Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
PPTV Wealth
•
ติดตาม
21 เม.ย. เวลา 09:00 • หุ้น & เศรษฐกิจ
“ราคาสินค้า” ในวันที่โลกไม่เหมือนเดิมเปิดรายสินค้าที่ขึ้นราคาแรงที่สุด
“ราคาสินค้า” ในวันที่โลกไม่เหมือนเดิมเปิดรายสินค้าที่คน“เลี่ยงไม่ได้” แต่ขึ้นราคาแรงที่สุด เพราะน้ำมันคือราคาของทุกอย่าง
สุธาสินี พงษ์สนาม Economist, Bnomics โดยBnomics by Bangkok Bank ธนาคารกรุงเทพ วิเคราะห์ราคาสินค้าในวันที่โลกไม่เหมือนเดิม โดยหากย้อนดูตั้งแต่ช่วงหลังโควิด-19 การปรับขึ้นของราคาสินค้าไม่ได้ขึ้นพร้อมกันพลังงานเป็นต้นทุนของทั้งระบบเศรษฐกิจ เมื่อราคาน้ำมันขึ้น ต้นทุนของเกือบทุกอย่างจะขึ้นตาม
โดยกลุ่มที่ขึ้นแรงที่สุด คือ อาหารจำเป็น พลังงาน และการขนส่ง โดยกลุ่มที่ขึ้นช้าที่สุด คือ การสื่อสาร การศึกษา และค่ารักษาพยาบาล
“ราคาสินค้า” ในวันที่โลกไม่เหมือนเดิมฃเปิดรายสินค้าที่คน“เลี่ยงไม่ได้” แต่ขึ้นราคาแรงที่สุด เพราะน้ำมันคือราคาของทุกอย่าง
โควิดไม่ได้แค่หยุดเศรษฐกิจ แต่เปลี่ยนโครงสร้างราคา
ก่อนปี 2020 ไทยอยู่ในโลกที่เงินเฟ้อต่ำ ราคาสินค้าส่วนใหญ่ขยับขึ้นปีละไม่มาก ผู้บริโภคยังรู้สึกว่าค่าครองชีพ “พอคาดเดาได้”
แต่โควิดทำให้โลกเปลี่ยนไป
ช่วงแรกเป็น Demand Shock ผู้คนลดการใช้จ่าย รายได้หาย ธุรกิจจำนวนมากปิดตัว การเดินทางหยุดชะงัก ราคาสินค้าหลายอย่างจึงทรงตัวหรือปรับลดลง แต่เมื่อเศรษฐกิจกลับมาเปิดอีกครั้ง โลกกลับเจอทั้งแรงซื้อที่ฟื้นขึ้นพร้อมต้นทุนที่สูงกว่าเดิม ทั้งน้ำมัน ค่าแรง ค่าขนส่ง และวัตถุดิบ นี่คือจุดที่เงินเฟ้อกลับมาเร็วและแรงที่สุดในรอบหลายสิบปี
ดังนั้นหากพูดถึงวิกฤติพลังงานปี 2026 ยืดเยื้อ เงินเฟ้อรอบใหม่ของไทยในกลุ่มอาหาร ขนส่ง และของใช้ประจำวันจะขึ้นก่อนกลุ่มอื่น
โดยเส้นทางเงินเฟ้อไทยในรอบ 6 ปี ที่มีจุดเริ่มต้นเดียวกัน…แต่ปลายทางคนละเรื่องกัน
●
2019: เงินเฟ้อต่ำ ราคาสินค้าส่วนใหญ่ขยับขึ้นช้า
●
2020–2021: Demand Shock คนตกงาน รายได้ลด การเดินทางหยุด
●
2022–2024: Demand กลับมา แต่ต้นทุนพลังงาน วัตถุดิบ และขนส่งพุ่ง
●
2025–2026: โลกเริ่มกังวลต้นทุนพลังงานและความเสี่ยงจากตะวันออกกลางรอบใหม่
ซึ่งสิ่งของที่คน “เลี่ยงไม่ได้” ขึ้นแรงที่สุด
●
น้ำตาล +17.81%
●
ไข่และนม +16.29%
●
อาหารสำเร็จรูป +16.12%
●
เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ +14.48%
●
พาหนะและน้ำมัน +12.53%
●
ค่าโดยสารและขนส่ง +11.59%
เพิ่มขึ้นเฉลี่ย ≈ 14.80%
สะท้อนว่า ของที่คนเลี่ยงซื้อไม่ได้ มักเป็นของที่ขึ้นราคาได้มากที่สุด
ทำไมของจำเป็นขึ้นแรงกว่ากลุ่มอื่น
●
สินค้าที่ขึ้นแรงที่สุดหลังโควิดคือกลุ่มอาหารและของใช้จำเป็น เพราะเป็นสิ่งที่คน “หยุดซื้อไม่ได้” ไม่ว่าราคาจะขึ้นแค่ไหน คนก็ยังต้องซื้อ หรือที่เรียกว่า Inelastic Demand
●
ต้นทุนวัตถุดิบโลกเพิ่มขึ้น ทั้งน้ำตาล อาหารสัตว์ ธัญพืช และพลังงาน หรือ Cost Push Inflation ซึ่งรับมือได้ยาก เพราะอาจนำไปสู่การขึ้นค่าจ้าง และเกิดวงจรราคากับค่าจ้างที่ดันกันขึ้นไปเรื่อย ๆ (Wage Price Spiral)
