วันนี้ เวลา 00:00 • หนังสือ

Blockdit Originals คุยกับ วินทร์ เลียววาริณ ตอน 14

Regnarts Ylenol : อเมริกากับอิสราเอลกำลังพยายามแก้ปัญหาภาวะโลกร้อน ด้วยการใช้ฤดูหนาวนิวเคลียร์กันอยู่หรือเปล่าครับ?
วินทร์ เลียววาริณ : คำถามแฝงอารมณ์ขันนี้ อ่านแล้วต่อมขำบวมจนเสียดหน้าอก หัวเราะไม่ออก
2
ก่อนอื่น สำหรับคนที่ไม่รู้ ฤดูหนาวนิวเคลียร์ (nuclear winter) คือสภาพอากาศของโลกที่เปลี่ยนไปเพราะระเบิดนิวเคลียร์ เถ้าฝุ่นจากระเบิดจะก่อตัวในชั้นบรรยากาศโลก ทำให้แสงอาทิตย์ไม่สามารถผ่านลงมาได้ อากาศทั้งโลกจะหนาวเหน็บ ผลผลิตทางการเกษตรจะตายหมด เป็นที่มาของชื่อ nuclear winter สภาวะนี้อาจดำรงอยู่เป็นปีๆ
2
ถ้านึกภาพไม่ออก ก็มีตัวอย่างจริง โลกเราเคยผ่านเถ้าฝุ่นก่อตัวที่ชั้นบรรยากาศมาก่อน ในปี 1991 ภูเขาไฟพินาตูโบที่ฟิลิปปินส์ระเบิดรุนแรง ส่งเถ้าซัลเฟอร์ ไดออกไซด์ 20 ล้านตันขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ เถ้านี้บดบังแสงอาทิตย์บางส่วน ทำให้ช่วงสองปีนั้น อุณหภูมิโลกลดลงครึ่งองศา
1
ภูเขาไฟก็สามารถแก้ปัญหาโลกร้อนได้!
1
nuclear winter จะรุนแรงกว่านั้น
ตั้งแต่สหรัฐฯทิ้งระเบิดปรมาณูที่เมืองนางาซากิ ก็ยังไม่มีประเทศไหนใช้ระเบิดปรมาณูในสงคราม แม้ว่าหมิ่นเหม่อยู่หลายครั้ง
แต่ใครจะรู้ เวลาคนบ้าไร้มนุษยธรรมสองคนมาเจอกัน ทุกอย่างก็เป็นไปได้ เมื่อคุมเกมไม่อยู่และเกมบานปลาย
1
ที่สำคัญคนบ้าสองคนนี้ไม่แคร์ชีวิตคน
1
ไก่ : อาจารย์คิดว่าต่อไป AI จะเป็นผู้แต่งหนังสือทุกหมวดหมู่แทนมนุษย์ได้ในไม่เกินกี่ปีข้างหน้าคะ? เพราะทุกวันนี้เรื่องเล่า นิทานที่ปรากฏในยูทูบเป็นการเรียบเรียงของระบบ AI มาก เช่น กล่าวถึงการใช้ยาทำการฆาตกรรม ก็จะบอกถึงสูตรยาด้วยว่าชื่ออะไร มีคุณสมบัติอะไร ฟังแล้วรู้สึกว่าพิลึกมากค่ะ
วินทร์ เลียววาริณ : ไม่นานมานี้ผู้บริหารบริษัทที่เป็นผู้นำ AI คือ Sam Altman ซีอีโอของ OpenAI และ Jensen Huang ซีอีโอของ Nvidia บอกว่ากระแสต้าน AI ของชาวโลกสูงกว่าที่คิด คนจำนวนมากยังเชื่อว่า AI อาจทำให้มนุษยชาติสูญสิ้น ซึ่งเป็นภาพลบมาก
หลายปีมาแล้ว เมื่อระบบดิจิตัลมาแทนระบบอนาล็อก หลายอาชีพหายไปแทบชั่วข้ามคืน ผมเองก็มีประสบการณ์ตรงในเรื่องนี้ วันหนึ่งทำโฆษณาแบบทำอาร์ตเวิร์กด้วยมือ วาดรูปด้วยแอร์บรัช ถ่ายรูป สแกนทุกอย่างเข้าไปทำเพลทด้วยมือ อีกวันหนึ่งเราทำทุกงานจบในคอมพิวเตอร์ ด้วยระบบ desktop publishing ส่งไปยิงเพลทตีพิมพ์ได้เลย
ช่างอนาล็อกทั้งหลายตกงานในวันเดียว
ตอนนี้ AI กำลังเข้ามาครอบงำการทำงานที่เดิมใช้สมองคนเค้นความคิดสร้างสรรค์ออกมา AI แต่งได้ตั้งแต่นิยายไปจนถึงเพลง
พูดแล้วก็น่ากลัว ใช่ไหม?
ก็ไม่เชิง
ผมยังเชื่อว่าสมองมนุษย์สามารถจินตนาการได้ซับซ้อน อาจจะยังโลดแล่นไปได้ไกลกว่า AI เพราะเรามีอารมณ์ ความรู้สึก ประสบการณ์ชีวิตที่ AI ไม่ได้เจอเอง สัมผัสเอง
AI จะไปถึงขั้นนั้นอาจไม่ใช่คำถาม มันอาจเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่พ้น
ผมเคยลองถาม AI ในเรื่องที่ผมรู้จริงหลายเรื่อง ปรากฏว่า AI ตอบผิดไปคนละโยชน์ แน่นอนมันคงจะพัฒนาให้ดีขึ้นไปเรื่อยๆ วันหนึ่ง AI อาจตอบถูกหมดก็ได้
1
ในด้านความคิดสร้างสรรค์ในการเขียนหนังสือ ผมเชื่อว่าวันหนึ่ง AI อาจทำได้ถึงขั้นวรรณกรรมรางวัลโนเบล เพราะรู้ว่าหนังสือรางวัลโนเบลมีองค์ประกอบใดบ้าง
แต่เราก็ยังไม่รู้ว่าบทบาทของ AI จะเป็นอย่างที่เมื่อสามปีก่อน เจมส์ คาเมรอน ให้สัมภาษณ์ว่า “ผมเตือนพวกคุณแล้วในปี 1984 และพวกคุณก็ไม่ฟัง” หรือไม่
1984 คือปีที่หนัง The Terminator ออกฉาย
ในหนังเรื่องดังกล่าว AI ชื่อสกายเน็ต (Skynet) ของทางทหาร เกิดความรู้ตัว และคิดกำจัดมนุษยชาติ
คาเมรอนเห็นว่าการแข่งขันด้าน AI ตอนนี้ก็เหมือนการแข่งขันสร้างระเปิดปรมาณู
เขาบอกว่าการเติบโตอย่างรวดเร็วของ AI “น่ากลัวมาก”
มันมีความเสี่ยง หากไม่ระวัง คุมไม่อยู่ AI อาจครองโลก
ในประเด็นว่า AI จะมาแทนที่มนุษย์ในด้านความคิดสร้างสรรค์ คาเมรอนเชื่อว่า AI ยังไม่น่าแทน ‘วิญญาณ’ ของการเล่าเรื่องโดยมนุษย์
แต่ ณ นาทีนี้ ผมไม่กลัวเรื่องนักเขียนในอนาคตจะตกงาน เพราะตอนนี้ก็แทบไปไม่รอดแล้ว
2
ไม่ประสงค์ออกนาม : “คุณวินทร์ชอบพูดว่าเป็นโรคไส้แห้ง คุณวินทร์เป็นโรคไส้แห้งจริงหรือคะ?”
