนั้นเปิดออก คนเหล่านั้นก็พร้อมจะเดินออกมา
นี่คือเหตุผลว่าทำไม บทความหรือคลิปบางชิ้นจึงมีพลังมากกว่าชิ้นอื่น ทั้งที่ใช้ทุนไม่มาก ใช้อุปกรณ์ไม่ดี และไม่ได้ถูกสร้างขึ้นด้วยสูตรการตลาด
เพราะมนุษย์ไม่ได้โหยหาสิ่งที่สมบูรณ์แบบที่สุด มนุษย์โหยหาสิ่งที่จริงที่สุด
และในสังคมที่เต็มไปด้วยการเสแสร้ง การพูดความจริง แม้เพียงเล็กน้อย ก็กลายเป็นสิ่งที่ทรงพลังอย่างน่ากลัว
อย่าถามก่อนว่า คนจะชอบอะไร จงถามก่อนว่า มีเรื่องอะไรที่คนทั้งประเทศกำลังรู้สึกเหมือนกัน แต่ไม่มีใครกล้าพูด
เมื่อคุณหาเจอ คุณจะไม่ต้องวิ่งไล่คนอ่าน คนอ่านจะเดินมาหาคุณเอง
เพราะลึกที่สุดแล้ว คนเราไม่ได้อยากอ่านสิ่งที่สวยงามที่สุด คนเราอยากอ่านสิ่งที่ทำให้เขารู้สึกว่า มีใครบางคนมองเห็นความจริงเดียวกับที่เขาเห็นอยู่มาตลอด
โฆษณา