วันนี้ เวลา 00:00 • หนังสือ

Blockdit Originals คุยกับ วินทร์ เลียววาริณ ตอน 16

ไม่ประสงค์ออกนาม : ชีวิตคืออะไร มันเกิดขึ้นมาเองง่ายๆ อย่างนั้น หรือว่าชีวิตบนโลกเราเป็นของหายาก เกิดขึ้นได้ยาก หรือว่ามีผู้สร้าง?
วินทร์ เลียววาริณ : ถามสั้นๆ แต่ตอบสั้นไม่ได้
ตอนผมเรียนชั้นประถม ครูสอน(ตามตำรา)ว่า ชีวิตมีคุณสมบัติต่างๆ คือ 1 ต้องหายใจ 2 ต้องเคลื่อนที่ได้ 3 ต้องสืบพันธุ์ ฯลฯ
ในวัยเด็กผมก็สงสัยว่าจำเป็นหรือที่ชีวิตต้องหายใจ ต้องกิน ฯลฯ เพราะในชั่วโมงหนึ่ง ครูสอนว่าเทวดาเป็นพวกอิ่มทิพย์ ไม่ต้องกินก็อยู่ได้
ตั้งแต่เด็กจนโตผมมีคำถามที่สวนทางกับตำรามาเสมอว่า ทำไมชีวิตต้องมีน้ำเป็นองค์ประกอบ ทำไมต้องหายใจออกซิเจน แน่นอน มันอาจจะจริง แต่เรายังรู้เรื่องจักรวาลแค่เศษเสี้ยว เราไม่อาจใช้ข้อมูลและหลักฐานบนโลกของเราเป็นบรรทัดฐานของทั้งจักรวาลมิใช่หรือ
ผมเห็นว่าแม้แต่นักวิทยาศาสตร์ก็อยู่ในกรอบคิดว่าชีวิตต้องเป็นอย่างนี้อย่างนั้นเท่านั้น อาจจะถูก แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่าสิ่งมีชีวิตในโลกอื่นในจักรวาลข้างนอกโน้น (ถ้ามี) อาจมีทางเลือกของการกำเนิดชีวิตทางอื่น
ในชั้นเรียนชั่วโมงหนึ่ง ครูสอน (ตามแบบเรียนในยุคนั้น) ว่า มนุษย์ดาวอังคารจะต้องมีปอดใหญ่ เพราะดาวอังคารมีออกซิเจนน้อย จึงต้องมีปอดใหญ่เพื่อเก็บออกซิเจนมากที่สุด
(ข้อเท็จจริงคือ โลกมีออกซิเจน 21 เปอร์เซ็นต์ ดาวอังคารมีแค่ 0.16 เปอร์เซ็นต์)
ผมนึกในใจว่าทำไมมนุษย์ดาวอังคารต้องหายใจด้วยออกซิเจนเล่า และทำไมต้องมีปอด
ครูไม่ได้ตอบผมในวันนั้น เพราะผมไม่ได้ถาม (ไม่กล้าถาม)
ผมชอบจินตนาการ จึงชอบคิดเล่นๆ ว่าเป็นไปได้ไหมที่ชีวิตสามารถวิวัฒนาการได้หลายวิธี หากเป็นเช่นนั้น เราก็อาจไม่สามารถให้คำจำกัดความของชีวิตอย่างที่ผมเรียนในชั้นประถม
ผมเห็นคนที่คิดคล้ายกันเฉพาะในหมู่นักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์ เช่น สิ่งมีชีวิตที่มีสามเพศใน The Gods Themselves ของ ไอแซค อสิมอฟ หรือล่าสุดคือหนังเรื่อง Project Hail Mary ที่ชี้ว่าชีวิตต่างดาวอาจไม่ได้มีคุณสมบัติตามชีวิตบนโลก
