22 เม.ย. เวลา 01:19 • กีฬา

เมื่อการโกงกีฬามาจากการแก้ขนาดเป้ากางเกง

ในกีฬาที่ตัดสินด้วยเซนติเมตร ทุกอย่างที่เพิ่มระยะการบินได้สักนิดมีค่ามหาศาล สกีจัมพ์คือกีฬาที่ผู้ชนะกับผู้แพ้ห่างกันแค่เศษเสี้ยวของเมตร เหรียญทองโอลิมปิกหลายครั้งห่างจากเหรียญเงินไม่ถึงหนึ่งเมตรในระยะรวม
วันที่ 15 มีนาคม 2025 ที่เมือง Trondheim ของนอร์เวย์ การแข่งขันชิงแชมป์โลก Nordic กำลังดำเนินไป เป็นการแข่งขันบนสนามเหย้าของประเทศที่สร้างกีฬาสกีจัมพ์ขึ้นมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 19
ในห้องเตรียมตัวของทีมนอร์เวย์ Adrian Livelten ช่างเทคนิคชุดของทีม นั่งโน้มตัวลงกับจักรเย็บผ้า กำลังเย็บแก้ชุดของ Marius Lindvik แชมป์โอลิมปิกฮิลล์ใหญ่คนปัจจุบัน และ Johann André Forfang แชมป์โอลิมปิกอีกคน หลังจากชุดทั้งสองตัวผ่านการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่อย่างเป็นทางการไปแล้ว
หัวหน้าโค้ช Magnus Brevik นั่งอยู่อีกฝั่งของห้อง เห็นทุกอย่าง
สิ่งที่ทั้งสองคนไม่รู้คือมีคนแอบบันทึกวิดีโออยู่หลังม่าน วันถัดมาวิดีโอนั้นถูกส่งให้สื่อนานาชาติ โลกของกีฬาฤดูหนาวได้เห็นการโกงเป็นระบบของประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องความซื่อสัตย์ในกีฬามากที่สุดประเทศหนึ่งของโลก
ส่วนที่คนนอกอุตสาหกรรมไม่เข้าใจคือ ทำไมการเย็บผ้าเพิ่มในจุดที่ดูไม่สำคัญที่สุดของชุด ถึงเป็นเรื่องใหญ่พอที่จะทำให้ประเทศหนึ่งเสียชื่อเสียง
ฟิสิกส์ของการบินตอบคำถามนี้
นักสกีจัมพ์ไม่ได้แค่กระโดด เขาร่อน หลังจากปล่อยตัวจากสกีและพ้นจุดเทคออฟ ร่างกายของเขาทำหน้าที่เหมือนปีกของเครื่องร่อน ลมที่พัดผ่านชุดและลำตัวสร้างแรงยกที่ต้านน้ำหนักตัวลง ยิ่งร่างกายและชุดมีพื้นที่รับลมมากเท่าไร แรงยกก็มากขึ้น และนักกีฬาก็อยู่ในอากาศได้นานขึ้น
ตำแหน่ง V ของสกีที่นักกีฬาทุกคนใช้ในปัจจุบัน ถูกพัฒนาขึ้นในปี 1985 และผลิตแรงยกได้มากกว่าตำแหน่งสกีคู่ขนานแบบเดิมถึง 30% นั่นคือเหตุผลที่การเปลี่ยนตำแหน่งการกางสกีเพียงเล็กน้อย เปลี่ยนระยะการบินได้หลายเมตร
ชุดสกีจัมพ์มีกฎเข้มงวด ชุดต้องห่างจากร่างกายไม่เกิน 2 เซนติเมตรในจุดใดก็ได้ ทำจากไมโครไฟเบอร์ที่มีค่าการระบายอากาศที่ควบคุม เป้าหมายของกฎคือ ป้องกันไม่ให้ทีมที่มีงบประมาณสูงกว่าได้เปรียบจากการตัดเย็บชุดที่หลวมกว่า
ในกฎปัจจุบัน ชุดต้องอยู่ในขนาด 2 ถึง 4 เซนติเมตรใหญ่กว่าเส้นรอบวงของร่างกายในจุดใดก็ตาม สองเซนติเมตรของช่องว่างที่อนุญาต กับสี่เซนติเมตรของช่องว่างสูงสุด คือช่วงที่ทีมต่างๆ พยายามตีความให้ใกล้เคียงสี่ที่สุด
