11 พ.ค. เวลา 02:00 • ข่าวรอบโลก

🗃️ พ่อที่รัก - คำสารภาพหลังความตาย (Father's Love - A Confession After Death)

ตอนที่ 3 : บ่าย 3 โมง (Three in the Afternoon)
🇸🇬 ประเทศ: สาธารณรัฐสิงคโปร์
🏛️ ศาล: Court of Appeal of the Republic of Singapore
📂 เลขคดี: Criminal Appeal No 5, 19 และ 23 of 2022 (รวม 3 สำนวน)
🧑‍⚖️ วันที่พิพากษา: 1 กรกฎาคม 2567 (2024)
👤 ตัวละครในตอนนี้ (นามสมมติ)
👨🏻‍🦰 ฮาซิก บิน ราชดาน (Haziq bin Rashdan)
พ่อเลี้ยงของ "นูร์ ไอชะห์" และเป็น "จำเลย" หลักในคดีนี้ เขาเป็นชายร่างใหญ่ทำงานก่อสร้าง ในตอนนี้เราจะได้เห็นอีกด้านหนึ่งของเขาอย่างชัดเจนที่สุด นั่นคือความโกรธที่ไม่มีเบรก และการกระทำที่เขายอมรับเองในภายหลังว่าเกิดขึ้นจริง แม้จะยืนกรานตลอดมาว่าเขาไม่ได้ตั้งใจ ฉากในตอนนี้คือสิ่งที่ "ฮาซิก" ยอมรับต่อศาลว่าทำจริง คือการผลักและการเตะ แต่เขาปฏิเสธเจตนา และนั่นคือหัวใจของคดีทั้งหมด
🧒🏻 นูร์ ไอชะห์ (Nur Aisyah)
เด็กหญิงวัย 4 ขวบเศษ บุตรสาวของ "ซาเฟีย" จากความสัมพันธ์ครั้งก่อน เธอมีน้ำหนักตัวน้อยกว่าเกณฑ์ปกติสำหรับเด็กวัยเดียวกัน ร่างกายบอบบาง ไม่สามารถต่อต้านแรงของผู้ใหญ่ได้ ในตอนนี้เธอคือจุดศูนย์กลางของทุกอย่าง แม้จะไม่มีเสียง แม้จะไม่มีคำพูด แต่ร่างกายของเธอจะบันทึกทุกสิ่งที่เกิดขึ้นไว้อย่างครบถ้วน
🧕🏻 ซาเฟีย บินเต ยูซอฟ (Syafia binte Yusof)
แม่ของ "นูร์ ไอชะห์" และภรรยาของ "ฮาซิก" เธอไม่ได้อยู่ในฉากของเหตุการณ์โดยตรง แต่การที่เธอไม่อยู่นั้นเองคือส่วนหนึ่งของภาพที่ซีรีส์ต้องการสื่อ เธอคือพยานในคดีนี้ในภายหลัง และคำให้การของเธอเกี่ยวกับสิ่งที่เห็นในวันนั้นจะมีความสำคัญต่อการพิจารณาคดี
👦🏻👦🏻 เราฟ์ และ ริดวาน (Rauf และ Ridhwan)
ลูกแฝดชายวัย 1 ขวบ 9 เดือน บุตรแท้ๆ ของ "ฮาซิก" และ "ซาเฟีย" พวกเขาอยู่ในบ้านในวันนั้น ในห้องข้างๆ ใกล้พอที่จะได้ยินเสียง แต่ยังเล็กเกินกว่าจะเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น และเล็กเกินกว่าจะเป็นพยานได้ การปรากฏตัวของพวกเขาในฉากนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะในภายหลัง ทนาย "จำเลย" จะพยายามโยงการที่แฝดกระโดดเล่นกับพี่สาวเป็นส่วนหนึ่งของ "สาเหตุอื่น" ของบาดแผล
🌤️ บ่ายที่เงียบจนน่ากลัว
บ่ายวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2561 แดดยังส่องสว่างอยู่นอกหน้าต่าง เสียงรถยนต์และเสียงชีวิตของเมืองสิงคโปร์ยังดังอยู่เบาๆ จากข้างล่าง
ในห้องพักชั้น 14 ลูกแฝดงีบหลับในห้องข้างๆ "ซาเฟีย" ทำธุระส่วนตัวอยู่ที่อื่นในบ้าน และ "ฮาซิก" นั่งอยู่ในห้องหลัก
เวลาประมาณบ่าย 3 โมง "นูร์ ไอชะห์" ค่อยๆ เดินออกมาจากห้องน้ำ เธอเดินเงียบๆ เหมือนที่เธอทำอยู่เสมอ ก้าวเล็กๆ ของเด็กตัวเล็กที่เคยชินกับการระมัดระวังตัวเองในบ้านหลังนี้