●
หลังโควิด ผู้บริโภคหันมาใช้ชีวิตแบบเร่งรีบมากขึ้น อาหารพร้อมทานและเครื่องดื่มจึงยิ่งได้รับความนิยม ทำให้ราคากลุ่มนี้ขึ้นได้ง่ายกว่าเดิม
●
Supply chain ยังไม่กลับสู่ภาวะปกติเต็มที่ ค่าระวางเรือและต้นทุนโลจิสติกส์ยังสูง
น้ำมันคือราคาของทุกอย่าง
เมื่อราคาน้ำมันขึ้น สิ่งที่ขึ้นตามไม่ได้มีแค่น้ำมันรถ ต้นทุนการขนส่ง ค่ารถบรรทุก ค่าระวางเรือ ค่าไฟ ค่าโลจิสติกส์ และต้นทุนโรงงาน ล้วนเชื่อมโยงกับพลังงานทั้งทางตรงและทางอ้อม
สุดท้ายต้นทุนเหล่านี้จะถูกส่งต่อไปยังราคาสินค้าแทบทุกชนิด ตั้งแต่ของในซูเปอร์มาร์เก็ต ไปจนถึงค่าอาหารตามสั่งหน้าปากซอย
และในปี 2026 ความเสี่ยงนี้กำลังกลับมาอีกครั้ง เพราะไทยยังพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางสูง หากวิกฤติพลังงานยืดเยื้อ ราคาดีเซลและต้นทุนขนส่งอาจเร่งตัวอีกระลอก และสร้างแรงกดดันด้านค่าครองชีพ โดยเฉพาะกลุ่มอาหาร ขนส่ง และสินค้าจำเป็น
แต่ไม่ใช่ทุกอย่างจะขึ้นพร้อมกัน
หมวดที่ขึ้นช้ากว่ากลุ่มอื่นชัดเจน ได้แก่
●
การสื่อสาร +0.26%
●
การศึกษา +3.71%
●
ค่ารักษาพยาบาล +4.35%
●
ค่าไฟฟ้าและน้ำประปา +8.07%
เพิ่มขึ้นเฉลี่ย ≈ 4.10%
เหตุผลสำคัญคือ การกำกับดูแลราคา และมาตรการอุดหนุนจากภาครัฐ ทำให้สินค้าบางกลุ่มไม่สามารถปรับขึ้นราคาได้เร็วเหมือนกลุ่มอื่น
สุธาสินี กล่าวเพิ่มเติมว่า บทเรียนสำคัญ คือ สิ่งที่เราเรียนรู้จากช่วงหลังโควิดคือ เงินเฟ้อเป็นเรื่องของคุณภาพชีวิต และไม่ได้กระทบทุกคนเท่ากัน
ครัวเรือนรายได้น้อยได้รับผลกระทบหนักที่สุด เพราะรายจ่ายส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในอาหาร พลังงาน และค่าเดินทาง ซึ่งเป็นกลุ่มที่ราคาขึ้นแรงที่สุดเสมอ
หากวิกฤติพลังงานในปี 2026 รุนแรงขึ้น เราจะไม่ได้เห็นแค่ราคาน้ำมันแพงขึ้น แต่จะเห็นอาหาร ขนส่ง และของใช้ประจำวันทยอยขึ้นตามมาเป็นลูกโซ่
และนั่นหมายความว่า สิ่งที่ต้องจับตาไม่ใช่แค่ “เงินเฟ้อเฉลี่ย” แต่คือ “เงินเฟ้อของสิ่งที่คนจำเป็นต้องซื้อทุกวัน”
เพราะสุดท้ายแล้ว คนไม่ได้รู้สึกว่าเงินเฟ้อสูงจากตัวเลข CPI แต่รู้สึกจากราคาข้าวแกง ค่าน้ำมัน และบิลค่าใช้จ่ายที่แพงขึ้นทุกเดือน
เงินเฟ้อจึงไม่ใช่แค่ตัวเลขในรายงานเศรษฐกิจ แต่คือสิ่งที่สะท้อนว่าคนแต่ละกลุ่มต้องจ่ายแพงขึ้นแค่ไหน ใช้ชีวิตยากขึ้นเพียงใด และมีกำลังซื้อเหลืออยู่มากน้อยเพียงใด
อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่ :
https://www.pptvhd36.com/wealth/stock-investment/273632
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมที่เว็บไซต์
https://www.pptvhd36.com
และช่องทาง Social Media
Facebook PPTV Wealth :
https://www.facebook.com/PPTVWealth/
YouTube Wealth :
www.youtube.com/@PPTVWealth
สินค้าอุปโภคบริโภค
ปรับขึ้นราคา
เศรษฐกิจไทย
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย