Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Is Life
•
ติดตาม
เมื่อวาน เวลา 01:00 • ข่าวรอบโลก
โลกรวน อาหารลด วาฬสีเทาจึงเปลี่ยนเส้นทางหากิน แต่กลับพบจุดจบอันน่าเศร้า
เมื่อย่างเข้าฤดูร้อน ฝูงวาฬสีเทาก็เริ่มออกเดินทางไกล พาตัวเองและฝูงกลับไปยังน่านน้ำอาร์กติก เพื่อกินอย่างหนัก สะสมพลังงานให้กับร่างกาย
ใช้ชีวิตอยู่ตรงนั้นสักระยะ จนอาร์กติกเริ่มกลายเป็นน้ำแข็ง จึงค่อยเริ่มเดินทางลงใต้
เป็นวัฏจักรชีวิตหมุนวนเช่นนั้นมาช้านาน จนไม่นานมานี้เรื่องราวได้เปลี่ยนแปลงไป
วาฬบางกลุ่มเบี่ยงหน้าหนีอาร์กติก ว่ายเวียนไปยังที่หมายใหม่ ซึ่งไม่ค่อยเป็นมิตรกับพวกมันมากนัก
เหตุของการเปลี่ยนเส้นทางมาจากสภาพอากาศที่ร้อนขึ้น และตามมาด้วยการล่มสลายแบบลูกโซ่ทางนิเวศของอาร์กติกทั้งระบบ
ในอดีต แผ่นน้ำแข็งที่ปกคลุมทะเลในเขตอาร์กติกจะมีสาหร่ายเล็กๆ เติบโตอยู่ เมื่อเวลาผ่านไป สาหร่ายเหล่านี้จะตายและค่อยๆ จมลงสู่ก้นทะเล กลายเป็นอาหารให้กับสิ่งมีชีวิตตัวเล็กในโคลน
เมื่อมีอาหารมาก พวกมันก็เพิ่มจำนวนขึ้น และเมื่อพวกมันมีมากพอ วาฬสีเทาก็จะมีอาหารเหลือเฟือให้กินตลอดฤดูร้อน
แต่ตอนนี้จังหวะนั้นเริ่มผิดเพี้ยนไป น้ำแข็งในอาร์กติกกำลังลดลงและละลายเร็วขึ้นทุกปี
เมื่อแผ่นน้ำแข็งหายไป สาหร่ายที่เคยเติบโตอยู่ใต้ผิวน้ำแข็งก็ลดลงตามไปด้วย
สิ่งที่เคยเป็นเหมือน ‘ฝนอาหาร’ ที่ตกลงสู่ก้นทะเลจึงค่อยๆ หายไป
เมื่ออาหารที่ตกลงมาน้อยลง สิ่งมีชีวิตเล็กๆ ก็เริ่มขาดแคลนอาหาร ทำให้จำนวนลดลง ตัวเล็กลง และให้พลังงานน้อยลง
เมื่อถึงจุดหนึ่ง พื้นทะเลที่เคยอุดมสมบูรณ์ก็กลายเป็นพื้นที่ที่วาฬต้องใช้เวลาและพลังงานมากขึ้นในการหาอาหาร แต่กลับได้อาหารน้อยลง
วาฬสีเทาไม่สามารถหยุดกินได้ เพราะช่วงฤดูร้อนคือเวลาสำคัญที่มันต้องสะสมพลังงานสำหรับทั้งปี รวมถึงการอพยพไกลนับหมื่นกิโลเมตรและการออกลูกในฤดูหนาว
แต่เมื่ออาหารลดลง สิ่งที่เกิดขึ้น คือการใช้พลังงานมากขึ้นแต่ได้พลังงานน้อยลง
จากข้อมูลขององค์การบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติ (NOAA) ประชากรวาฬลดลงมากกว่าครึ่งหนึ่งตั้งแต่ปี 2016 และการพบเห็นลูกวาฬก็หายากขึ้น
และเราเริ่มเห็นพฤติกรรมของวาฬสีเทาเปลี่ยนไปจากเดิม และเริ่มโผล่มาปรากฎโฉมในอ่าวซานฟรานซิสโกบ่อยขึ้น
เดิมทีอ่าวซานฟรานซิสโกไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางการอพยพของวาฬสีเทา แต่สถานการณ์เริ่มเปลี่ยนไปในปี 2018 เมื่อวาฬเริ่มปรากฏตัวในบริเวณนั้นบ่อยขึ้น
ตอนแรกนักวิทยาศาสตร์คาดว่าอาจเป็นการผลัดหลง หรือเป็นการแวะเวียนเปลี่ยนเส้นทางชั่วคราว
แต่พอได้ตรวจสอบอย่างละเอียดก็พบทั้งความถี่และจำนวนที่ไม่น่าใช่เหตุบังเอิญ
