Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
WealthThink
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
วันนี้ เวลา 04:00 • ธุรกิจ
น้ำมันแพง แต่ได้ประโยชน์ไม่เท่ากัน รู้จัก 3 ประเภทธุรกิจน้ำมัน ที่อยู่ในตลาดหุ้นไทย
ช่วงที่ราคาน้ำมันแพงแบบนี้ หนึ่งในหุ้นที่นักลงทุนมักให้ความสนใจ ก็คือ หุ้นธุรกิจน้ำมัน ที่หลายคนมองว่าจะสามารถทำกำไรได้จำนวนมาก จากสถานการณ์ในตอนนี้
แต่อันที่จริงแล้ว อุตสาหกรรมน้ำมันนั้น ก็ประกอบไปด้วยธุรกิจหลากหลายประเภท ที่อาจจะไม่ได้ประโยชน์เท่ากัน ในช่วงที่น้ำมันแพงแบบนี้
แล้วถ้าสงสัยว่า ธุรกิจน้ำมันในตลาดหุ้นไทยนั้น มีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง ทำไมถึงได้ประโยชน์จากน้ำมันแพงไม่เท่ากัน
มาหาคำตอบกันกับ WealthThink ทำความมั่งคั่ง ให้เป็นเรื่องง่าย
ธุรกิจน้ำมันในตลาดหุ้นไทย หลัก ๆ จะแบ่งเป็น 3 ประเภท
1. ธุรกิจต้นน้ำ (Upstream)
เป็นธุรกิจเริ่มต้นของห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมน้ำมันและปิโตรเลียม
ซึ่งก็คือธุรกิจสำรวจ พัฒนา และผลิตน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมต่าง ๆ จากทั้งในทะเลและบนบก
แล้วจึงส่งน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่ผลิตได้ต่อไปยังโรงกลั่นน้ำมันและโรงแยกก๊าซต่อไป
บริษัทในตลาดหุ้นไทยที่ทำธุรกิจนี้ก็คือ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP
ปัจจัยหลักที่มีผลกระทบต่อผลประกอบการของธุรกิจในกลุ่มนี้คือ
- ราคาน้ำมันดิบและราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมในตลาดโลก
เพราะต้นทุนการผลิตส่วนใหญ่ของธุรกิจนี้ มักเป็นต้นทุนคงที่ ดังนั้นการเพิ่มขึ้นหรือลดลงของกำไร ก็มักจะขึ้นอยู่กับราคาน้ำมันดิบและราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมในตลาดโลก
- อัตราแลกเปลี่ยน
ด้วยความที่สินค้าโภคภัณฑ์อย่างน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม จะอ้างอิงตามราคาในตลาดโลกที่ผูกกับเงินดอลลาร์สหรัฐ
ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงของค่าเงินจึงมีผลต่อรายได้จากการขายสินค้า
ถ้าหากเงินบาทอ่อนค่าเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐ รายได้ของบริษัทในธุรกิจนี้ก็จะเพิ่มขึ้น
และในทางตรงข้ามเมื่อเงินบาทแข็งค่าเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐ รายได้ของบริษัทในธุรกิจนี้ก็จะลดลง
เพราะฉะนั้น ในช่วงที่ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกแพงแบบนี้ ธุรกิจน้ำมันต้นน้ำ จึงเป็นธุรกิจที่ได้รับประโยชน์มากที่สุด
2. ธุรกิจกลางน้ำ (Midstream)
