16 เม.ย. เวลา 10:15 • ท่องเที่ยว

บันทึกการเดินทางของหมอกีฬา OHSU USA Chapter 1: The journey begins

วันที่ 24 กันยายน 2025
วันนี้เป็นวันที่การเดินทางครั้งสำคัญเริ่มต้นขึ้น
พวกเราสี่คน ในนามตัวแทนจาก โรงพยาบาลกรุงเทพสำนักงานใหญ่
ประกอบด้วยผมเอง หมอเชษฐ์ 
น้อง ๆ อีกสองคนคือ หมอบิ๊ก และ หมอปิง 
พร้อมด้วยนักกายภาพบำบัดคนสำคัญของทีมเรา พี่ปิง
เป้าหมายของพวกเราคือเมือง พอร์ตแลนด์ รัฐโอเรกอน ประเทศสหรัฐอเมริกา

เพื่อไปศึกษาและแลกเปลี่ยนความรู้ด้าน 
Sports Rehabilitation และ Post-Operative Orthopedics Surgery Rehabilitation 
ที่ Oregon Health & Science University (OHSU) Hospital
คณะเดินทาง
เราออกเดินทางจาก สนามบินสุวรรณภูมิ ด้วยสายการบิน 
STARLUX Airlines สายการบินพรีเมียมจากไต้หวัน 
เที่ยวบินขาออก 24 กันยายน 2025 เวลา 13:10 น.
เรื่องบังเอิญที่ทำให้การเดินทางมีสีสัน
ระหว่างรอขึ้นเครื่องที่สุวรรณภูมิ 
เราได้พบกับ แป้น–ปิยะนุช แป้นน้อย 
และ ชมพู่–พรพรรณ เกิดปราชญ์ 
นักกีฬาวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย
สองคนนี้กำลังจะเดินทางไป เล่นวอลเลย์บอลอาชีพในลีกสหรัฐอเมริกา

และที่น่าประหลาดใจก็คือ… 
พวกเธอจะเดินทางไป เส้นทางเดียวกับพวกเราจนถึงพอร์ตแลนด์ 
โดยที่ไม่ได้นัดหมายกันมาก่อนเลย
โลกกลมจริง ๆ ครับ 
และความบังเอิญเล็ก ๆ แบบนี้ 
ทำให้การเดินทางครั้งนี้อบอุ่นขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ
การเดินทางสู่ไต้หวัน
พวกเรานั่ง Premium Economy 
ซึ่งต้องบอกว่าเป็นที่นั่งที่ดีมาก 
STARLUX มีธีม Snoopy 
ตั้งแต่บัตรโดยสาร หน้าจอบนเครื่อง ไปจนถึงรายละเอียดเล็ก ๆ 
น่ารักไปหมด เห็นแล้วอดยิ้มไม่ได้
เครื่องออกตรงเวลา 13:10 น. 
ใช้เวลาบินประมาณ 4 ชั่วโมง 
มาถึง สนามบินเถาหยวน ประเทศไต้หวัน 
ราว 18:00 น. (เวลาไต้หวัน)
STARLUX Snoopy
เรื่องขำ ๆ ระหว่าง Transit
เรามีเวลาเปลี่ยนเครื่องประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง 
แต่ดันเกิดเรื่องขำขันเล็ก ๆ ขึ้น
ระหว่างเดินหา Gate สำหรับเที่ยวบินถัดไป 
พวกเราดันเดินหลง ไปเข้าคิว สแกนกระเป๋าและโผล่ไป ตรวจคนเข้าเมืองไต้หวัน ซะอย่างนั้น
เดินไปได้สักพัก เห็นป้าย “Welcome to Taiwan” 
ถึงกับต้องหันมามองหน้ากันแล้วหัวเราะ
รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ว่า 
“พวกเราหลงทางครับ กำลังจะไปอเมริกา” 
เจ้าหน้าที่ก็ยิ้ม ๆ แล้วช่วยแนะนำทางให้ 
ปรากฏว่าป้าย Transit ดันซ่อนมุมอยู่พอดี 
มองผ่านไปเฉยเลย
สุดท้ายก็เดินตาม ป้ายสีเขียว 
จนเจอ Gate ที่ถูกต้องในที่สุด
ชาไข่มุกกับบทสนทนาฆ่าเวลา
หลังจากนั้นก็หาอะไรทานเบา ๆ 
พอเดินเข้าไปในร้าน 
ก็เจอสองสาว ชมพู่กับแป้น นั่งอยู่ก่อนแล้ว
มีคนแนะนำให้ลอง 
ชาไข่มุกเผือกเจ้าดังของไต้หวัน 
เลยลองดู…อร่อยมากครับ 
แม้ส่วนตัวผมจะไม่ค่อยชอบไข่มุกเท่าไหร่ 
เพราะกลัวมันหลุดเข้าคอ
เรานั่งคุยกันเรื่อย ๆ 
แลกเปลี่ยนเรื่องการเดินทาง เรื่องกีฬา 
จนถึงเวลาขึ้นเครื่องราว 20:30 น.
ไทเป → ซีแอตเทิล
จากจุดนี้ไปคือการเดินทางยาว 
ประมาณ 13 ชั่วโมง 
มุ่งหน้าสู่ เมืองซีแอตเทิล รัฐวอชิงตัน
หลังขึ้นเครื่องได้ประมาณหนึ่งชั่วโมง 
ก็เริ่มเสิร์ฟอาหาร 
พอทานเสร็จ ผมก็ควัก ยานอนหลับ ออกมา 
แล้วหลับยาวทันที
ไม่รู้ว่าผ่านไปกี่ชั่วโมง 
รู้ตัวอีกทีก็ตอนถูกปลุก 
เพื่อเสิร์ฟอาหารก่อนถึงที่หมาย
ถือเป็นเทคนิคส่วนตัวที่ได้ผลดีมาก 
สำหรับการเดินทางไกลแบบนี้ 
“หลับให้ได้” ช่วยประหยัดพลังงานไปเยอะจริง ๆ
ซีแอตเทิล: ด่านแรกของอเมริกา
เราเดินทางถึง สนามบินซีแอตเทิล 
เวลาประมาณ 16:00 น. ของวันที่ 24 กันยายน 2025
มีเวลาต่อเครื่องอีกประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง
สนามบินใหญ่มาก 
ต้องนั่งรถไฟภายในสนามบินไปยังโซนตรวจคนเข้าเมือง 
พอรับกระเป๋าแล้ว 
ก็เข้าสู่กระบวนการ Immigration ของสหรัฐอเมริกา
ทีละคน…
ทั้งที่ยังมึน ๆ เจ็ตแล็กอยู่ 
แต่ก็พยายามตอบคำถามให้ชัดเจน
คำถามก็เป็นมาตรฐาน 
– มาทำอะไรในอเมริกา → มาดูงานที่ OHSU Hospital 
– มีหนังสือเชิญไหม → ยื่นให้พร้อมชี้ชื่อตัวเอง 
– ใครออกค่าใช้จ่าย 
– พักที่ไหน 
– นำเงินสดมาเท่าไหร่ → 600 ดอลลาร์ และมีบัตรเครดิต 
– นำอาหารเข้าประเทศไหม → ไม่มีครับ
ผ่านไปได้ด้วยดีครับ โล่งใจมาก
ต่อเครื่องภายในประเทศ: Seattle → Portland
หลังจากนั้นต้องเอากระเป๋าไปโหลดใหม่ 
กับสายการบิน Alaska Airlines 
แล้วผ่าน Security อีกครั้ง
ด้วยความมึนงง 
โดนตรวจละเอียดเป็นพิเศษ 
กว่าจะเสร็จ เหลือเวลาไม่ถึงชั่วโมงก่อนเครื่องออก
ยังต้องขึ้นรถไฟไปอีกเกือบ 20 นาที 
เรียกได้ว่า วิ่งกันจริงจัง 
พอถึง Gate ก็เริ่ม Boarding พอดี
เจ้าหน้าที่ช่วยออก Boarding Pass ใหม่ให้ 
รอไม่นานก็ได้ขึ้นเครื่อง
เที่ยวบินภายในประเทศนี้ 
ใช้เวลาบินแค่ ประมาณ 45 นาที
ถึง Seattle
ถึงพอร์ตแลนด์…ในที่สุด
เรามาถึง สนามบินพอร์ตแลนด์ 
เวลาประมาณ 19:10 น. 
