18 เม.ย. เวลา 12:19 • ท่องเที่ยว
อำเภอ สวนผึ้ง

ทริปสั้นแต่ใจฟู ณ สวนผึ้ง ราชบุรี

Chapter 91: A Feel-Good Getaway in Suan Phueng, Ratchaburi
อยากหาที่พักผ่อนที่เงียบสงบให้ได้เย็นใจซักวันสองวันกับบรรดาเพื่อนสาว นึกเร็วๆ ชื่อ "สวนผึ้ง" ก็เข้ามาในหัวก่อนเลย ไม่ต้องคิดอะไรมากจัดกระเป๋าด่วน ไปแบบไม่มีแพลนใดๆ ทั้งสิ้น ไปดูกันว่าทริปนี้จะได้ทำอะไรมั่ง
ทริปนี้เป็นทริปพักผ่อนกับเพื่อนๆ อีกแล้ว หลังจากคร่ำเคร่งกับงานกันมาซักพัก ก็ได้เวลาไปหาที่นั่งชิลเม้าท์มอยกันอีกครั้ง หลังจากให้โจทย์แยกย้ายกันไปคิดว่าจะไปไหนดี ก็มีสวนผึ้งนี่แหละติดโผนำมาเลย เรากะกันว่าจะไม่วางแผนใดๆ เพราะวางแล้วก็ไม่ค่อยได้ทำ 555 เห็นไร อยากทำไร อยากกินไร ก็ไปเลย
ซึ่งที่แรกที่เราไปคือ "Scenery Farm & Cafe" ค่ะ
Scenery Farm & Cafe ฟาร์มน่ารักๆ
ที่นี่มีค่าเข้าคนละ 150 บาทด้วย ซึ่งราคานี้เราสามารถชมโชว์สุนัขต้อนแกะ ให้อาหารแกะ แล้วก็เล่นเกมได้ 2 อย่าง
เข้ามาในฟาร์มแล้วบอกเลยว่าบรรยากาศน่ารักมาก ตกแต่งได้ฟีลบ้านไร่ชนบทแถบยุโรปสุดๆ แถมอากาศก็เย็นสบายสดชื่นมาก (ลืมบอกว่าทริปนี้ไปมาเมื่อเดือนมกราค่ะ)
มีมุมสวยๆ ให้ถ่ายรูปเยอะมาก
เป็นฟีลยุโรปที่ทำได้ดีไม่ดูไก่กาเลย แถมที่นี่เค้าเป็นฟาร์มแกะแห่งแรกในอำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรีด้วยนะ
เดินมาให้อาหารน้องแกะผู้หิวโหย กินแบบไม่มีเหนื่อย
นอกจากแกะแล้วก็มีหมูแคระให้ดูด้วย
นอกจากนั้นเค้าก็มีโซนที่ทำเป็นซุ้มคาร์นิวัลอารมณ์เหมือน Country Farm ในหนังน่ารักดี
สรุปพวกเราชอบ Scenery Farm & Cafe กันมากเพราะบรรยากาศดีสุดๆ เอาไปเลย 100 เต็ม 10
อีกที่ที่เราขับผ่านหลายรอบเลยลองแวะเข้าไปดู ปรากฎว่าด้านในใหญ่กว่าที่เห็นมาก แถมมีอะไรน่าสนใจให้ทำเยอะเลยที่ "บ้านหอมเทียน" ค่ะ
บ้านหอมเทียน
ที่นี่ก็มีค่าเข้าคนละ 60 บาท ซึ่งเราจะได้คูปองมา 1 ใบ เจ้าคูปองนี้เราสามารถเอามาแลกเทียนหอมขวดเล็กน่ารักๆ เป็นที่ระลึกได้คนละขวดค่ะ
แค่ทางเข้าก็เจอมุมถ่ายรูปเพียบ
ด้านในก็มีร้านขายของที่ระลึกน่ารักแบบแฮนเมดเยอะเลย พาเพื่อนต่างชาติมาเดินน่าจะถูกใจแน่ๆ เพราะสินค้ามีคุณภาพและที่สำคัญราคาเป็นมิตรมาก
อาหารก็มีขายนะ
ด้านในเค้าตกแต่งด้วยของเก่าดูวินเทจ ให้บรรยากาศแบบท้องทุ่งบ้านนาคลาสสิคมาก
นอกจากร้านขายของน่ารักๆ แล้วเค้าก็มี workshop สอนทำเทียนด้วย
เดินกันเพลินจนมาถึงด้านในสุดของบ้านหอมเทียนที่เป็นคาเฟ่ บรรยากาศดีมากคลาสสิกหยั่งกับอยู่ในหนังไทยสมัยก่อนเลย