เป้าคือจุดที่แก้ได้ผลที่สุด
การวัดความสูงของเป้าใช้ระบบเลเซอร์ ถ้าเป้าของนักกีฬามีขนาดใหญ่ขึ้นชั่วคราวในช่วงวัด ชุดที่ผลิตออกมาก็จะหลวมขึ้น เนื้อผ้าที่เพิ่มขึ้นทำหน้าที่เหมือน patagium ของกระรอกบิน เพิ่มแรงยกในอากาศ
ตัวเลขที่จับต้องได้คือสิ่งที่ทำให้เรื่องนี้น่าตกใจ
งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Frontiers in Sports and Active Living ในเดือนตุลาคม 2025 ทดสอบในอุโมงค์ลมพบว่า ทุกๆ 2 เซนติเมตรที่เพิ่มในขนาดชุด แรงต้านอากาศเพิ่ม 4% และแรงยกเพิ่ม 5% การจำลองด้วยคอมพิวเตอร์แสดงว่าระยะการบินต่างกัน 5.8 เมตรระหว่างชุดที่ขนาดต่างกัน หรือเพิ่ม 2.8 เมตรต่อทุกเซนติเมตรที่เพิ่ม โดยอิงการกระโดดอ้างอิง 130 เมตรที่สนาม Granaasen
Lasse Ottesen ผู้อำนวยการการแข่งขัน Nordic Combined ของ FIS และอดีตนักสกีจัมพ์โอลิมปิก บอกว่างานวิจัยในยุค 2000 ระบุว่าผ้าเพียงหนึ่งเซนติเมตรในจุดเป้าสามารถเพิ่มระยะการกระโดดได้ถึงสี่เมตร
ในกีฬาที่ Lindvik ชนะเหรียญทองโอลิมปิกปักกิ่งฮิลล์ใหญ่ในปี 2022 ด้วยระยะรวม 296.1 เมตร โดยห่างจากนักกีฬาญี่ปุ่นที่ได้เหรียญเงินเพียง 1.3 เมตร การเพิ่มสามถึงสี่เมตรไม่ใช่เรื่องเล็ก มันคือความแตกต่างระหว่างการได้เหรียญและการกลับบ้านมือเปล่า
ในแง่ปฏิบัติ เป้าที่หลวมกว่าทำงานยังไง
ในอากาศ นักกีฬากางขาเป็นรูป V ผ้าที่อยู่ระหว่างขาทั้งสองข้างยืดออก กลายเป็นพื้นผิวรับลมเพิ่มเติม ผ้าที่หลวมกว่ายืดได้มากกว่า สร้างพื้นที่รับลมที่ใหญ่กว่า ผลคือแรงยกเพิ่มขึ้น
เจ้าหน้าที่ FIS ที่ตรวจชุดของนอร์เวย์อธิบายว่า ทีมโกงโดยเปิดชั้นผ้าทั้งห้าชั้น ใส่วัสดุชนิดอื่นที่แข็งกว่าเข้าไป แล้วเย็บกลับเข้าด้วยกัน เนื้อผ้าที่ปกติยืดหยุ่นได้กลายเป็นแข็ง ทำให้ตอนกางขาเป็น V ผ้าตึงและสร้างพื้นที่รับลมที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ที่ตาคนทั่วไปหรือแม้แต่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบของ FIS มองไม่เห็น
ขนาดของปัญหาในวงการเปิดเผยตัวเองในตัวเลขอีกชุดหนึ่ง ในสองฤดูกาลที่ผ่านมา 2023 ถึง 2025 มีนักสกีจัมพ์ชาย 139 คนถูกตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน World Cup และ 93% ของกรณีเหล่านั้นมาจากชุดที่ไม่เป็นไปตามกฎ
นี่ไม่ใช่กรณีของนอร์เวย์อย่างเดียว นี่คือทั้งวงการ
เรื่องของนอร์เวย์ใหญ่กว่าคนอื่นเพราะถูกถ่ายวิดีโอ และเพราะระดับของการโกงล้ำเส้นกว่าที่ทุกคนคุ้นเคย
