Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
chēri
•
ติดตาม
18 เม.ย. เวลา 10:21 • ปรัชญา
ตำนานกำเนิดมนุษย์
Symposium เป็นบทสนทนาของเพลโต เขียนราว 385–370 ปีก่อนคริสตกาล เล่าเรื่องงานเลี้ยงในบ้านของ อกาธอน (Agathon) นักเขียนบทละครโศกนาฏกรรม ชาวเอเธนส์ในยุคคลาสสิก กลุ่มเพื่อนดื่มเหล้าและผลัดกันกล่าวสุนทรพจน์สรรเสริญ เอรอส (Eros) เทพแห่งความรัก
อริสโตฟาเนส ในเรื่องมีอาการสะอึกก่อนพูด แล้วเล่าตำนานแบบตลกขบขันแต่ลึกซึ้งปรัชญา ตำนานนี้ไม่ใช่จากผลงานของอริสโตฟาเนสจริง ๆ แต่เพลโตสร้างขึ้น (หรือบันทึกเวอร์ชันที่อาจมีพื้นฐานจากความคิดของเขา) เพื่อให้เข้ากับบุคลิก “ตลก” ของตัวละคร
“...เมื่ออีริซิมาคัสพูดจบ อริสโตฟาเนสก็พูดขึ้น (เขาหายสะอึกแล้ว) ว่า ‘ใช่แล้ว อีริซิมาคัส เจ้าพูดได้ดีมาก แต่คำพูดของข้าจะต่างจากเจ้าและคนอื่น ๆ หน่อย เพราะข้าเห็นว่า มนุษย์ยังไม่รู้จักพลังของเอรอสเลย ถ้ารู้จักแล้วคงสร้างแท่นบูชาและวัดอันยิ่งใหญ่ให้เขา และทำการบูชาอย่างสมเกียรติ เพราะเขาเป็นเทพผู้เมตตาต่อมนุษย์ที่สุด และเป็นผู้รักษาโรคที่มนุษย์ทุกข์ทรมานที่สุด
ข้าจะพยายามอธิบายพลังของเขาให้พวกท่านเข้าใจ โดยเล่าตำนานเก่าแก่ก่อน
ธรรมชาติเดิมของมนุษย์ ไม่เหมือนที่เป็นอยู่ในปัจจุบันเลย มนุษย์มีสามเพศ ไม่ใช่สองอย่างทุกวันนี้ คือ เพศชาย (เกิดจากดวงอาทิตย์), เพศหญิง (เกิดจากแผ่นดินโลก), และ เพศผสม/androgynous (เกิดจากดวงจันทร์ ซึ่งมีทั้งชายและหญิง)
รูปร่างของแต่ละคนเป็นทรงกลม หลังและข้างเป็นวงกลม มีสี่มือ สี่ขา สองหน้า บนคอเดียวกัน (หน้าทั้งสองหันตรงข้าม) มีหูสองคู่ อวัยวะเพศสองชุด และอื่น ๆ ตามนั้น พวกเขาสามารถเดินตรงได้ หรือหมุนตัวกลิ้งไปเหมือนล้อด้วยแขนขาทั้งแปดข้างอย่างรวดเร็วและแข็งแรง
พวกเขามีพลังมหาศาลและจิตใจทะเยอทะยาน จึงกล้าท้าทายเทพเจ้า ขึ้นไปโจมตีสวรรค์เหมือนยักษ์ในตำนานเก่า ซุสและเหล่าเทพจึงปรึกษากันว่าจะลงโทษอย่างไร
ซุสกล่าวว่า ‘ข้าจะไม่ฆ่าพวกมันให้หมด เพราะถ้าล้มหายไป การบูชาและเกียรติยศจากมนุษย์ก็จะหายไปด้วย แต่ข้าจะทำให้พวกมันอ่อนแอลง โดยผ่าแต่ละตัวเป็นสองส่วน เหมือนผ่าไข่ด้วยเส้นผม แล้วพวกมันจะเดินด้วยสองขา และจะอ่อนแอลง ถ้ายังหยิ่งยโส ข้าจะผ่าเป็นสองอีกครั้งให้เหลือขาเดียว กระโดดไปด้วยขาเดียว’
หลังจากผ่าแล้ว ซุสสั่งให้ อพอลโล หมุนหน้าแต่ละส่วนไปทางด้านที่ถูกผ่า (เพื่อให้เห็นแผลและนึกถึงความผิด) แล้วเย็บแผลให้ (รอยเย็บตรงกลางท้องกลายเป็นสะดือ) และปรับตำแหน่งอวัยวะเพศไปด้านหน้า เพื่อให้มนุษย์สามารถสืบพันธุ์กันได้ (ก่อนหน้านี้พวกมันวางไข่บนพื้นเหมือนจิ้งหรีด)