แถมเค้ายังมีสะพานที่สานด้วยไม้ไผ่ยื่นออกไปให้ถ่ายรูปชมวิวด้วย ถ้ามาตอนพระอาทิตย์ตกน่าจะยิ่งสวย
เดินกันเอี๊ยดอ๊าดๆ
ใครมาเที่ยวสวนผึ้งแนะนำอย่าพลาด "บ้านหอมเทียน" เพราะนอกจากจะมีมุมถ่ายรูปสวยๆ เพียบแล้ว ยังมีของที่ระลึกน่าซื้อเยอะมาก พวกเราหิ้วกันกลับบ้านเพียบเลย
มาที่เรื่องกินบ้าง มีร้านอาหารที่อยากแนะนำ 2 ร้านค่ะ ร้านแรกชื่อ "ครัวตะนาวศรี" เป็นร้านอาหารเก่าแก่ชื่อดังในย่านนั้นเลย
ครัวตะนาวศรี
อาหารเป็นสไตล์อาหารไทยพื้นบ้านที่มีเมนูให้เลือกเยอะมาก หน้าตาดูแซ่บๆ ทั้งนั้น ที่เราสั่งมีไก่ทอดตะนาวศรี ตำไหลบัวกุ้งสด ทอดมันปลากรายชิ้นใหญ่เนื้อแน่น แล้วก็ผักกูดผัดน้ำมันหอยหอมๆ
แต่ที่เป็นเมนูเด็ดของทางร้านตอนนี้คือ ปานิปูริกินกับแพนงเนื้อ
ปานิปูริแพนงเนื้อ
ซึ่งเจ้าปานิปูรินี่เป็นอาหารอินเดียนะแต่เอามาประยุกต์ให้เข้ากับอาหารไทย และเค้าก็ทำออกมาได้ดี รสชาติของปานิปูริที่กรอบๆ เค็มๆ กับรสหวานๆ เผ็ดๆ ของแพนงเนื้อ เป็นเมนูที่เข้ากันได้อย่างไม่น่าเชื่อ
อ้อ ร้านนี้เค้าใจดีมีผักสดให้เราตักเองได้ไว้บริการด้วยค่ะ
ส่วนอีกร้านที่ได้ไปชิมมาชื่อ "ครัวม่อนไข่"
ครัวม่อนไข่
ร้านนี้ก็อร่อยมาก และก็เป็นร้านยอดนิยมของชาวราชบุรีอีกร้านเลย
เมนูที่เราสั่งมามี ทอดมันหัวปลี แกงเลียงผักรวมกุ้งสด ปลากะพงผัดพริกเกลือ ฉู่ฉี่ปลาเนื้ออ่อน
จริงๆ สั่งกันมา 5 อย่างมีหลนอีกที่แต่ถ่ายไม่ทันเละซะก่อน 555 แต่ร้านนี้อาหารอร่อยทุกอย่างเลยคอนเฟิม แล้วบรรดาของฝากที่ขายหลังร้านก็ดูน่าอร่อยทั้งนั้น ใครไปสวนผึ้งอย่าลืมไปฝากท้องร้านนี้นะคะ ไม่ผิดหวังแน่นวล
ไปสวนผึ้งจะไม่แวะร้านคาเฟ่สวยๆ ที่มีเรียงรายสองข้างทางได้ยังไงเนอะ แต่ความที่มันเยอะมาก เลยสุ่มๆ เอาก็ได้มาเป็นร้าน The FAV Kitchen & Bar ค่ะ
เป็นร้านใหญ่พอสมควรมีทั้งส่วนที่เป็นร้านอาหาร คาเฟ่ แล้วก็มีที่พักด้วย บรรยากาศดีมากๆ
ดูบรรยากาศสวยๆ ของ Blog นี้ได้ในคลิปด้านล่างเลยค่ะ
ก็จบไปแล้วกับ Blog สุดสั้นอีกตอนนึง แนะนำเลย สำหรับใครที่รู้สึกเพลียๆ เหนื่อยๆ จากชีวิตจากหน้าที่การงาน ลองออกไปหาเวลาเที่ยวใกล้ๆ กรุงเทพฯ ซักวันหรือสองวัน จะไปกับเพื่อนหรือไปคนเดียวเพื่อจะได้สูดเอากลิ่นของความสงบให้ชื่นใจ สวนผึ้งเป็นอีกจุดหมายที่ดีสำหรับคุณค่ะ
ธรรมชาติสวยๆ อากาศสดชื่นใกล้ๆ กรุงเทพฯ
สำหรับ Blog นี้ขอบคุณที่เข้ามาเที่ยวด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ค่ะ 😊
โฆษณา