Johnny Spillane นักกีฬา Nordic Combined อเมริกันคนแรกที่ได้เหรียญรางวัลโอลิมปิก บอกว่าสิ่งที่น่าตกใจที่สุดคือ ผู้กระทำคือนอร์เวย์ ซึ่งเสมอมาถือเป็นทีมที่ตรงไปตรงมาที่สุดทีมหนึ่ง ทุกคนพยายามจะอยู่ใกล้เส้นกฎ แต่นี่คือการดัดแปลงชุดอย่างจงใจหลังจากที่ผ่านการตรวจไปแล้ว
การลงโทษเริ่มจากเล็กแล้วใหญ่ขึ้น ในตอนแรก Lindvik และ Forfang อ้างว่าไม่รู้เรื่อง โดนแบนสามเดือน กลับมาทันแข่ง World Cup ฤดูกาลใหม่
แต่หลังจากการสอบสวนเสร็จสิ้น หัวหน้าโค้ช Brevik โค้ชผู้ช่วย Thomas Lobben และช่างเทคนิค Livelten ถูกแบนจากกีฬา 18 เดือน Lindvik ต้องคืนเหรียญเงินชิงแชมป์โลกที่ได้
ที่น่าสนใจในเชิงจิตวิทยาของอุตสาหกรรม คือสิ่งที่ทนายของนักกีฬาโต้แย้ง Pål Kleven ทนายของนักกีฬาคนหนึ่งบอกว่า สิ่งนี้คือส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมที่ฝังลึกในวงการสกีจัมพ์ ซึ่งไม่เคยถูกลงโทษหนักมาก่อน การลงโทษที่หนักจนเป็นการแบนตลอดอาชีพจึงไม่เป็นสัดส่วน
โค้ชชาวฟินแลนด์ Petter Kukkonen เรียกสิ่งนี้ว่าเป็น "วัฒนธรรมการโกง" และโค้ช Anders Johnson ของอเมริกาบอกว่า ถ้าทีมหนึ่งเริ่มโกง สองหรือสามทีมก็จะโกง พอประเทศที่ดีที่สุดในโลกทำ ทุกคนต้องตามไม่ตั้งนั้นจะเสียเปรียบ มันแพร่ระบาดเหมือนไฟป่า และยากที่จะหยุดได้
แล้วมุมที่น่าตกใจกว่าก็เปิดเผย
หนังสือพิมพ์ Bild ของเยอรมนีรายงานในเดือนมกราคม 2026 ว่ามีนักกีฬาบางคนใช้วิธีฉีด hyaluronic acid เข้าไปในอวัยวะเพศชาย เพื่อขยายขนาดร่างกายช่วงตรวจวัด 3D ก่อนแข่ง การวัดที่ได้ขนาดเป้าใหญ่ขึ้น จะอนุญาตให้ใส่ชุดที่หลวมขึ้นตามกฎ
สื่อเรียกเหตุการณ์นี้ว่า Penisgate WADA ออกมาบอกว่าถ้ามีหลักฐานเฉพาะเจาะจง จะตรวจสอบว่านี่เข้าข่าย doping หรือไม่
นี่คือเรื่องที่ทำให้คนนอกอุตสาหกรรมหัวเราะ แต่คนในอุตสาหกรรมไม่ได้หัวเราะ เพราะมันบอกว่าระบบการตรวจสอบที่อยู่บนพื้นฐานของการวัดร่างกาย ถูกแฮ็กได้ในระดับชีววิทยา
FIS ตอบสนองด้วยการรื้อระบบใหม่ทั้งหมดก่อนโอลิมปิกฤดูหนาว 2026 ที่มิลาน-คอร์ติน่า
ก่อนการแข่งขัน เจ้าหน้าที่ตรวจสอบของ FIS สองคนและแพทย์หนึ่งคนใช้การวัด 3 มิติที่พัฒนาขึ้นใหม่ ชุดถูกออกแบบใหม่ให้ยากต่อการดัดแปลงในข้อต่อแขนขา และยากต่อการลดระดับเป้าเพื่อเพิ่มพื้นผิว หลังจากชุดผ่านการตรวจ จะมีไมโครชิปติดทั่วชุดที่ตรวจการดัดแปลงได้ สแกนเนอร์ตรวจก่อนและหลังกระโดดได้ว่าชิปครบหรือไม่ และมีระบบใบเหลืองใบแดงเหมือนฟุตบอล นักกีฬาที่โดนตัดสิทธิ์เพราะอุปกรณ์ผิดกฎจะทำให้ทีมเสียโควตาในการแข่งครั้งถัดไป
