Apollo คือผลผลิตของสงครามเย็น เป็นการแข่งขันสองชาติที่ใช้กีฬาวิทยาศาสตร์เป็นสนามทดสอบว่าระบบไหนเหนือกว่า เมื่อโซเวียตล้มเหลวในการพัฒนาจรวด N1 ที่ระเบิดสี่ครั้งติดต่อกันระหว่างปี 1969-1972 อเมริกาก็ชนะการแข่งขัน และเมื่อชนะแล้ว แรงจูงใจในการกลับไปก็หายไปพร้อมกัน NASA ถูกตัดงบ โครงการ Apollo 18, 19, 20 ถูกยกเลิก จรวด Saturn V ที่เคยสร้างความน่าทึ่งกลายเป็นของโบราณในพิพิธภัณฑ์
แต่สิ่งที่ Apollo ทิ้งไว้ไม่ใช่แค่รอยเท้าและธงชาติ มันคือแรงบันดาลใจที่หล่อเลี้ยงคนรุ่นหลัง คนที่ดู Apollo 11 ตอนเด็กในปี 1969 ตอนนี้อายุ 60 กว่าและบางคนเป็นวิศวกรของ SpaceX, NASA และ China Manned Space Agency เด็กที่ดู Artemis II ในปี 2026 อาจเป็นคนแรกที่ตั้งฐานถาวรบนดาวอังคารในปี 2060 แรงบันดาลใจเป็นทรัพยากรเดียวที่ใช้ไม่หมด แต่ก็เป็นทรัพยากรที่หายากที่สุดในยุคที่คนวัดทุกอย่างด้วย ROI
เรื่องที่หายไปจากการเล่าเรื่อง Apollo ในกระแสหลักคือต้นทุนที่จ่ายไป โครงการนี้กินงบประมาณรวมประมาณ 25,800 ล้านดอลลาร์ในยุคนั้น เทียบเป็นเงินปัจจุบันคือมากกว่า 250,000 ล้านดอลลาร์ ในจุดสูงสุด NASA ได้รับงบประมาณคิดเป็น 4.4% ของงบประมาณรัฐบาลกลางทั้งหมด ปัจจุบัน NASA ได้น้อยกว่า 0.5% นี่คือเหตุผลที่จริงที่ Artemis ใช้เวลาพัฒนานานกว่า Apollo ทั้งที่เทคโนโลยีก้าวหน้ากว่าหลายเท่า ไม่ใช่เพราะวิศวกรเก่งน้อยลง แต่เพราะเงินน้อยลงและการเมืองซับซ้อนกว่าเดิม
นักกฎหมายระหว่างประเทศหลายคนชี้ว่า safety zones นี่แหละคือการอ้างกรรมสิทธิ์ในรูปแบบใหม่โดยไม่เรียกว่ากรรมสิทธิ์ จีนและรัสเซียไม่เซ็น Artemis Accords แต่ตั้งกรอบของตัวเองชื่อ International Lunar Research Station (ILRS) ที่มีหลักการคล้ายกันแต่อยู่ภายใต้การนำของจีน
ยุโรปไม่มีโครงการมีคนของตัวเอง แต่ ESA สร้างโมดูลบริการของยาน Orion ที่ใช้ใน Artemis II สัญญาที่เซ็นในปี 2013 ตอน NASA โดนตัดงบประมาณช่วยให้ NASA ประหยัดเงินไปหลายพันล้านดอลลาร์ และทำให้ยุโรปได้ที่นั่งสำหรับนักบินอวกาศของตัวเองในภารกิจ Artemis IV หรือ V ในอนาคต
นี่คือเหตุผลที่ TSC-2 ของไทยสำคัญกว่าที่ตัวเลขบอก ไม่ใช่เพราะไทยจะไปแข่งขันกับ NASA หรือ China Manned Space Agency แต่เพราะการมีความสามารถทางอวกาศของตัวเอง แม้จะเล็ก ก็เปลี่ยนตำแหน่งของไทยในการเจรจากับมหาอำนาจ จากผู้รับจ้างเป็นหุ้นส่วน ประเทศที่ไม่มีโครงการอวกาศของตัวเองในยุคนี้คือประเทศที่ปล่อยอนาคตของตัวเองให้คนอื่นเขียน
เด็กที่ดู Apollo 11 ในปี 1969 ใช้เวลา 53 ปีรอจน Artemis II ขึ้นบินอีกครั้ง
เด็กที่ดู Artemis II ในวันนี้อาจไม่ต้องรอนานขนาดนั้นเพื่อเห็นมนุษย์เหยียบดาวอังคาร แต่อาจต้องรอนานกว่าที่หวังเพื่อเห็นว่าใครจะเป็นคนเขียนกฎของอวกาศในศตวรรษนี้