อีกเรื่องหนึ่งที่ผมเห็นแย้งกับนักวิทยาศาสตร์จำนวนมาก คือพวกเขาเชื่อว่าชีวิตเกิดขึ้นได้เฉพาะใน Goldilocks Zone คือขอบเขตพื้นที่ที่เหมาะสมกับชีวิตอย่างเรา ดวงอาทิตย์อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมจากศูนย์กลางดาราจักร ไม่ร้อนไป ไม่หนาวไป ถ้าอยู่ไกลดวงอาทิตย์ไป โลกจะเป็นน้ำแข็ง อยู่ใกล้ไป ก็เป็นเตาเผา โลกเรามีแรงโน้มถ่วงพอดี ชั้นบรรยากาศพอดี ไม่ใกล้ไปไกลไป จนระบบดาวจะได้รับธาตุหนักพอเหมาะ และรังสีไม่ทำอันตรายต่อระบบชีวิตแบบฐานคาร์บอน ทุกอย่างลงตัว จึงเกิดชีวิตบนโลกได้
ผมมีความเห็นว่าวิธีคิดแบบนี้ใช้มนุษย์เป็นศูนย์กลาง คล้ายกับเมื่อนานมาแล้ว เราเชื่อว่าโลกเป็นศูนย์กลางของจักรวาล
เราบอกว่าแรงโน้มถ่วงพอดีกับเราก็เพราะเราใช้ความเคยชินกับแรงโน้มถ่วงแบบนี้มาเป็นเกณฑ์ ‘พอดี’
เฉพาะในโลกเรา ก็มีตัวอย่างสุดขั้วที่ดูเป็นเรื่องธรรมดา เช่น เมืองหนึ่งที่หนาวที่สุดในโลกชื่อ Yakutsk ใน Sakha Republic รัสเซีย อุณหภูมิ -50 องศาเซลเซียสเป็นปกติ ส่วนเผ่าพันธุ์ในทะเลทรายก็รู้สึกว่าอุณหภูมิ 50 องศาเซลเซียสเป็นปกติ ก็อยู่กันมาได้
1
มองอีกมุมหนึ่ง หากเราเกิดและโตที่ดวงจันทร์ เราก็จะเคยชินกับแรงโน้มถ่วงของดวงจันทร์ ถึงตอนนั้นเราก็อาจบอกว่าแรงโน้มถ่วงของดวงจันทร์ ‘พอดี’ ต่อชีวิต Goldilocks Zone ก็เปลี่ยนไป
นักวิทยาศาสตร์หลายคนเชื่อว่าโอกาสที่จะเกิด Goldilocks Zone นั้นยาก แปลว่าการเกิดเป็นชีวิตบนโลกไม่ใช่เรื่องง่าย นี่เป็นแนวคิดที่เรียกว่า Rare Earth Hypothesis (สมมุติฐานน้อยโลก)
แต่เฉพาะในโลกของเรา มีสิ่งที่เข้าข่าย ‘ชีวิต’ แทบทุกจุดบนโลก รวมทั้งจุดที่ไม่น่าจะเกิดชีวิตได้เลย เราพบสิ่งมีชีวิตในน้ำพุร้อนที่มีสภาวะเป็นกรด เราพบสิ่งมีชีวิตในช่องหลืบใต้ทะเลลึก น้ำละลายสารเคมีที่ร้อนกว่า 100 องศาเซลเซียส ใต้แรงกดดันในความลึก 11 กิโลเมตรใต้ทะเล เราพบสิ่งมีชีวิตในซัลเฟอร์ที่ร้อนจัดกว่าน้ำเดือด
ในเตาปฏิกรณ์ปรมาณูก็พบสิ่งมีชีวิต สิ่งมีชีวิตพวกนี้สามารถซ่อมดีเอนเอที่เสียหายจากรังสีได้ เรายังพบสิ่งมีชีวิตในสถานที่ที่ไม่มีออกซิเจน! แม้กระทั่งในอุกกาบาตที่ท่องดาราจักร
ดังนั้นการมองว่าชีวิตอยู่ได้เฉพาะในพื้นที่ โกลดิล็อคส์ โซน จะว่าไปแล้วก็คือการมองแบบเรา ด้วยมุมมองของเรา ไม่ใช่มุมมองของชีวิต
ความเห็นส่วนตัวของผมคือ นี่คล้ายใช้อีโก้ของเราเป็นหลักเกณฑ์ และบอกว่ามันเป็นขอบเขตพื้นที่ที่เหมาะสมกับชีวิตอย่างเรา
อีกกรอบคิดหนึ่งคือเราเชื่อว่าชีวิตต้องเป็นฐานคาร์บอนเท่านั้น อาร์เธอร์ ซี คลาร์ก เรียกมนุษย์ว่าเป็น Carbon-based bipeds (เป็นชื่อหนังสือเล่มหนึ่งของเขา Greetings, Carbon-Based Bipeds!)
การที่ชีวิตใช้ธาตุคาร์บอนเป็นหลักของการเกาะรูปไม่แปลก เพราะคาร์บอนเป็นธาตุที่อะตอมของมันเชื่อมกันได้ง่ายและหลากหลาย ทำให้เกิดโมเลกุลต่างๆ เช่น กรดอะมิโน ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของชีวิตบนโลกเรา สิ่งมีชีวิตทั้งหมดในโลกจึงเป็นแบบ carbon-based
แต่จำเป็นไหมที่ชีวิตต้องใช้คาร์บอนเป็นหลัก?
คำตอบคือไม่จำเป็น ชีวิตเกิดจากธาตุอื่นๆ ได้ เช่น ซิลิคอน เจอร์มาเนียม ซีลีเนียม ซัลเฟอร์ เป็นต้น
รูปแบบชีวิตแบบนี้เกิดยากกว่า แต่เราก็ยังไม่รู้ว่ามันเกิดยากกว่าจริงหรือ ในสิ่งแวดล้อมที่แตกต่างจากมุมนี้ของดาราจักร
มาถึงความยากความง่ายของการเกิดชีวิต
มองในมุมของชีวเคมี เราเคยเชื่อว่าการกำเนิดชีวิตไม่ง่าย เพราะชีวิตต้องมีธาตุที่จำเป็นต่อการเกิดชีวิต เช่น ธาตุไฮโดรเจน คาร์บอน ไนโตรเจน ออกซิเจน เหล็ก ฟอสฟอรัส ฯลฯ ในสัดส่วนที่พอดิบพอดี
แต่นักฟิสิกส์จักรวาล นีล ดีกราส ไทสัน ชี้ว่าชีวิตน่าจะเกิดง่ายกว่าที่คิด และอาจเป็นภาคบังคับด้วย
ยังไง?
ลองดูธาตุต่างๆ ในจักรวาลก่อน รู้ไหมว่าธาตุอะไรมีมากที่สุดในจักรวาล? อันดับ 1 คือไฮโดรเจน อันดับ 2 คือฮีเลียม อันดับ 3 คือออกซิเจน อันดับ 4 คือคาร์บอน ไล่ไปเรื่อยๆ
ทีนี้ดูองค์ประกอบชีวิตมนุษย์ ธาตุที่ประกอบเป็นตัวเราที่มากที่สุดคือธาตุไฮโดรเจน อันดับ 2 คือออกซิเจน อันดับ 3 คือคาร์บอน อันดับ 4 คือไนโตรเจน เราไม่นับฮีเลียม เพราะมันมีคุณสมบัติ ‘inert’ คือไม่มีปฏิกิริยาทางเคมี ทำให้ไม่สามารถประกอบเป็นโมเลกุลชีวิตได้
จะเห็นว่าตารางธาตุที่มีมากที่สุดในจักรวาลกับธาตุที่ก่อเกิดชีวิตมนุษย์ตรงกัน แปลว่าชีวิตเกิดมาจากธาตุที่มีมากที่สุดในจักรวาล มันอาจเป็นเรื่องที่หนีไม่พ้นที่ช้าหรือเร็วไม่ว่ามุมใดของโลก ก็ต้องเกิดชีวิต!
