20 เม.ย. เวลา 07:43 • ข่าว

ยูเครนเร่งสืบคดีกราดยิงกลางกรุงเคียฟ อาจเป็นการก่อการร้ายโดยรัสเซีย

แม้ยูเครนจะยังอยู่ในภาวะสงครามมานานกว่า 4 ปี และการลอบโจมตีกรุงเคียฟจากกองทัพรัสเซียก็ยังคงเกิดขึ้นอย่างเนืองๆ แต่ถึงกระนั้น เหตุกราดยิงก็ไม่ใช่เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นบ่อยๆ ในเขตเมืองหลวงของยูเครน
แต่มันก็เกิดขึ้นจนได้ เมื่อวันเสาร์ (18/4/69) ที่ผ่านมาในย่านธุรกิจกลางกรุงเคียฟ ปรากฏชายวัยกลางคน จับอาวุธปืนกราดยิงผู้คนที่เดินสัญจรไปมาอย่างไม่เลือกเป้าหมาย และยังบุกเข้าไปในซุปเปอร์ มาร์เก็ต "Vermart" ที่อยู่ในบริเวณนั้น จับคนเป็นตัวประกัน จึงสร้างความแปลกใจให้ชาวกรุงเคียฟไม่น้อย
ซึ่งเหตุการณ์นั้นก็จบลงอย่างน่าเศร้า เพราะมีผู้เสียชีวิตถึง 6 ราย รวมกับคนร้ายที่โดนวิสามัญ และบาดเจ็บอีกอีก 14 ราย หลังจากตำรวจเคียฟส่งทีมไปเจรจากับคนร้ายนานถึง 40 นาที แต่ไม่เป็นผล แถมคนร้ายยังยิงตัวประกันเสียชีวิตไปอีก 1 คน และได้ก่อเหตุวางเพลิงอพาร์ตเมนท์มาก่อนหน้าที่ด้วย เจ้าหน้าที่จึงต้องตัดสินใจจบการสนทนาด้วยลูกปืน
อิกอร์ คไลเมนโก รัฐมนตรีมหาดไทยยูเครน ที่ออกมากำกับถึงจุดเกิดเหตุกล่าวว่า "พวกเราพยายามที่จะเกลี้ยกล่อมเขาแล้ว และเรามีคนที่กำลังบาดเจ็บหนักอยู่ข้างใน แต่คนร้ายไม่ตอบสนองใดๆ ผมจึงต้องออกคำสั่งให้กำจัดเขา และมันเป็นการตัดสินใจที่ไตร่ตรองแล้วอย่างรอบคอบ"
หลังเหตุการณ์ โวโลดิมีร์ เซเลนสกี้ ผู้นำยูเครนก็ได้ออกมากล่าวแสดงความเสียใจกับผู้ที่เสียชีวิต และบาดเจ็บ ที่มีเด็กชายวัย 12 ปีรวมอยู่ด้วย อีกทั้งยังสั่งกำชับให้สอบสวนคดีอย่างเข้มงวดในทุกๆรายละเอียด
ซึ่งตอนนี้เหตุกราดยิงที่กรุงเคียฟ ถูกโยงเข้ากับคดีก่อการร้ายโดยมีผู้ต้องสงสัยเป็นรัสเซียเป็นที่เรียบร้อย เนื่องจากคนร้ายเป็นชายวัย 58 ปี เกิดที่กรุงมอสโคว ก่อนย้ายมาตั้งถิ่นฐานในแคว้นโดเนส์ทค ที่ตอนนี้เป็นพื้นที่ยึดครองของรัสเซีย และตัวเขายังมีประวัติอาชญากรรมติดตัว
แต่ในอีกด้านหนึ่ง ชาวยูเครนที่อาศัยอยู่ในละแวกบ้านเดียวกับคนร้ายกล่าวว่า พวกเขาพอคุ้นหน้า คุ้นตาชายชาวรัสเซียคนนี้อยู่บ้าง ส่วนใหญ่บอกว่าเขาเป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร อาศัยอยู่ตัวคนเดียวในอพาร์ตเมนท์ เจอหน้าก็ทักกันดีตามมารยาท และดูเป็นคนที่มีการศึกษาดี ไม่น่าเชื่อว่าจะมาก่อเหตุอุกอาจได้
ด้านทีมเจรจาที่พยายามเกลี้ยกล่อมคนร้ายเผยว่า พวกเขาพยายามต่อรองกับคนร้าย แต่เขาไม่ตอบสนองใดๆ แล้วก็ไม่ยื่นข้อเรียกร้องอะไรมาด้วย จึงยังไม่รู้ว่าแรงจูงใจในการก่อเหตุของเขาคืออะไร แต่ให้น้ำหนักค่อนไปทางคดีก่อการร้าย แม้จะยังไม่ยืนยันว่าเขาถือสัญชาติรัสเซียด้วยหรือไม่
ยูเครนเป็นหนึ่งในประเทศผู้ผลิตอาวุธ และมีอัตราการถือครองอาวุธของประชาชนค่อนข้างสูง อีกทั้งยังต้องทำสงครามติดพันกับรัสเซีย แต่ถึงกระนั้น ยูเครนก็มีอัตราการก่อคดีกราดยิงกลางเมืองค่อนข้างน้อย
จากข้อมูลทางสถิติล่าสุดของปี 2025-26 จาก Early Waring Project ของมหาวิทยาลัย Dartmouth ในสหรัฐอเมริกาพบว่า ยูเครน เป็นประเทศที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดเหตุฆาตกรรมหมู่ที่ 1.3% อยู่ในอันดับ 60 จาก 168 ประเทศ ซึ่งยังต่ำกว่าไทย ที่มีความเสี่ยง 2.5% อยู่ในอันดับที่ 33 ส่วนรัสเซีย ประเทศที่ถูกกล่าวหา อยู่ในอันดับที่ 22 ที่มีความเสี่ยง 3.3% มากกว่ายูเครนถึง2 เท่า
****************
ติดตามบทความของ "หรรสาระ" เพิ่มเติมได้ที่
Facebook - หรรสาระ By Jeans Aroonrat
Twitter - @HunsaraByJeans
Blockdit - หรรสาระ By Jeans Aroonrat
แพลทฟอร์มคุณภาพ ไม่ปิดกั้นการมองเห็นเนื้อหา
****************
แหล่งข้อมูล
โฆษณา