FIS ยังจ้าง Mathias Hafele อดีตนักสกีจัมพ์ชาวออสเตรียที่เคยทำมาหากินจากการตีความกฎให้ได้ประโยชน์สูงสุด มาช่วยร่างกฎใหม่
ฝ่ายป้องกันคือคนที่เคยอยู่ฝ่ายโจมตี
ผลกระทบต่อคนที่ไม่ได้ทำอะไรผิด คือสิ่งที่บทวิเคราะห์ส่วนใหญ่ไม่พูดถึง
นักสกีจัมพ์ที่แข่งใน World Cup ฤดูกาล 2025-2026 ทุกคน ไม่ว่าจะมาจากประเทศไหน ต้องเสียเวลาในฤดูร้อนทั้งหมดเรียนรู้กฎใหม่ โค้ชนอร์เวย์คนใหม่ Rune Velta บอกว่าฤดูร้อนทั้งฤดูถูกใช้ไปกับการทำความเข้าใจมาตรฐานใหม่ และเรียนรู้เส้นของการตรวจสอบและการบังคับใช้กฎ
นักกีฬาที่ใช้เวลาฝึกฝนทักษะการกระโดดต้องแบ่งเวลามาเรียนรู้การปรับตัวเข้ากับชุดแบบใหม่ที่ออกแบบให้แก้ยากขึ้น
สำหรับสปอนเซอร์ของทีมนอร์เวย์ ความเสียหายต่อแบรนด์เกิดขึ้นจริง การลงทุนหลายปีในการสร้างภาพลักษณ์ของกีฬาฤดูหนาวที่สะอาดและซื่อตรง พังในวันเดียวกับที่วิดีโอแอบถ่ายเผยแพร่
สำหรับนักกีฬาที่เคยแพ้ Lindvik และ Forfang ในการแข่งขันก่อนหน้านี้ ตอนนี้พวกเขามีคำถามว่าเหรียญที่พวกเขาควรได้ ถูกขโมยไปกี่เหรียญ และในกีฬาที่ระยะเวลาอาชีพสั้น ทุกฤดูกาลที่เสียไปคือโอกาสที่ไม่กลับมา
นี่คือบทเรียนที่ไปไกลกว่ากีฬา
สำหรับอุตสาหกรรมใดก็ตามที่ทุกคนรู้ว่าทุกคนใช้ลูกเล่นกึ่งโกง การเก็บความลับร่วมกันเป็นข้อตกลงที่เปราะบาง เพราะมันต้องการให้ทุกคนทำเหมือนกันและไม่มีใครพูด
วันที่มีคนตัดสินใจถ่ายวิดีโอ คือวันที่ข้อตกลงนั้นพังลง และเมื่อมันพัง คนที่จ่ายราคาคือทุกคนในอุตสาหกรรม ไม่ใช่แค่คนที่ถูกจับ
สำหรับคนทำธุรกิจที่อยู่ในอุตสาหกรรมที่มีกฎคลุมเครือและการบังคับใช้ที่อ่อน เรื่องนี้คือคำเตือน วัฒนธรรมที่ทุกคนตกลงที่จะหลีกเลี่ยงกฎร่วมกัน คือวัฒนธรรมที่อยู่บนพื้นฐานของความไว้ใจระหว่างคู่แข่ง ซึ่งเป็นความไว้ใจที่ไม่มีกฎหมายรองรับ
สำหรับนักลงทุนในอุตสาหกรรมกีฬาและสปอนเซอร์ มูลค่าของแบรนด์นักกีฬาและทีมชาติ พึ่งพาภาพลักษณ์มากกว่าผลงาน และภาพลักษณ์สามารถพังในวันเดียวจากวิดีโอความยาวไม่กี่วินาที ความเสี่ยงเชิงชื่อเสียงในกีฬาระดับโลกอยู่ในระดับที่แบบจำลองทางการเงินส่วนใหญ่ไม่ได้คิดถึง
โค้ช Brevik พูดประโยคหนึ่งหลังถูกจับได้ ที่แปลตรงๆ คือเสียใจเหมือนหมา และขอโทษอย่างที่สุดที่เรื่องนี้เกิดขึ้น
แต่คำที่เขาไม่ได้พูดคือ เสียใจที่โกง หรือเสียใจที่ถูกจับได้
ในกีฬาที่เซนติเมตรเดียวเปลี่ยนเหรียญทอง วัฒนธรรมที่ทุกคนเย็บเพิ่มอีกหนึ่งเซนติเมตร คือวัฒนธรรมที่รอแค่คนเดียวที่จะกล้าถ่ายวิดีโอ
แหล่งที่มา
โฆษณา