ตรงตามตารางการบินเป๊ะ ๆ
จากนั้นรับกระเป๋า 
แล้วไปทำเรื่อง เช่ารถ 
กระบวนการค่อนข้างใช้เวลา 
กว่าจะหาบริษัทเช่ารถ เจรจา เซ็นเอกสาร 
และไปเลือกคันรถที่ลานจอด
รถที่จองไว้ (Hyundai Santa Fe) หมด 
เลยได้ รถแวน Daimler Chrysler Pacifica แทน 
ซึ่งกว้างขวางมาก 
ใส่กระเป๋าใหญ่ 4 ใบ 
กระเป๋า carry-on อีก 4 ใบ 
นั่งสบาย เหลือที่อีกพอสมควร
หมอบิ๊ก นราธร 
รับบทเป็นคนขับและหัวหน้าทัวร์ในทริปนี้
กระเป๋าใหญ่ 4 ใบ 
กระเป๋า carry-on อีก 4 ใบ
ขับรถกลางคืนในอเมริกา
ต้องทำความคุ้นเคยหลายอย่าง 
– ระบบเกียร์เป็น ปุ่มหมุนไม่มีคันเกียร์ 
– การเติมน้ำมัน 
– ชนิดน้ำมัน 
– การขับรถชิดขวา พวงมาลัยซ้าย
ตอนนั้นเวลาประมาณสี่ทุ่มกว่า 
มืดมาก และทุกคนยังเจ็ตแล็ก 
ต้องช่วยกันดูทางตลอด
ก่อนออกจากสนามบิน 
คุณลุงเจ้าหน้าที่ปล่อยรถ 
เห็นพวกเรามึน ๆ เลยลงมาแนะนำหลายอย่าง 
พอรู้ว่าเรามาจากประเทศไทย 
แกเล่าว่าเคยไปเที่ยวเมืองไทย ชอบมาก 
และอยากกลับไปอีก
คำพูดเล็ก ๆ แบบนี้ 
ทำให้รู้สึกอบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก
คืนแรกใกล้ภูเขา Mt. Hood
เราขับรถต่ออีกประมาณ 70ไมล์
ใช้เวลาขับรถประมาณ 1.5 ชั่วโมง
เป็นการเดินทางจากเมืองเข้าสู่ป่าและภูเขา Mount Hood อย่างแท้จริง
มุ่งหน้าไปยังที่พัก 
ซึ่งอยู่ในป่า ใกล้ภูเขา Mount Hood
รร. ชื่อ Best Western Mt. Hood Inn
ตัวโรงแรมตั้งอยู่ที่ Government Camp บนเส้นทางขึ้น Mount Hood
ถึงโรงแรมราว เที่ยงคืน 
จองเป็นห้องเชื่อมกัน 2 ห้อง 
ห้องพักดีมาก อบอุ่น สะอาด
แต่…อากาศหนาวกว่าที่คิด 
จากที่ดูข้อมูลว่า Portland ประมาณ 15–20 องศา 
พอมาอยู่ใกล้ภูเขา 
อุณหภูมิลดเหลือประมาณ 10 องศาเซลเซียส 
และตอนดึกอาจลงถึงเลขตัวเดียวได้
โอ้…คืนแรกในโอเรกอน 
หนาวแต่ใจอุ่นครับ
พอแค่นี้ก่อนนะครับ 
ขอพักผ่อนก่อน 
ราตรีสวัสดิ์
Best Western Mt. Hood Inn
โฆษณา