แต่ก่อนที่เธอจะเดินออกไปได้ไกล "ฮาซิก" ก็ลุกขึ้นและเดินเข้าไปในห้องน้ำ สายตาเขากวาดลงไปที่พื้น และเขาก็พบสิ่งที่เขาไม่ต้องการเห็นอีกครั้ง พื้นหน้าโถส้วมเปียก มีน้ำปัสสาวะขังอยู่บนพื้นกระเบื้อง เหมือนกับเช้าวันเดียวกัน เหมือนกับที่เขาคิดว่าเขาสอนเธอไปแล้วเมื่อตอนเช้า
ในสายตาของ "ฮาซิก" นี่คือการดื้อรั้น นี่คือการท้าทาย และนี่คือสิ่งที่เขาจะไม่ยอมรับ
😶 เมื่อเธอเลือกที่จะไม่ตอบ
"ฮาซิก" เดินออกมาจากห้องน้ำ เรียกชื่อ "นูร์ ไอชะห์" ให้มาหา เด็กหญิงเดินมาหาเขาด้วยก้าวช้าๆ เขาถามเธอว่าทำไมถึงปัสสาวะบนพื้นอีก เธอเงียบ ไม่ตอบ ไม่ชี้แจง ไม่ร้องไห้ เธอแค่ยืนและมองเขาด้วยดวงตาที่เด็กวัย 4 ขวบมักมองผู้ใหญ่ในยามที่ไม่รู้ว่าจะพูดอะไร
ความเงียบของเธออาจมาจากความกลัว อาจมาจากการที่เธอไม่รู้ว่าจะอธิบายอย่างไร หรืออาจเป็นเพราะเธอรู้ดีแล้วว่าไม่ว่าเธอจะพูดอะไร ผลลัพธ์ก็จะออกมาเหมือนเดิม
ความเงียบของเด็กหญิงวัย 4 ขวบในวันนั้น ถูกบันทึกไว้ในบันทึกการสอบสวนและในคำให้การต่างๆ ว่าเธอ "ไม่ตอบ" และนั่นคือสิ่งที่จุดชนวนให้ความโกรธของ "ฮาซิก" พุ่งขึ้นถึงขีดสูงสุด
💥 ฉากที่ไม่มีใครโต้แย้ง
สิ่งที่เกิดขึ้นต่อจากนั้นคือส่วนของเรื่องที่ "ฮาซิก" ยอมรับเองในการสอบสวนและในศาล
เขาผลัก "นูร์ ไอชะห์" ที่ไหล่ซ้าย แรงพอที่เธอเสียหลักและล้มลงนอนราบกับพื้น ร่างเล็กๆ ของเธอกระแทกพื้นกระเบื้องในห้องน้ำ เธอนอนอยู่บนพื้นตะแคงข้าง และขณะที่เธอยังนอนอยู่อย่างนั้น "ฮาซิก" ใช้ขาขวาเตะเข้าที่หน้าท้องของเธอด้วยเท้าเปล่า 1 ครั้ง และอีกครั้ง รวม 2 ครั้ง
ในคำให้การของเขาเองต่อตำรวจในวันถัดมา เขาบอกว่า "ผมใช้ขาขวาเตะท้องเธอ 2 ครั้ง และเหตุที่ผมเล็งที่ท้องเพราะเธอมีปัญหาเรื่องการขับถ่ายมาตลอด ผมอยากสั่งสอนเธอ"
คำว่า "เล็ง" ในประโยคนั้นจะกลายเป็นหนึ่งในคำที่สำคัญที่สุดในคดีทั้งหมด
🎥 สิ่งที่กล้องบันทึกแทนคำพูด
ซีรีส์นำเสนอฉากนี้ด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่ง ไม่ใช่เพื่อปกป้องผู้กระทำ แต่เพื่อให้ความรุนแรงนั้นกระแทกใจผู้ชมในแบบที่ถูกต้องและทรงพลังที่สุด
กล้องไม่ได้อยู่ใกล้เกินไปจนโหดเหี้ยม แต่อยู่ไกลพอที่จะเห็นภาพรวมทั้งหมด เห็นขนาดของ "ฮาซิก" เทียบกับร่างเล็กๆ ของ "ไอชะห์" เห็นระยะห่างที่แทบไม่มีในห้องน้ำแคบๆ เห็นว่าในพื้นที่จำกัดขนาดนั้น การที่เท้าของชายร่างใหญ่จะไปลงที่ท้องเด็กหญิงตัวเล็ก 2 ครั้งโดยบังเอิญนั้น เป็นเรื่องที่ยากจะเชื่อ
กล้องตัดสลับไปยังห้องข้างๆ ที่ลูกแฝด "เราฟ์และริดวาน" เพิ่งตื่นจากงีบหลับและเริ่มส่งเสียงร้อง เสียงของพวกเขาดังขึ้นในจังหวะที่ทุกอย่างเกิดขึ้นในห้องน้ำ ราวกับธรรมชาติพยายามจะส่งสัญญาณบางอย่างแต่ไม่มีใครได้ยิน
🤲 หลังการเตะ สิ่งที่เขาทำต่อ