จากข้อมูลปัจจุบัน พบวาฬสีเทาเข้ามาป้วนเปี้ยนบริเวณอ่าวซานฟรานซิสโกมากถึง 114 ตัว นับตั้งแต่ปี 2018 - 2025 ในช่วงเวลาที่วาฬควรต้องปาร์ตี้บุฟเฟต์อยู่ที่อาร์กติก
นักวิทยาศาสตร์ที่ติดตามความเปลี่ยนแปลงอันไม่ปกตินี้ตั้งสมมติฐานว่า อ่าวซานฟรานซิสโกอาจเป็นแหล่งอาหารชั่วคาวของวาฬบางตัวที่ป่วยหรือมีลักษณะผิดปกติ อันเป็นผลกระทบมาจากสารอาหารที่ได้น้อยลง
เรื่องนี้มีหลักฐานชัดจากการบันทึกภาพวาฬในแถบนี้ ล้วนแต่มีสภาพผอมโซ จึงคาดว่าไม่อาจเดินทางไกลได้ไหว
ทว่าแหล่งพักพิงฉุกเฉินกลับเป็นจุดเริ่มต้นของหายนะใหม่
จาก 114 ตัวที่บันทึกได้ มีรายงานการจากไปสูงถึง 70 ตัว
ในจำนวนนั้น 30 ตัวได้รับการยืนยันว่าถูกเรือชน ส่วนวาฬที่เหลือที่สามารถระบุสาเหตุการตายได้นั้น หลายตัวบ่งบอกว่าตกอยู่ในสภาพขาดสารอาหาร
และเป็นไปได้ว่าวาฬที่อ่อนแออาจหลบหลีกเรือที่เข้ามาได้ยากขึ้น
โดยพื้นที่อ่าวซานฟรานซิสโกเป็นหนึ่งในสถานที่ที่การสัญจนทางน้ำมีความพลุกพล่าน มีทั้งเรือขนส่งสินค้า และเรือข้ามฝากแล่นอยู่
หลังจากนี้จึงต้องมีมาตรการเร่งด่วนในการจัดการระดับพื้นที่ อย่างเช่น การจำกัดความเร็วของเรือในอ่าว
หากไม่มีการเปลี่ยนแปลง คงไม่พ้นการได้เสพข่าววาฬเกยตื้นรายสัปดาห์
ปัจจุบันเราสามารถวาฬสีเทาพบได้เป็นประจำเฉพาะในมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือ โดยมีประชากรที่ยังคงหลงเหลืออยู่สองกลุ่ม
กลุ่มหนึ่งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือฝั่งตะวันออก และอีกกลุ่มหนึ่งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือฝั่งตะวันตก
วาฬสีเทาได้รับฉายาว่า ‘ปลาปีศาจ’ เนื่องจากมีปฏิกิริยาก้าวร้าวเมื่อถูกแทงด้วยฉมวก
การล่าปลาวาฬเชิงพาณิชย์ทำให้ประชากรวาฬในมหาสมุทรแปซิฟิกทั้งสองกลุ่มใกล้สูญพันธุ์อย่างรวดเร็ว
จนมาตรการอนุรักษ์ระหว่างประเทศถูกนำมาใช้ในช่วงทศวรรษ 1930 และ 1940 เพื่อปกป้องวาฬจากการถูกล่ามากเกินไป
และในช่วงกลางทศวรรษ 1980 คณะกรรมการการล่าปลาวาฬระหว่างประเทศได้ประกาศระงับการล่าปลาวาฬเชิงพาณิชย์ชั่วคราว
ประชากรจึงเริ่มฟื้นฟูใหม่
แต่ก็ต้องมาพบวิกฤตใหม่ในปัจจุบัน
ศึกษาข้อมูลงานวิจัยที่ Gray whales (Eschrichtius robustus) in San Francisco Bay experience high mortality and have limited affiliation to known foraging groups
https://www.frontiersin.org/journals/marine-science/articles/10.3389/fmars.2026.1775666/full?utm_source=F-NTF&utm_medium=EMLX&utm_campaign=PRD_FEOPS_20170000_ARTICLE
แหล่งอ้างอิงเพิ่มเติม
https://www.fisheries.noaa.gov/species/gray-whale
ข่าวรอบโลก
เรื่องเล่า
ความรู้รอบตัว
บันทึก
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย