20 เม.ย. เวลา 05:37 • การศึกษา

กษัตริย์โจ้ว (紂) ทรราชผู้ทำให้ราชวงศ์ซังล่มสลาย

นับว่าเป็นเรื่องประหลาดที่กษัตริย์โจ้ว (紂) ในสมัยราชวงศ์ซัง ห่างจากกษัตริย์เจี๋ย (桀) ในสมัยราชวงศ์เซี่ยถึงห้าร้อยกว่าปี จะมีพฤติกรรมที่แทบจะลอกเลียนแบบมาอย่างกับเป็นคนเดียวกัน เรื่องความโหดเหี้ยมทารุณคงไม่ต้องพูดถึง เพราะเป็นเอกลักษณ์สำหรับผู้ที่เป็นทรราชอยู่แล้ว แต่สำหรับพฤติกรรมหลายอย่างที่เหมือนกันนั้นต่างหาก นับว่าเป็นเรื่องประหลาดที่เหตุใดจึงเหมือนกันหนักหนา
กษัตริย์เจี๋ยทรงหลงใหลในเหม่ยสี่ (妹喜) จนถึงกับทำให้ประชาชนต้องตกระกำลำบากอย่างไร ในด้านกษัตริย์โจ้ว ก็ทรงหลงใหลในต๋าจี่ (妲己) จนทำให้ประชาชนต้องทุกข์ทนราวกับตกอยู่ในขุมนรก ก็เป็นอย่างนั้น
เพื่อประจบเอาใจสนมต๋าจี่ (妲己) แล้ว กษัตริย์โจ้วได้ทรงสร้างพระแท่นลู่ไถ (鹿台) พระแท่นแห่งนี้ห้อมล้อมด้วยป่าเขาที่สงบวิเวก หันหน้าไปทางสระน้ำลึกที่มีความเย็นใสสบายอารมณ์ ชื่อวังแห่งนี้แม้นจะเรียกว่า “พระแท่น” ที่ฟังดูเหมือนเป็นที่เล็กๆ แต่ความจริงหาได้เล็กตามชื่อเลยไม่ เพราะตามหลักฐานทางโบราณคดีแล้ว พระแท่นแห่งนี้มีพื้นที่ขนาดหนึ่งแสนตารางเมตรเลยทีเดียว บนพระแท่นมีการสร้างหอวังสำหรับพักร้อนที่ยิ่งใหญ่อลังการ
แต่ความแพงของพระแท่นหลังนี้ยังมิใช่เฉพาะแค่สิ่งปลูกสร้างที่ใหญ่โตมโหฬารอย่างเดียวเท่านั้น หากแต่คือสมบัติของมีค่าที่หาไม่ได้ในแผ่นดินอันมากมาย ที่ถูกนำมาเก็บสะสมไว้ในนั้นอย่างมากมายมหาศาลนั้นต่างหาก กษัตริย์โจ้วทรงหวงแหนสมบัติเหล่านี้หนักหนา จนถึงขนาดเผาองค์ตายพร้อมกับสมบัติเหล่านี้ หลังจากที่ถูกโจวอู่หวังบุกตีเมืองหลวงได้สำเร็จ
นอกจากสร้างพระแท่นลู่ไถแล้ว กษัตริย์โจ้วยังทรงสร้างอุทยานซาชิว (沙丘) ที่ยิ่งใหญ่มโหฬารอีกด้วย
ในอุทยานแห่งนี้มีสร้างสระสุราขนาดใหญ่ ในเลี่ยหนวี่จ้วน (列女傳) ซึ่งเป็นบทประพันธ์ของหลิวเซี่ยง (劉向) ในสมัยราชวงศ์ฮั่น ได้เขียนอธิบายเรื่องราวไว้เช่นนี้ว่า “สะสมกากสุราจนเป็นเนิน เทเหล้าจนกลายเป็นสระ แขวนเนื้อตากแห้งเป็นราวป่า สั่งให้ชายหญิงเปลือยผ้าวิ่งอยู่ท่ามกลาง ร่ำสุราจนโต้รุ่ง (積糟為邱,流酒為池,懸肉為林,使人裸相逐其間,為長夜之飲。)” มีบางบันทึกได้ระบุว่า ชายหญิงที่เปลือยผ้าในอุทยานแห่งนี้ก็มีจำนวนมากถึงสามพันคนเลยทีเดียว
คำบอกเล่าเพียงไม่กี่คำ ภาพที่เห็นก็มิต่างอะไรกับสิ่งที่กษัตริย์เจี๋ยได้ทรงทำไว้เมื่อห้าร้อยปีที่แล้วเลย สิ่งที่แตกต่างและอาจจะเหนือยิ่งกว่า นั่นก็คือชายหญิงเปลือยผ้าที่เมามายในอุทยาน จอกช้อนสุราในสระขึ้นดื่ม และกินเนื้อที่แขวนไว้มากมายดุจป่าไพร
