19 เม.ย. เวลา 08:09 • หนังสือ

ยินดีต้อนรับสู่สวนสนุกกุรุกุรุเมะ

#ยินดีต้อนรับสู่สวนสนุกกุรุกุรุเมะ เป็นหนังสือเล่มแรกของ Soul Publishing ที่ได้ลองอ่าน เพราะเซ็ตที่ออกงานหนังสือปลายปีที่แล้วโดนดองนั่นเอง 55555 เล่มนี้ขนาดค่อนข้างกะทัดรัดเลย ไม่หนา เนื้อหาอ่านง่าย เป็นตอนสั้นๆ สามารถอ่านจบได้ไวภายในไม่กี่ชั่วโมง
โดยจุดศูนย์กลางของเรื่องก็คือ "สวนสนุกยามานากะอาโอตะ" หรือที่ชาวบ้านชอบเรียกกันว่า "สวนสนุกกุรุกุรุเมะ" ในเล่มจะแบ่งออกเป็น 8 ตอน เป็นไทม์ไลน์ต่อเนื่องกันตลอดทั้งวันในสวนสนุก ซึ่ง 7 ตอนแรกจะเป็นเรื่องราวของตัวละครแต่ละกลุ่มที่มายังสวนสนุกแห่งนี้ด้วยจุดประสงค์ที่แตกต่างกันออกไป
  • หนุ่มสาวที่มาออกเดทกัน
  • เพื่อนสาวสองคนที่ชวนกันมาเที่ยวเพื่อผ่อนคลาย
  • คุณตาคุณยายที่มาดูสถานที่ให้หลาน
  • พนักงานขายอุปกรณ์ครัวที่มาเสนอขายงาน
  • ครอบครัวที่พาลูกๆมาพักผ่อน
  • ก๊วนเพื่อนนักกีฬาที่มาฉลองก่อนแยกย้าย
  • ตัวตลกประจำสวนสนุกที่คอยสร้างความสุขให้กับผู้มาเยือน
ความน่ารักคือการที่ตัวละครแต่ละตัวจะโผล่ไปแจมอยู่ในตอนของคนอื่นบ้าง มีเรื่องเกี่ยวโยงถึงกันบ้าง และตอนสุดท้ายก็จะเป็นการปิดจบวันอันแสนสุขด้วยการเล่าอีกมุมหนึ่ง ไม่ก็เล่าเรื่องราวต่อจากตอนจบของ 7 ตอนก่อนหน้า ซึ่งเป็นจุดที่ยิ่งทำให้รู้สึกว่าชีวิตของพวกเขาสมจริงมากขึ้น เหมือนว่าเรื่องราวของทุกคนยังคงดำเนินต่อไปหลังจากหนังสือจบแล้ว
นักอ่านชาวไทยหลายคนอาจจะรูัสึกคุ้นกับลักษณะหน้าปกแบบนี้ หรือจังหวะการเล่าเรื่องที่ธรรมดา เรียบง่าย แต่ชวนให้รู้สึกอบอุ่น นั่นเป็นเพราะว่าคุณนักเขียนคนนี้มีผลงานที่แปลไทยออกมาแล้วหลายเล่มมาก เรามีงานของเขาทุกเล่มนะ แต่เคยอ่านแค่เล่มโกโก้อุ่นๆ ซึ่งแน่นอนว่าทั้งสองเล่มนี้มีกลิ่นอายเหมือนกันมากๆเลย
ขณะที่สั่งสมประสบการณ์หลาย ๆ อย่าง อาจมีบางสิ่งที่รู้ตัวอีกทีก็มาอยู่ในมือแล้ว
ตัวละครแต่ละตัวในเรื่องนี้ต่างก็มีปัญหาชีวิตที่แตกต่างกันไป บ้างก็เป็นเรื่องเล็กน้อย บ้างก็เป็นเรื่องหนักอกหนักใจที่ชวนกลุ้มซะเหลือเกิน แต่ว่าการได้มาที่สวนสนุกก็ทำให้พวกเขาได้ฉุกคิดอะไรบางอย่างได้ อย่าง "ซาริ" หญิงสาวที่พยายามต่อสู้กับการแข่งขันในสายอาชีพมายาวนาน หลังจากโดนรุ่นน้องที่มีฝีมือกว่าแซงหน้าไป เธอก็เริ่มรู้สึกท้อถอย รู้สึกว่าตัวเองดีไม่พอ ทำได้แค่เวียนวนอยู่กับที่
แต่แล้วการได้นั่งเครื่องหมุนที่ดูน่าหวาดเสียวก็ทำให้เธอค้นพบว่า เมื่อเราผ่านประสบการณ์อะไรสักอย่างมาแล้ว ต่อให้สุดท้ายเราจะกลับลงมาสู่จุดเดิม แต่อะไรบางอย่างข้างในตัวเรากลับไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะทุกครั้งที่ล้มเหลวหรือผิดพลาด เราก็จะได้เรียนรู้สิ่งใหม่ที่จะช่วยเสริมให้เราแข็งแกร่งขึ้น เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขันครั้งต่อไป และเมื่อผ่านกระบวนการเช่นนี้ซ้ำๆ รู้ตัวอีกทีเป้าหมายที่เราตั้งใจไว้ก็อาจจะมาอยู่ตรงหน้าแล้วก็ได้
ถ้าพยายามมาได้ถึงตรงนี้ ต่อไปก็ต้องพยายามได้แน่
บางครั้งเราอาจจะรู้สึกว่าหนทางข้างหน้ามันยากเย็น และไม่แน่นอนจนน่ากลัว แต่ถ้าเรามองย้อนกลับไปในเส้นทางที่ผ่านมา เราจะพบว่ากว่าที่จะมายืนตรงจุดนี้ได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ดังนั้นการที่ตัวเราพยายามมาได้ขนาดนี้ สามารถเอาชนะอุปสรรคต่างๆมาได้จนถึงตอนนี้ มันก็เป็นเครื่องพิสูจน์แล้วว่าเราเก่งพอที่จะฟันฝ่าขวากหนามที่จะต้องเผชิญในอนาคตได้เช่นกัน
และโปรดจำไว้ว่าในวันที่ร่างกายและจิตใจเริ่มอ่อนล้า มันไม่เป็นไรเลยถ้าจะขอเวลานอกเพื่อให้ตัวเองได้พักสักหน่อย อย่าปล่อยให้ตัวเองเหนื่อยเกินไปจนเข้าใจไปว่าเรากำลังไม่มีความสุข เพราะ "ความเหนื่อยกับความเศร้ามันคล้ายกันมาก" การเรียนรู้ว่าเมื่อไหร่ควรจะต้องเข้มงวดจริงจัง และเมื่อไหร่ควรจะต้องพักผ่อน ไปหาอะไรสนุกๆทำให้จิตใจผ่อนคลาย ก็นับเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตเช่นกัน
ใครอยากหาหนังสืออ่านง่ายๆ เบาสมอง แต่ช่วยเติมเต็มใจ จัดไปเลยค่ะ: https://s.shopee.co.th/16ZEgmyrZ
โฆษณา