วันนี้ เวลา 04:00 • หุ้น & เศรษฐกิจ

ถอดพินัยกรรม Whitney Houston ทยอยจ่ายมรดกอย่างไร ให้ลูกมีเงินใช้ตลอดชีวิต

จะส่งต่อทรัพย์สินที่หามาทั้งชีวิตให้ลูกอย่างไร ไม่ให้ลูกเอาไปใช้หมดในครั้งเดียว ?
เรื่องนี้น่าจะเป็นความกังวลลึก ๆ ที่ซ่อนอยู่ในใจของคนเป็นพ่อแม่แทบทุกคน
เพราะการยกมรดกก้อนใหญ่ให้ลูกในวันที่เขายังไม่พร้อม มรดกที่ควรจะเป็นของขวัญ ก็อาจกลายเป็นดาบสองคม ที่ย้อนกลับมาทำร้ายชีวิตเขาได้เช่นกัน
โจทย์สำคัญของการส่งมอบความมั่งคั่ง จึงไม่ใช่แค่เรื่องของจำนวนเงิน แต่คือคำถามที่ว่าควรให้เมื่อไร และให้ด้วยวิธีไหน เพื่อให้เงินก้อนนั้นดูแลเขาได้นานที่สุด
และหนึ่งในกรณีศึกษาที่ตอบโจทย์เรื่องนี้ได้อย่างน่าสนใจ คือเรื่องราวการออกแบบพินัยกรรมของศิลปินระดับตำนานอย่างคุณ Whitney Houston
ที่ได้วางแผนส่งมอบมรดกมหาศาลให้กับลูกสาว ผ่านกลไกที่ทำให้มั่นใจได้ว่า ลูกจะมีเงินใช้ไปได้เรื่อย ๆ โดยไม่มีทางใช้หมดทีเดียว
พินัยกรรมของคุณ Whitney Houston ถูกออกแบบไว้อย่างไร ?
มาหาคำตอบด้วยกันกับ WealthThink ทำความมั่งคั่ง ให้เป็นเรื่องง่าย
ย้อนกลับไปตอนที่คุณ Whitney Houston เสียชีวิต เธอได้ทิ้งมรดกมูลค่าประมาณ 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว ๆ 600 ล้านบาทเอาไว้
โดยระบุให้คุณ Bobbi Kristina ลูกสาวคนเดียวของเธอเป็นผู้รับผลประโยชน์ของมรดกก้อนนี้
ตามปกติแล้ว ถ้าเป็นพินัยกรรมแบบทั่วไป ทรัพย์สินก้อนใหญ่นี้จะตกเป็นของลูกสาวโดยตรง
แต่สำหรับคุณ Whitney Houston กลับเลือกที่จะไม่ทำแบบนั้น..
เพราะแทนที่จะส่งเงินก้อนให้ลูกทีเดียว เธอเลือกที่จะวางแผนมรดกผ่านกองทรัสต์ที่จัดตั้งขึ้นตามพินัยกรรม หรือที่เรียกว่า Testamentary Trust
อธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ คือ กองทรัสต์ประเภทนี้จะถูกจัดตั้งขึ้นเมื่อผู้ทำพินัยกรรมเสียชีวิตลง โดยจะทำหน้าที่ตามเจตนาที่ถูกระบุไว้ในพินัยกรรม
กลไกของมันคือ การมอบอำนาจให้บุคคลที่สาม ที่เรียกว่าทรัสตี (Trustee) เข้ามาทำหน้าที่ถือครอง และบริหารจัดการทรัพย์สินทั้งหมดแทน
เพื่อคอยดูแลและปกป้องผลประโยชน์ให้กับผู้รับผลประโยชน์ ซึ่งในกรณีนี้ก็คือลูกสาวของเธอนั่นเอง
ซึ่งข้อดีที่เป็นอาวุธสำคัญของทรัสต์ประเภทนี้ คือสามารถตั้งเงื่อนไขให้ทยอยจ่ายเงินตามช่วงอายุได้ล่วงหน้า
ทำให้ช่วยลดความเสี่ยงที่ลูกสาวของเธอจะได้รับเงินก้อนใหญ่มากเกินไป ในวัยที่วุฒิภาวะอาจจะยังไม่พร้อม
โดยคุณ Whitney Houston ได้กำหนดเงื่อนไข การทยอยจ่ายเงินมรดกให้ลูกสาวเอาไว้ว่า
- เมื่ออายุครบ 21 ปี จะได้รับเงิน 10% ของมรดก หรือประมาณ 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- เมื่ออายุครบ 25 ปี จะได้รับเงินเพิ่มอีก 1 ใน 6 ของมรดก หรือประมาณ 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- เมื่ออายุครบ 30 ปี จะได้รับมรดกส่วนที่เหลือทั้งหมด
