👀
ภาพลักษณ์ใหม่ชัดขึ้น กล้าขึ้น ด้วยโทนแดง–น้ำเงินที่สดกว่าเดิม
มีฟอนต์ใหม่ของตัวเองชื่อ Domino’s Sans
แพ็กเกจจิ้งถูกออกแบบใหม่ให้เหมาะกับ “ยุค unboxing”
ยูนิฟอร์มพนักงานก็เปลี่ยนใหม่ทั้งหมด
และที่สำคัญที่สุด ในรอบ 65 ปีของแบรนด์
นี่คือครั้งแรกที่พวกเขามี “jingle”
เพลงนั้นคือ 🎶: “Dommmino’s”
เติม m เข้าไป 3 ตัวแบบตั้งใจ
ร้องโดย Shaboozey ศิลปินที่เคยเข้าชิง Grammy
Insight เบื้องหลังโคตรเรียบง่าย แต่คมมาก 🧠:
คุณ “ไม่มีทาง” พูดคำว่า Domino’s
โดยไม่เผลอมีเสียง “mmm” อยู่ในนั้น
แล้วแบรนด์ก็แค่… “ยึดมันมาเป็นของตัวเอง”
CMO อย่าง Kate Trumbull พูดไว้ชัด 💬:
ในโลกของ TikTok หรือ Reels คุณมีเวลาแค่ 1–2 วินาทีในการดึงความสนใจ และ jingle สามารถทำสิ่งนั้นได้ทันที
ที่น่าสนใจมากคือ
พวกเขา “เลือก jingle แทน tagline”
เพราะ jingle “ข้ามภาษาได้” เสียง “mmm” ไม่ต้องแปล แต่เข้าใจตรงกันทั่วโลก
🦜นกกระซิบ:
ในเชิง Strategic นี่คือการขยับจาก
"Verbal Identity (คำพูด)" → ไปสู่ "Sonic Identity (เสียงของแบรนด์)"
และเป็นเสียงที่ rooted อยู่ใน “product truth” จริงๆ
ไม่ใช่เสียงที่แต่งขึ้นลอยๆ
การเลือก Shaboozey ก็มีนัยสำคัญ
เขาอยู่ตรง intersection ระหว่าง country กับ hip hop เข้าถึง mass ได้ แต่ยังคงความ credible ทางวัฒนธรรม ไม่ดูพยายามเกินไป
สิ่งที่น่าสนใจอีกมุมคือ
รีแบรนด์ส่วนใหญ่ = แบรนด์กำลัง “แก้ปัญหา”
แต่ครั้งนี้ให้ความรู้สึกว่า
Domino’s กำลัง “ขยายตัวตน”
จากเดิมที่ดู clean / functional
→ ไปสู่ warm / loud / craveable
สรุปในมุมแบรนด์: 🏗️
• เอา insight เล็กๆ (เสียง mmm) → ปั้นเป็น asset ระดับโลก
• เปลี่ยนจากการ “บอก” เป็นการ “ให้คนรู้สึกทันที”
• และสร้าง memory structure ผ่าน “เสียง” แทน “คำ”
นี่ไม่ใช่แค่รีดีไซน์
แต่มันคือการทำให้แบรนด์
“ถูกจำได้…ตั้งแต่ยังไม่ทันเห็นโลโก้” 👀
Credit: Brand Psychology
✍🏻 เกร็ดเล็กๆ ของแบรนด์ by Nok Creative Branding - Brand Strategist & Creative Director (ผู้ที่เชื่อในพลังของแบรนด์ที่ไม่ใช่แค่ขายของ แต่เปลี่ยนชีวิตคนได้)