ธุรกิจที่อยู่ในส่วนนี้ก็คือ ธุรกิจโรงกลั่น ทำหน้าที่รับน้ำมันดิบเข้าสู่กระบวนการกลั่น เพื่อผลิตออกมาเป็นน้ำมันสำเร็จรูป เช่น น้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล น้ำมันหล่อลื่นพื้นฐาน น้ำมันอากาศยาน น้ำมันเตา
รวมถึง ก๊าซหุงต้ม และผลิตภัณฑ์ผลพลอยได้ที่นำไปใช้ในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีต่าง ๆ
โดยบริษัทในตลาดหุ้นไทยที่ทำธุรกิจนี้ก็อย่างเช่น TOP, SPRC, IRPC และ BCP เป็นต้น
ซึ่งปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการของธุรกิจในกลุ่มนี้คือ
- ค่าการกลั่น หรือ Gross Refining Margin
ซึ่งเป็นส่วนต่างระหว่างน้ำมันดิบที่ซื้อเข้ามากับราคาน้ำมันสำเร็จรูปที่ขายออกไป โดยมักจะผันผวนตามภาวะเศรษฐกิจ และกำลังการผลิตของโรงกลั่น
บางเวลาค่าการกลั่นอาจสูงมาก เนื่องจากเป็นช่วงที่ราคาน้ำมันสำเร็จรูปเพิ่มขึ้นเร็วกว่าราคาน้ำมันดิบ
หรือในกรณีที่ลดลง ก็อาจเกิดจากราคาน้ำมันสำเร็จรูปลดลงช้ากว่าราคาน้ำมันดิบ
แต่บางครั้งค่าการกลั่นก็อาจต่ำมาก ซึ่งเป็นช่วงที่ราคาน้ำมันสำเร็จรูปเพิ่มขึ้นช้ากว่าราคาน้ำมันดิบหรือราคาน้ำมันสำเร็จรูปลดลงเร็วกว่าราคาน้ำมันดิบ
- สต๊อกน้ำมัน
ธุรกิจโรงกลั่น จำเป็นต้องมีการเก็บสำรองน้ำมันดิบเอาไว้ตามกฎหมาย ซึ่งโดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 5-6% ของปริมาณการจำหน่าย ซึ่งก็คือสต๊อกน้ำมันที่เรากำลังพูดถึง
ดังนั้น สต๊อกน้ำมัน ที่เก็บไว้จะมีกำไรเมื่อราคาน้ำมันดิบในตลาดแพงกว่าราคาที่เก็บสำรองไว้
ในทางกลับกัน ถ้าราคาน้ำมันดิบในตลาดมีราคาถูกกว่าราคาที่เก็บสำรองไว้ โรงกลั่นก็จะขาดทุนจากสต๊อกน้ำมัน
ซึ่งในหลาย ๆ ครั้งกำไรหรือขาดทุนจาก สต๊อกน้ำมัน มีสัดส่วนที่สูงและส่งผลต่อภาพรวมของผลประกอบการอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม การขาดทุนหรือกำไรจากสต๊อกน้ำมันนั้น เป็นการขาดทุนหรือกำไรทางบัญชี โดยไม่เกี่ยวข้องกับเงินสดของธุรกิจแต่อย่างใด
ทำให้เมื่อราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกแพง ในระยะสั้นแม้โรงกลั่นจะมีกำไรเพิ่มขึ้นจากสต๊อกน้ำมัน
แต่ถ้าหากราคาน้ำมันดิบแพงอย่างยาวนานจนเกินไป แล้วราคาน้ำมันสำเร็จรูปขึ้นตามได้ไม่เร็วเท่า หรือปรับตัวลดลง
ค่าการกลั่นของธุรกิจโรงกลั่นก็จะลดลง และส่งผลให้กำไรของธุรกิจโรงกลั่นน้อยลงตามไปด้วย
3. ธุรกิจปลายน้ำ (Downstream)
กลุ่มนี้ก็คือธุรกิจปั๊มน้ำมัน โดยบริษัทในตลาดหุ้นไทยที่ทำธุรกิจนี้ก็อย่างเช่น OR, PTG และ SUSCO
ซึ่งปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการของธุรกิจในกลุ่มนี้คือ
- ค่าการตลาดน้ำมัน