1
วินทร์ เลียววาริณ : ‘ไส้แห้ง’ เป็นสำนวนเก่า หมายถึงความอดอยากที่เกิดจากการประกอบบางอาชีพ โดยเฉพาะนักเขียน นักแสดง (ในสมัยก่อนเรียก เต้นกินรำกิน) ซึ่งไม่ใช่อาชีพมั่นคง
ใครมีลูกสาว ก็ไม่ยกให้ไอ้หนุ่มคนใดที่มีทีท่าว่าจะไส้แห้ง
นักเขียนชั้นครูคนหนึ่งของไทย มนัส จรรยงค์ ก็เคยมีสภาวะไส้แห้ง เขาชอบพอกับลูกสาวพระยาสุรพันธเสนี (อิ้น บุนนาค) สมุหเทศาภิบาล มณฑลราชบุรี แต่โอกาสที่พระยาสุรพันธเสนีจะยกลูกสาวให้เขายากอย่างยิ่ง
นักเขียนไส้แห้งคนนี้ก็แก้ปัญหาโดยพาคนรักหนีไปอยู่กินด้วยกัน!
วิธีนี้ไม่แนะนำให้ใครทำ
วงการนักเขียนในยุคต่อมาไม่แย่อย่างนั้น นักเขียนมืออาชีพหลายคนเลี้ยงครอบครัวด้วยรายได้จากการเขียนหนังสืออย่างเดียว เช่น ’รงค์ วงษ์สวรรค์ อาจินต์ ปัญจพรรค์ กฤษณา อโศกสิน ฯลฯ
ในบางยุค ยอดพิมพ์หนังสือหลายหมื่นเล่มเป็นเรื่องธรรมดา
แต่เมื่อโลกเข้าสู่สังคมก้มหน้า โซเชียล เน็ตเวิร์ก กลายเป็นพื้นที่พบปะใหม่ ทุกอย่างกลายเป็นสิ่งที่เรียกว่า ‘คอนเทนต์’ ดูเหมือนคนอ่านหนังสือลดลง ส่งผลให้การผลิตหนังสือในบางตระกูล เช่น วรรณกรรม ลดลงไปด้วย
ผลก็คือนักเขียนยุคใหม่บางตระกูลมีสิทธิ์ไส้แห้งได้จริง
อาจินต์ ปัญจพรรค์ เคยเตือนนักเขียนใหม่ว่า อย่าลงมาเต็มตัว นักเขียนควรหางานประจำสักงาน มีรายได้แน่นอน แล้วเขียนหนังสือ จะลดโอกาสไส้แห้งลงไปได้มาก
1
คนที่จะเป็นนักเขียนอย่าเข้าใจผิดว่า นักเขียนอาชีพต้องเก่งกว่านักเขียนสมัครเล่น ข้อแตกต่างอย่างเดียวคือนักเขียนอาชีพมีรายได้หลักจากงานเขียนเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับคุณภาพงาน ผมเองได้รับรางวัลวรรณกรรมส่วนใหญ่ในช่วงที่เป็นนักเขียนสมัครเล่น
1
แต่จะเป็นนักเขียนอาชีพโดยไม่ไส้แห้ง ต้องวางแผนให้ดี เพื่อให้อยู่รอด ต้องรักษาสมดุลของคุณภาพงานกับปริมาณงานที่นักเขียนยังอยู่ได้ นั่นอาจหมายรวมถึงการปรับวิถีดำเนินชีวิตด้วย
ผมเองออกจากงานประจำมาเป็นนักเขียนอาชีพในวัยเฉียด 50 มีภาระครอบครัว มีรายจ่ายค่าเล่าเรียนลูก มีความเสี่ยงสูง แต่ผมบอกตัวเองว่า ถ้าไม่ลอง คงตอบตัวเองไม่ได้ตอนตายว่าทำไมไม่ทำตามฝัน
แต่ก่อนจะถึงจุดนั้น ก็ผ่านการวางรากฐานการเขียน และสร้างฐานคนอ่านในระดับหนึ่ง
มันมีความเสี่ยง แต่เป็น calculated risk
โฆษณา