21 เม.ย. เวลา 03:26 • ธุรกิจ

เขาไม่ได้ปฏิเสธความมั่งคั่ง

แต่ปฏิเสธการยกความร่ำรวยขึ้นเป็นศาสนาสูงสุดของชีวิต
คำว่า “รวยไม่ไหวแล้ว” อาจเป็นถ้อยคำที่ฟังดูเร้าใจในทางการเมือง
แต่สำหรับบางคน ความสำเร็จที่แท้จริงไม่เคยอยู่ที่การมีมากจนล้นมือ
หากอยู่ที่การมีมากพอจะสร้างประโยชน์ โดยไม่ปล่อยให้ใจตนเองล้นไปด้วยความโลภ
เพราะความร่ำรวยที่ไร้ขอบเขต
ไม่ได้ทำให้มนุษย์สูงขึ้นเสมอไป
หลายครั้งกลับทำให้มนุษย์เล็กลง
เล็กลงเพราะเริ่มวัดทุกสิ่งด้วยราคา
เล็กลงเพราะลืมว่าคุณค่าบางอย่าง ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อซื้อขาย
เราจึงไม่จำเป็นต้องอยากรวยตามนิยามที่โลกชอบตะโกนใส่กัน
ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ตนเองด้วยจำนวนทรัพย์สิน
หรือแข่งกันประกาศว่าใครไปไกลกว่ากันบนถนนสายของความทะยานอยาก
สิ่งที่ควรใฝ่หา อาจไม่ใช่ความร่ำรวยจนเกินรับไหว
แต่อาจเป็นการมีชีวิตที่มั่นคง
มีงานที่เกิดประโยชน์
มีพลังพอจะสร้างบางสิ่งให้ผู้อื่น
และมีสติพอจะไม่ยอมให้เงินกลายเป็นนายเหนือจิตใจ
เพราะท้ายที่สุดแล้ว
ความยิ่งใหญ่ของคนคนหนึ่ง
อาจไม่ได้อยู่ที่เขามีมากเพียงใด
แต่อยู่ที่เมื่อเขามีพอจะเอื้อมถึงทุกอย่าง
เขายังเลือกจะหยุดอยู่ตรงคำว่า พอ ได้อย่างสง่างาม
ข้าไม่ปรารถนาความร่ำรวยตามนิยามที่โลกชอบเปล่งเสียงอวดอ้าง
ไม่ใฝ่หาความมั่งคั่งที่พองตัวจนเกินจะรับไหว
เพราะทรัพย์สินที่มากขึ้น มิได้แปลว่าหัวใจจะสูงขึ้นตาม
สิ่งที่มีค่ากว่าเงิน
คือการรู้ว่าเมื่อใดควรพอ
สิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าความรวย
คือการมีอำนาจจะครอบครอง แต่ไม่ปล่อยให้ความอยากครอบงำตน
คนบางคนอยากรวยจนโลกต้องหันมามอง
แต่คนอีกประเภทหนึ่ง เพียงอยากสร้างสิ่งที่มีประโยชน์พอ
จนแม้โลกไม่ต้องหันมามอง
คุณค่าของสิ่งนั้นก็ยังคงยืนอยู่ได้ด้วยตัวเอง
และบางที
ศักดิ์ศรีของมนุษย์
ก็ไม่ได้อยู่ที่การพูดว่า “รวยไม่ไหวแล้ว”
แต่อยู่ที่การพูดกับตนเองได้อย่างสงบว่า
“มีเท่านี้ก็พอจะทำประโยชน์ได้แล้ว”
ไม่อยากรวยจนลืมตัว
แต่อยากมีพอจนยังเป็นตัวของตัวเอง
ไม่อยากมั่งคั่งจนใจหนักไปด้วยความอยาก
แต่อยากมั่นคงพอจะสร้างประโยชน์โดยไม่เบียดเบียนใคร
เพราะความสูงค่าของชีวิต
ไม่ใช่การมีมากที่สุด
แต่คือการรู้ว่า เมื่อใดควรพอ และพอนั้นยังสง่างาม
โฆษณา