เป็นส่วนต่างระหว่างราคาขายน้ำมันหน้าสถานีบริการน้ำมันกับต้นทุนน้ำมันที่รับมาจากโรงกลั่น
ซึ่งถ้าพูดให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ กำไรขั้นต้นของปั๊มน้ำมัน ก่อนที่จะหักค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจ เช่น ค่าขนส่ง, ค่าแรงพนักงาน, ค่าไฟ และค่าลงทุนสถานีบริการ
- รายได้จากธุรกิจ Non-Oil
รายได้ที่ไม่ได้มาจากการขายน้ำมันในสถานีบริการ แต่มาจากธุรกิจเสริมภายในสถานีบริการน้ำมัน เช่น ร้านสะดวกซื้อ, ร้านอาหาร, ร้านกาแฟ และบริการบำรุงรักษารถยนต์ ซึ่งมักจะมีอัตรากำไรที่ดีกว่าธุรกิจค้าน้ำมัน
ซึ่งในช่วงที่ผ่านมานี้ หลายคนมองว่าราคาน้ำมันแพงทำให้ปั๊มน้ำมันได้ประโยชน์ แต่จริง ๆ เมื่อมองในอีกด้าน ปั๊มน้ำมันเองก็มีต้นทุนที่แพงขึ้นเช่นเดียวกัน จากราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้น
ในขณะที่การขึ้นราคาน้ำมันนั้น ต้องรอการตัดสินใจจากภาครัฐ แถมค่าการตลาดนั้น มักจะถูกคุมให้อยู่ในกรอบเพื่อไม่ให้ราคาน้ำมันที่ประชาชนต้องใช้เติม แพงมากจนเกินไป
ทำให้แม้ราคาน้ำมันดิบจะแพงขึ้น จนราคาน้ำมันหน้าปั๊มขึ้นตาม แต่ปั๊มน้ำมันก็อาจจะได้กำไรไม่มากอย่างที่เราคิด
ปัจจุบันนี้ รายได้จากธุรกิจ Non-Oil จึงมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากเป็นรายได้ที่มีความมั่นคง ผันผวนน้อยกว่า และเป็นรายได้ที่ทางเจ้าของปั๊มน้ำมันควบคุมได้ ต่างจากธุรกิจค้าน้ำมัน
นอกจากนี้บางบริษัทอาจทำธุรกิจน้ำมันหลากหลายประเภทได้ด้วย เช่น BCP ที่ทำธุรกิจทั้งโรงกลั่นและปั๊มน้ำมันในบริษัทเดียว
หรือ PTT ที่ทำธุรกิจครบตั้งแต่ต้นน้ำคือ PTTEP, กลางน้ำคือ TOP และ IRPC ไปจนถึงปลายน้ำอย่างปั๊มน้ำมัน OR
อ่านมาถึงตรงนี้ เราน่าจะพอเห็นภาพแล้วว่า ธุรกิจน้ำมันนั้นก็มีหลากหลายประเภท ซึ่งได้และเสียประโยชน์ ทำให้ถ้าหากเราอยากจะได้ประโยชน์จากการลงทุนในธุรกิจน้ำมันอย่างเต็มที่
เราต้องพิจารณาให้ดีก่อนว่า ธุรกิจน้ำมันต้นน้ำ กลางน้ำ หรือปลายน้ำ ตรงไหนคือธุรกิจที่ได้ประโยชน์มากที่สุด ในสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นนี้
เพราะแต่ละบริษัทก็มีโมเดลธุรกิจที่แตกต่างกัน รวมทั้งมีปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการของธุรกิจที่ไม่เหมือนกันอีกด้วย..
#WealthCreation
#ธุรกิจไทย
#น้ำมัน
References:
-
https://www.setinvestnow.com/th/knowledge/article/285-investhow-resourc-sector
-
https://www.energynewscenter.com/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B9%80/
ธุรกิจ
หุ้น
31 บันทึก
24
25
31
24
25
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย