20 เม.ย. เวลา 10:52 • ความคิดเห็น

ว่าด้วย LGBT

เห็นมีประเด็นเรื่อง "นางสาว" ทั้งตอนนู้น และตอนนี้ จริงๆ เรื่อง LGBT หรือเรื่องความหลากหลายทางเพศก็เป็นเรื่องที่ชวนคิดอยู่ไม่น้อย และเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความคิดและเวลาในการตกผลึกและทำความเข้าใจ
รู้ไหม คนที่ยอมรับความหลากหลายทางเพศ และคนที่ไม่ยอมรับ ต่างกันตรงไหน? คำถามต่อมาคือ ฝ่ายไหนถูก ฝ่ายไหนผิด ฝ่ายไหนมีความคิดที่ล้าหลัง ...
ความจริงคือไม่มีเลย ไม่มีฝ่ายที่ถูก ไม่มีฝ่ายที่ล้าหลัง ทั้งสองฝ่ายเพียงแต่เติบโตมาในวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม แนวคิด ประเพณี และประสบการณ์ที่ต่างกัน จึงมีมุมมองแนวคิดและการยอมรับที่ต่างกัน
เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น ลองนึกถึงการกินแมว บางประเทศจะมองว่าเป็นเรื่องที่ผิด ในขณะที่บางประเทศเป็นเรื่องปกติที่ยอมรับได้ จินตนาการไม่ออกละซิว่าคนจะกินแมวได้อย่างไร
แม้จะอ้างเรื่องสิทธิหรือความเท่าเทียม แต่รู้ไหมทั้งหมดทั้งมวลของการยอมรับความหลากหลายทางเพศ คือการใช้อารมณ์ ความรูัสึก ไม่ใช่ด้วยเหตุผล มักเป็นเช่นว่า มีความรู้สึกว่ายอมรับได้ มากกว่าจะเป็นว่า มีเหตุผลให้ยอมรับได้ เรื่องนี้เราไม่ได้ใช้เหตุผลมาตั้งแต่แรก
อย่างที่กล่าวไปว่าเราเติบโตมาในวัฒธรรมที่ต่างกัน มีมุมมองแนวคิดต่างกัน คนกินแมวเขาเพียงแต่รู้สึกว่าเป็นเรื่องปกติที่ยอมรับได้ที่จะกิน และคนไม่กินก็เพียงแต่รูัสึกว่าเป็นเรื่องที่ผิดเกินจะยอมรับได้ เราไม่ได้พิจารณาถึงเหตุและผลใด มากสุดคือเราคิดหาเหตุผลเพียงเพื่อมาสนับสนุนความรู้สึกของตนเองเพียงเท่านั้น
ตั้งแต่เรื่องสมรสเท่าเทียม ผมได้ตั้งคำถามกับตัวเอง เป็นคำถามธรรมดาๆ ว่า "เห็นด้วยกับสมรสเท่าเทียมไหม"
ซึ่งคำถามนี้ได้นำไปสู่การตั้งคำถามถึงรสนิยมอื่นๆ ที่คล้ายคลึงกัน หรือในบริบทที่คล้ายกัน หากมองผิวเผิน ผมซึ้งเติบโตมาโดยคนรอบข้าง เพื่อน น้อง เป็น LGBT ผมเลยรู้สึกว่าเป็นเรื่องปกติ แต่เราไม่อาจใช้บรรทัดฐานความคิดของเรามาเป็นแกนหลักในการกำหนดกฎเกณฑ์ของสังคม เราต้องมองถึงเรื่องนี้โดยคิดถึงส่วนรวมเป็นหลัก
โดยหากมองลึกขึ้น ในโลกนี้ไม่ได้มีเพียงรสนิยมรักร่วมเพศเท่านั้น ตัวอย่างที่ใกล้เคียงกันมากๆ คือรักร่วมสายเลือด หากคุณเคยดู Game of thrones ก็คงจะรู้จักพี่น้อง Lannister คำถามต่อมาคือ คุณเห็นด้วยกับ "รักร่วมสายเลือดไหม" หรือหากมีคนต้องการแก้กฎหมายให้พี่น้องแต่งงานกันได้ รวมทั้งพ่อลูก หรือแม่ลูก คุณจะเห็นด้วยหรือไม่
แม้ว่าเราจะมีข้อโต้แย้งดีๆ เกี่ยวกับเรื่องการแพทย์ว่า "ลูกที่ออกมามีโอกาสที่จะผิดปกติ" แต่ในทำนองเดียวกัน "รักร่วมเพศ" ก็ไม่สามารถมีลูกได้ หากมองในเรื่องความอยู่รอดของสปีชีย์ การไม่สามารถมีบุตรคงจะมีความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์มากกว่าบุตรมีโอกาสผิดปกติแน่นอน แต่นั่นก็ไม่สำคัญเท่าไหร่ และในอีกแง่ "การแพทย์" ก็พัฒนาไปไกลมาก เราอาจใช้วิธีง่ายอย่างการห้ามมีลูก ทำหมัน หรือใช้การแพทย์ทำให้มีลูกที่สมบูรณ์แข็งแรงได้
และเราสามารถพูดได้ว่า "หากคนสองคนรักกัน" ทำไมเราต้องไปกีดกันพวกเขาด้วยละ หากคบคิดดีๆ คุณจะเข้าใจและตระหนักได้ว่า คุณคนที่ไม่เห็นด้วยกับรักร่วมสายเลือดนั้นเพราะขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรมที่แตกต่างกัน เช่นเดียวกับเมื่อสมัยก่อนที่ LGBT ถูกมองว่าน่ารังเกียจ หากมีการยกประเด็นรักร่วมสายเลือดจริง คงเป็นเรื่องยากที่จะโต้แย้งโดยใช้เหตุผล และจะง่ายกว่าหากยกเรื่องผิดศีลธรรมมาใช้แทน
นี่ยังไม่พูดถึงร่วมเพศกับสัตว์ด้วยนะ หรือเบากว่านั้นอย่างการสำเร็จความใคร่ให้สัตว์เลี้ยง
เพื่อให้ง่ายขึ้นในการทำความเข้าใจ คิดเล่นๆ ว่า หากมีคนต้องการแก้กฎหมายให้สามารถกินแมวได้อย่างถูกกฎหมาย "คุณจะเห็นด้วยหรือไม่"
อย่างที่บอกไปว่าหากพูดเรื่องเหตุผล เราไม่ได้สนับสนุนให้คนกินแมว แค่เราปรับเปลี่ยนกฎหมายเพื่อให้คนส่วนน้อยนั้นมีที่ยืน และโอบรับวัฒนธรรมที่แตกต่าง แต่แน่นอนละ เมื่อเราเติบโตมาในวัฒนธรรม แนวคิด ความเชื่อของไทย เราจะรู้สึกว่า "การกินแมว" เป็นสิ่งที่ผิด และคงเป็นเรื่องที่ธรรมดาที่คุณจะต่อต้านกฎหมายอนุญาตกินแมว
นั่นละคือความแตกต่างทางวัฒนธรรม ไม่ใช่แค่ประเทศสองประเทศ แม้ประเทศเดียวกันก็มีภูมิภาคต่างๆ ที่มีขนบธรรมเนียม ประเพณี ความเชื่อ วัฒธรรมที่แตกต่างกัน หรือแม้แต่คนต่าง gen ก็มีความคิด ความเชื่อ มุมมองที่ต่างกัน และไม่ใช่ว่ามีใครต้องเป็นคนผิด หรือใครต้องเป็นคนล้าหลัง
คงจะดีไม่น้อยหากเราพยายามสักหน่อยในการทำความเข้าใจความคิดที่แตกต่างจากเรา แต่แน่ละ จะใช้เหตุผลทำไมถ้าต่อยกันได้
Legacy, Genealogy, Belief, and Tradition
โฆษณา