ซึ่งโครงสร้างนี้ถูกออกแบบมา เพื่อให้การรับเงินมรดกของลูกสาวสอดคล้องกับความพร้อมในการบริหารเงินที่เพิ่มขึ้นตามอายุ
โชคร้ายที่ในโลกความเป็นจริง ชีวิตมักมีเรื่องไม่คาดฝันซ่อนอยู่เสมอ เพราะคุณ Bobbi Kristina ลูกสาวของเธอได้เสียชีวิตลงอย่างกะทันหัน ในวัยเพียง 22 ปี
นั่นก็หมายความว่า เธอเพิ่งจะได้รับเงินมรดกไปเพียง 10% หรือราว 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น
แต่อย่างไรก็ตามในอีกมุมหนึ่ง ก็ถือว่าโชคดีที่คุณ Whitney Houston เองก็ได้เตรียมแผนสำรองเอาไว้ล่วงหน้าด้วย
จากการระบุไว้ในพินัยกรรมอย่างชัดเจนว่า หากลูกสาวเสียชีวิตโดยที่ยังไม่ได้แต่งงาน ไม่มีลูก และไม่ได้ทำพินัยกรรมของตัวเองเอาไว้
มรดกที่เหลือทั้งหมดจะถูกส่งต่อให้แก่ คุณแม่ พี่น้อง รวมถึงสามีของเธอ เป็นผู้รับผลประโยชน์แทน
ซึ่งประเด็นที่น่าสนใจคือ แม้ในพินัยกรรมจะมีชื่อของอดีตสามีอย่าง คุณ Bobby Brown เป็นหนึ่งในผู้รับผลประโยชน์อยู่ด้วย
แต่คุณ Whitney Houston ได้เขียนสถานะกำกับไว้ว่าจะให้ในฐานะสามี ทำให้เมื่อทั้งคู่หย่าร้างกันไปแล้ว เขาจึงขาดคุณสมบัติการเป็นสามีตามเงื่อนไข และหมดสิทธิ์ในมรดกส่วนนี้ไปโดยปริยาย
ทีนี้หากลองจินตนาการดูว่า หากคุณ Whitney Houston ไม่ได้เขียนแผนสำรองนี้เอาไว้ มรดกส่วนที่เหลือก้อนใหญ่อีกราว 18 ล้านดอลลาร์สหรัฐของลูกสาว
ก็มีโอกาสสูงมากที่จะตกไปเป็นของอดีตสามี อย่างคุณ Bobby Brown ทันที ในฐานะพ่อ ซึ่งเป็นทายาทโดยธรรมตามกฎหมายของลูกสาว
ซึ่งการให้เงินก้อนโตนี้ตกไปอยู่ในมือของอดีตสามี ที่หย่าร้างกันไปแล้วก็คงไม่ใช่สิ่งที่คนเป็นแม่ต้องการให้เกิดขึ้นแน่ ๆ
กรณีนี้จึงสะท้อนบทเรียนสำคัญว่า นอกจากการวางแผนส่งมอบมรดกอย่างรัดกุมแล้ว พินัยกรรมก็ไม่ใช่เอกสารที่ทำครั้งเดียวแล้วจบ
แต่คือสิ่งที่ควรถูกทบทวนและปรับปรุงอยู่เสมอ เมื่อมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นในชีวิต
เพราะชีวิตเราเดินไปข้างหน้าและเกิดความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการหย่าร้าง หรืออาจจะมีลูกเพิ่ม หรือแม้แต่การเริ่มต้นชีวิตคู่ครั้งใหม่
หากเราไม่อัปเดตพินัยกรรมให้สอดคล้องกับปัจจุบัน สิ่งที่ตามมาก็อาจกลายเป็นช่องโหว่
ที่มักจะนำไปสู่ข้อพิพาท การถกเถียงแย่งชิงกันในครอบครัว หรือแม้แต่การที่ทรัพย์สินที่เราตั้งใจหามาทั้งชีวิต อาจตกไปอยู่ในมือของคนที่เราไม่ได้อยากจะให้แล้ว
ดังนั้น การหมั่นทบทวนและปรับปรุงพินัยกรรมอยู่เสมอ จึงเป็นวิธีเดียวที่จะทำให้แน่ใจได้ว่า
ความตั้งใจสุดท้ายของเรา จะส่งไปถึงคนที่เรารักได้อย่างสมบูรณ์ และไม่กลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทำร้ายใครในวันที่เราไม่อยู่แล้วนั่นเอง..
#WealthTransfer
#วางแผนมรดก
#WhitneyHouston
โฆษณา