1
นี่คือชีวิตแบบที่เรารู้จัก แต่เรายังไม่อาจสรุปว่าชีวิตอื่นในโลกอื่นต้องมีองค์ประกอบเท่านี้
นอกจากนี้เราก็ไม่อาจทิ้งความเป็นไปได้ว่า สิ่งทรงภูมิปัญญาต่างดาวที่พัฒนาวิทยาการถึงขั้นสูง อาจสามารถสร้างชีวิตใหม่ขึ้นมาเอง โดยไม่ต้องอิงไฮโดรเจน ออกซิเจน และคาร์บอนเป็นหลัก
ฟังดูเป็นนิยายวิทยาศาสตร์ไปบ้าง แต่การคิดทฤษฎีวิทยาศาสตร์ทั้งหลายต้องเข้าสู่พื้นที่ของนิยายบ้าง
เราต้องตั้งคำถามที่ไปไกลกว่านั้นด้วยว่า ชีวิตแรกของจักรวาลเกิดขึ้นมาได้อย่างไร ที่จุดไหน มันกำเนิดที่จุดจุดเดียวแล้วแพร่ไปทั่วจักรวาลตามทฤษฎี Panspermia หรือว่าเกิดได้ทุกจุด หรือว่ามันมาจากจักรวาลอื่น หรือมิติอื่น เราไม่รู้
แต่ทั้งหมดนี้คือชีวิตด้านที่เป็นกายภาพ เรายังต้องพูดถึงด้านจิตใจ หรือความรู้สึกตัว (consciousness)
ความรู้สึกตัวเกิดขึ้นมาได้อย่างไร?
เรายังไม่มีคำตอบที่แน่ชัด แต่มีความเชื่อว่า บางทีเมื่อชีวิตมีความซับซ้อนและพัฒนาสูงในระดับหนึ่ง ความรู้สึกตัวก็ปรากฏ
1
สมมุติว่ามีสิ่งทรงภูมิปัญญาหนึ่งที่มีวิทยาการสูง สามารถสร้างชีวิตได้จากสิ่งไร้ชีวิต อาจเป็นหุ่นยนต์ที่คิดได้ ตัดสินใจได้ รักได้ เกลียดได้
อาร์เธอร์ ซี คลาร์ก มองว่าเราคงไม่สามารถตัดความเป็นไปได้ของเครื่องจักรที่เมื่อพัฒนาถึงจุดหนึ่งแล้วสามารถเกิดความรู้ตัว (consciousness)
ฟังดูไม่น่าเชื่อ แต่โลกเราก็มีเรื่องไม่น่าเชื่อมากมายที่มนุษย์ยุคแค่พันปีก่อนไม่มีวันคาดคิดว่าเป็นไปได้
นอกจากจิตใจและความรู้ตัวแล้ว เรายังต้องคิดไปไกลกว่านี้ว่า ชีวิตในโลกอื่น (หรือกระทั่งในมิติอื่น - ถ้ามีจริง) มีคุณสมบัติอะไรอีกไหม นอกเหนือจากกายภาพ จิตใจ ความรู้ตัว เป็นไปได้ไหมว่ามันยังมีบางอย่างที่เราชาวมนุษย์ไม่สามารถแม้จะจินตนาการ
เพราะมันเกินสติปัญญาของเรา เช่นที่เชื้อโรคในร่างกายของเราไม่มีทางจินตนาการออกว่า หมีแพนดาในเมืองจีนมีหน้าตาอย่างไร
เช่นที่ เจ. บี. เอส. ฮอลเดน เขียนว่า “จักรวาลไม่เพียงประหลาดกว่าที่เราคาด แต่ประหลาดกว่าที่เราสามารถคาด”
ส่วนคำถามว่ามีผู้สร้างหรือไม่นั้น ไม่รู้
ด้วยหลักฐานและวิชาการทุกชนิดที่เรามี ยังไม่สามารถตอบคำถามนี้อย่างเป็นวิทยาศาสตร์
แต่ผมเชื่อว่าวันหนึ่งมนุษย์จะรู้ ถ้าไม่ทำลายตัวเองไปเสียก่อน
1
โฆษณา