เมื่อถูกผ่าแล้ว แต่ละส่วนก็โหยหาอีกครึ่งหนึ่งของตน วิ่งไปกอดกัน ไม่อยากทำอย่างอื่น พอพบกันก็กอดแน่นและไม่ยอมปล่อยจนตายเพราะหิวโหย ซุสจึงสงสารและปรับตำแหน่งอวัยวะเพศใหม่ เพื่อให้ทั้งสองส่วน (โดยเฉพาะชาย-หญิง) สามารถมีเพศสัมพันธ์และสืบพันธุ์ได้
ความรัก (Eros) จึงเกิดขึ้นจากความปรารถนาที่จะกลับไปเป็นหนึ่งเดียวกับอีกครึ่งที่หายไป มันคือการพยายามรักษาบาดแผลของธรรมชาติมนุษย์
คนที่ถูกผ่าจากเพศชายดั้งเดิม (double male) จะรักผู้ชาย (ชอบผู้ชายตั้งแต่เด็ก และกล้าหาญ)
คนจากเพศหญิงดั้งเดิมจะรักผู้หญิง
คนจากเพศผสมจะรักเพศตรงข้าม
เมื่อใครพบ ‘อีกครึ่ง’ ของตนจริง ๆ ความรู้สึกนั้นจะลึกซึ้งเกินคำบรรยาย — ไม่ใช่แค่กาม แต่คือความต้องการที่จะหลอมรวมเป็นหนึ่งตลอดไป (แม้เฮเฟสตัสจะเสนอจะหลอมด้วยไฟ พวกเขาก็ยอม)
ดังนั้น ความรักคือการตามหาความสมบูรณ์ (wholeness) และการรักษาบาดแผลของมนุษย์
หากเราบูชาเอรอสด้วยความศรัทธา เราอาจพบอีกครึ่งของเราและกลับสู่สภาพเดิม หากไม่ศรัทธา ซุสอาจผ่าเราอีกครั้งให้เหลือเหมือนปลาตัวแบนหรือภาพนูนต่ำ
นี่คือเหตุผลที่เราต้องสรรเสริญเอรอส เพราะเขาเป็นผู้ให้พรปัจจุบันและความหวังในอนาคตที่จะรักษาเราให้หายจากความขาดหาย”
(จบสุนทรพจน์ ซึ่งหลังจากนี้มีบทสนทนาต่อระหว่างอริสโตฟาเนส โสกราตีส และคนอื่น ๆ)
การวิเคราะห์และตีความหลัก ๆ
มุมตลกขบขัน: สไตล์อริสโตฟาเนส ใช้ภาพ grotesque (มนุษย์กลิ้งเป็นล้อ, ผ่าเหมือนไข่) เพื่อล้อเลียนความรักโรแมนติก แต่ซ่อนปรัชญาลึก
ปรัชญา: ความรักเกิดจากความขาดหาย (lack) ในธรรมชาติมนุษย์ มันคือ pursuit of wholeness (การแสวงหาความสมบูรณ์) ซึ่งต่อเนื่องกับสุนทรพจน์ของโสกราตีส/ไดโอติมา ที่ยกยกระดับเป็นการแสวงหา “สิ่งที่ดีงามและถาวร”
มุมเพศวิถี: อธิบายที่มาของรักชาย-ชาย, หญิง-หญิง, ชาย-หญิง โดยไม่ตัดสิน เพศชายดั้งเดิมถูกมองว่ากล้าหาญและมีคุณธรรมสูงกว่าในบริบทกรีกโบราณ
มุมการเมือง/สังคม: ตำนานสะท้อนความทะเยอทะยานของมนุษย์ (hubris) และการควบคุมจากอำนาจสูงสุด (ซุส) บางนักวิชาการเห็นว่าเป็นการวิพากษ์สังคมเอเธนส์
การเปรียบเทียบ: คล้าย Genesis (มนุษย์ถูกแยกจากความสมบูรณ์เพราะบาป) หรือตำนานอื่น ๆ แต่เน้น “การรักษา” ด้วยความรักมากกว่าลงโทษ
อิทธิพลสมัยใหม่: เป็นต้นกำเนิดแนวคิด soulmate, “อีกครึ่งหนึ่ง”, และถูกนำไปใช้ในวรรณกรรม ภาพยนตร์ ปรัชญาความรัก (แม้เพลโตเองจะไม่เห็นด้วยเต็มที่กับมุมนี้)
ความรักความสัมพันธ์
คู่ชีวิต
ปรัชญา
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย