17 เม.ย. เวลา 08:30 • ประวัติศาสตร์

มาลูลา หมู่บ้านที่พูดภาษาพระเยซูและความลับที่เกือบถูกลบไปจากแผนที่โลก

ถ้าคุณคิดว่าภาษาอราเมอิก (Aramaic) หรือภาษาที่พระเยซูทรงใช้สื่อสารเมื่อ 2,000 ปีก่อนได้ตายไปจากโลกนี้แล้ว คุณกำลังเข้าใจผิด
ท่ามกลางหน้าผาสูงชันในซีเรียมีหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่ชื่อว่า "มาลูลา" (Maaloula) สถานที่แห่งนี้เหมือนหลุดออกมาจากคัมภีร์โบราณ บ้านเรือนสีฟ้าขาวถูกสร้างเจาะเข้าไปในเนื้อหิน ผู้คนที่นี่ไม่ได้ใช้ภาษาอาหรับเป็นภาษาแม่แต่พวกเขาใช้ภาษาอราเมอิกโบราณที่สืบทอดกันมาแบบปากต่อปาก รุ่นสู่รุ่นแต่นี่ไม่ใช่เรื่องราวความสวยงามของวัฒนธรรมแต่มันคือเรื่องราวของการล่าสังหารอารยธรรมที่โหดเหี้ยมที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์
ความเงียบที่ถูกทำลาย
เป็นเวลาหลายศตวรรษที่มาลูลาอยู่อย่างสงบสุข แต่ในเดือนกันยายน ปี 2013 ความสยองขวัญได้มาเยือนถึงหน้าประตูบ้านเมื่อกลุ่มหัวรุนแรงบุกเข้าโจมตีหมู่บ้านนี้จากยอดเขา พวกเขาไม่ได้มาเพื่อยึดพื้นที่เพียงอย่างเดียวแต่มาเพื่อกวาดล้างทุกสิ่งที่ขัดกับความเชื่อของพวกเขาโดยเฉพาะภาษาและศาสนาที่สืบทอดมาแต่โบราณ
นาทีวิกฤต
สิ่งที่น่าขนลุกที่สุดคือการบุกเข้าไปในอารามเซนต์เทคลา (Saint Tekla) สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เก่ายแก่ที่สุดแห่งหนึ่ง นักบวชหญิง (Nuns) 13 รูปที่ทำหน้าที่พิทักษ์ภาษาและศรัทธาถูกลักพาตัวหายไปอย่างไร้ร่องรอยในความมืดมิด ทิ้งไว้เพียงโบสถ์ที่ถูกเผาทำลายและรูปเคารพที่ถูกทำลายใบหน้าจนหมดสิ้นในคืนนั้น ชาวเมืองเล่าว่าเสียงสวดมนต์ภาษาอราเมอิกที่เคยดังก้องตามหุบเขากลับถูกแทนที่ด้วยเสียงระเบิดและเสียงกรีดร้องที่ไม่มีใครกล้าออกมาช่วย
จุดเปลี่ยนที่น่าขนลุก
แต่เรื่องที่น่าประหลาดใจที่สุดคือแม้หมู่บ้านจะถูกทำลายย่อยยับ แต่เมื่อกลุ่มก่อการร้ายพยายามจะค้นหาคัมภีร์โบราณที่เชื่อกันว่าซ่อนความลับบางอย่างของยุคต้นคริสตกาลไว้ พวกเขากลับหาไม่พบและชาวเมืองที่เหลือรอดต่างปิดปากเงียบ ราวกับว่าภาษานี้ไม่ได้อยู่แค่ในหนังสือแต่อยู่ในรหัสลับที่คนภายนอกไม่มีวันเข้าใจ มีข่าวลือว่านักบวชหญิงที่ถูกจับไปถูกบังคับให้แปลข้อความโบราณบางอย่าง แต่พวกเธอเลือกที่จะสื่อสารด้วยภาษาอราเมอิกที่ศัตรูฟังไม่ออกเพื่อวางแผนหลบหนีและปกป้องความลับนั้นไว้ด้วยชีวิต
ความจริงที่ถูกเปิดเผย
หลังจากหายไปหลายเดือน นักบวชหญิงเหล่านั้นถูกปล่อยตัวออกมาอย่างปริศนาในการแลกเปลี่ยนตัวประกันแต่พวกเธอกลับไม่เคยเล่ารายละเอียดทั้งหมดว่าเกิดอะไรขึ้นในค่ายกักกัน สิ่งเดียวที่เหลืออยู่คือรอยแผลในใจและความพยายามของโลกที่จะรักษาภาษาที่ใกล้ตายนี้ไว้เพราะปัจจุบันมีคนพูดภาษานี้ได้ลดน้อยลงเรื่อยๆราวกับว่ามีอำนาจบางอย่างกำลังจงใจทำให้เสียงของพระเยซูเลือนหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์อย่างช้าๆ
บทสรุปที่ยังไม่จบสิ้น
ทุกวันนี้มาลูลากลายเป็นเมืองกึ่งร้าง เสียงสวดมนต์ภาษาอราเมอิกยังคงดังขึ้นเบาๆ ในโบสถ์ที่สร้างจากหินแต่มันกลับฟังดูเศร้าหมองกว่าครั้งไหนเพราะทุกคนรู้ดีว่าทันทีที่ผู้เฒ่าผู้แก่คนสุดท้ายสิ้นลมหายใจ ความลับ 2,000 ปีที่พระเยซูเคยตรัสไว้อาจจะถูกฝังลงดินไปตลอดกาล
โฆษณา