นอกจากนี้ ในเลี่ยหนวี่จ้วน (列女傳) ยังได้เขียนอธิบายเรื่องราวของกษัตริย์โจ้วว่า “ร่ำสุราสราญเพลง ไม่ยอมห่างต๋าจี่ สิ่งที่ต๋าจี่โปรด ก็จะชอบพระทัย สิ่งที่ต๋าจี่เกลียด ก็จะทรงสังหาร ประดิษฐ์เสียงดนตรีที่เล้าโลม นิยมการร่ายรำทางเหนือที่ยวนเย้า โปรดเสียงดนตรีที่ยังใจให้อับเฉา สะสมของมีค่าไว้หลังวัง รอบตัวมีแต่กลุ่มขุนนางขี้ฉ้อและนารี (作新淫之聲,北鄙之舞,靡靡之樂,收珍物積之於後宮,諛臣群女。)”
อีกสิ่งหนึ่งที่กษัตริย์โจ้วได้ทรงทำไว้มิต่างจากกษัตริย์เจี๋ยในอดีต นั่นก็คือวิธีการประหารคนด้วยเสาทองเหลืองที่โหดเหี้ยมนั่นเอง และวิธีการประหารคนที่ผิดมนุษย์นี้ ก็เกิดจากแรงบันดาลใจของต๋าจี่นั่นเอง
กษัตริย์โจ้วได้ทรงสั่งทำเสาทองเหลืองต้นใหญ่ไว้สำหรับประหารคนตามพระประสงค์ของต๋าจี่ แต่เสาต้นนี้มิได้จับตั้งเหมือนเช่นกษัตริย์เจี๋ยในอดีต แต่คือจับนอนให้อยู่เหนือกองไฟ ทาน้ำมันให้หล่อลื่นไว้บนเสา แล้วสั่งให้นักโทษวิ่งข้ามเสาทองเหลืองนั้น แน่นอนว่าไม่มีใครสามารถเดินข้ามเสาทองเหลืองที่ทั้งร้อนและลื่นต้นนี้ได้เลยสักคน
และเมื่อคนที่ถูกสั่งประหารให้เดินข้ามเสาทองเหลืองนี้พลัดตกลงในกองเพลิงจนกรีดร้องโอดครวญอย่างทรมานแล้ว ต๋าจี่ก็จะหัวเราะชอบใจมากเป็นพิเศษ เมื่อต๋าจี่หัวเราะชอบใจ แน่นอนว่ากษัตริย์โจ้วก็จะทรงพอพระทัย
ในยุคสมัยของกษัตริย์โจ้วนั้น มีขุนนางผู้ใหญ่ที่มีใจเที่ยงธรรมอยู่สามท่าน เรียกว่าซันกง (三公) หรือสามเจ้าพระยา ประกอบด้วยจิ่วโหว (九侯) เอ้อโหว (鄂侯) และโจวเหวินหวัง (周文王)
จิ่วโหวมีลูกสาวที่งดงามมากคนหนึ่ง เป็นที่ต้องพระทัยในกษัตริย์โจ้วยิ่ง จึงถูกเรียกตัวเข้าวังให้เป็นสนม ปรากฏว่าลูกสาวจิ่วโหวมิยอมคล้อยตามพระประสงค์ของกษัตริย์โจ้ว สุดท้ายจึงถูกสั่งลงโทษประหาร แต่ความกริ้วของกษัตริย์โจ้วก็ยังหาได้สลายหายไปไม่ จึงสั่งลงโทษจิ่วโหวด้วยวิธีห่าย (醢) คือการนำนักโทษมาสับให้ร่างแหลกเหลวเป็นเนื้อสับ
หลังจิ่วโหวโดนลงโทษประหารด้วยวิธีห่าย (醢) แล้ว ทางเอ้อโหวได้ทัดทานเรื่องการประหารชีวิตจิ่วโหวต่อกษัตริย์โจ้ว กษัตริย์ทรงไม่พอพระทัย จึงทรงสั่งให้ลงโทษประหารเอ้อโหวด้วยวิธีปู่ (脯) คือการสังหารแล้วแล่เนื้อเป็นเนื้อตากแห้ง
หลังเกิดเหตุการณ์ประหารสองเจ้าพระยาแล้ว โจวเหวินหวังทรงรู้สึกหดหู่กับเรื่องดังกล่าวยิ่งนัก จึงได้ทรงผ่อนพระทัยอย่างเศร้าเสียใจ ปรากฏว่ามีขุนนางชื่อว่าฉงโหวหู่ (崇侯虎) นำเรื่องดังกล่าวไปฟ้องให้กษัตริย์โจ้วได้ทรงทราบ พระองค์จึงทรงสั่งให้คุมตัวโจวเหวินหวังไปขังไว้ที่อิ๋วหลี่ (羑里)
โฆษณา