เมื่อเตะเสร็จ "ฮาซิก" ก้มลงอุ้ม "นูร์ ไอชะห์" ขึ้นมา และวางบนโถส้วม จากนั้นเขาใช้มือแตะที่หน้าท้องของเธออีกหลายครั้ง
คราวนี้ซีรีส์ให้กล้องอยู่ในมุมที่ผู้ชมเห็นชัดว่าสิ่งที่เขาเรียกว่า "แตะเบาๆ" นั้นมีหน้าตาอย่างไร มือของเขาไม่ได้เปิดแบน ไม่ได้โอบอุ้ม ไม่ได้เป็นการสัมผัสที่อ่อนโยน
แต่มันคือแรงที่มาจากข้อนิ้ว มาจากมือที่กึ่งกำ มาจากชายที่ยังโกรธอยู่และยังไม่หายโกรธ เด็กหญิงนั่งนิ่งบนโถส้วม ไม่ร้องไห้ดังๆ ไม่ดิ้นรน เธอแค่รับทุกอย่างไว้ด้วยร่างกายที่เล็กเกินกว่าจะต้านทานได้
"ฮาซิก" ทำเสร็จ เดินออกจากห้องน้ำ ปิดประตูทิ้งเธอไว้ข้างใน แล้วชีวิตในบ้านหลังนั้นก็ดำเนินต่อไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
⚖️ ยอมรับการกระทำ แต่ปฏิเสธเจตนา
นี่คือจุดที่ทำให้คดีนี้ซับซ้อนและน่าสนใจในทางกฎหมาย "ฮาซิก" ไม่ได้ปฏิเสธว่าเขาเตะ เขายอมรับว่าเขาผลัก เขายอมรับว่าเขาเตะท้องเธอ 2 ครั้ง เขายอมรับว่าเขาใช้แรงกับเธออีกครั้งบนโถส้วม
แต่สิ่งที่เขาปฏิเสธตลอดมาคือ เจตนา เขาบอกว่าเขาไม่ได้ตั้งใจจะทำให้เธอบาดเจ็บสาหัส เขาแค่โกรธและ "ทำไปโดยสัญชาตญาณ" เขาไม่ได้คิดว่าการเตะ 2 ครั้งในห้องน้ำจะนำไปสู่เลือดออกในช่องท้อง เขาไม่รู้ว่ามันจะรุนแรงขนาดนั้น
ในกฎหมายอาญา การโต้แย้งเรื่องเจตนานี้เป็นเรื่องที่ศาลต้องพิจารณาอย่างละเอียด เพราะความแตกต่างระหว่างการ "ตั้งใจทำร้าย" กับ "ตั้งใจทำให้เจ็บปวดโดยไม่รู้ว่าจะรุนแรงแค่ไหน" อาจเป็นเส้นแบ่งระหว่างข้อหาฆาตกรรมและข้อหาที่เบากว่า
🌙 คืนที่ความจริงเริ่มปรากฏ
หลังจากเหตุการณ์บ่าย 3 โมง "ฮาซิก" ทาครีมให้ "ไอชะห์" ในตอนเย็น เขาถามเธอว่าเจ็บตรงไหน เธอชี้บริเวณหน้าท้อง นั่นคือครั้งแรกที่เขารู้ว่าการเตะของเขาไปลงที่ท้อง แต่เขาไม่ได้พาเธอไปหาหมอ ไม่ได้โทรเรียกรถพยาบาล
ชีวิตในบ้านดำเนินต่อไป มีอาหารเย็น มีเสียงเด็ก มีกิจวัตรยามค่ำคืน ภายนอกทุกอย่างดูปกติ แต่ภายในร่างกายเล็กๆ ของ "นูร์ ไอชะห์" บางสิ่งกำลังเกิดขึ้นที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า
เลือดกำลังซึมออกจากบาดแผลภายในอย่างช้าๆ และเธอยังไม่รู้ และเขาก็ไม่รู้ หรือบางทีเขาเลือกที่จะไม่รู้
⏭️ สู่ตอนถัดไป
คืนนั้น "นูร์ ไอชะห์" จะเริ่มอาเจียน ครั้งแรก ครั้งที่ 2 และต่อเนื่องไปจนถึงดึก เธออาเจียนซ้ำๆ ในขณะที่ทุกคนในบ้านบอกกันว่าน่าจะเป็นอาหารไม่ย่อย และในขณะที่ลูกแฝดคลานเข้ามาเล่นกับพี่สาว นั่งทับบ้าง กระโดดบ้าง โดยไม่รู้ว่าร่างกายข้างในของเธอนั้นบอบช้ำแล้ว
และในตอนถัดไป เราจะได้เห็นคืนที่ยาวนานและทรมานนั้นผ่านสายตาของทุกคนในบ้าน และจะได้เข้าใจว่าทำไมสิ่งที่เกิดขึ้นในคืนนั้น ไม่ว่าจะเป็นการอาเจียน หรือการที่แฝดกระโดดทับ จึงกลายเป็นประเด็นที่ทนาย "จำเลย" จะหยิบขึ้นมาต่อสู้ในชั้นศาลว่าอาจเป็น "สาเหตุอื่น" ของบาดแผล และศาลจะตอบสนองต่อข้อต่อสู้นั้นอย่างไร
โฆษณา