22 เม.ย. เวลา 13:30 • กีฬา

"Ronaldinho The One and Only: มหัศจรรย์แห่งโลกลูกหนัง"

พอได้ดูสารคดี "Ronaldinho"
อดีตดาวเตะระดับตำนาน
ผู้เคยเป็นมากกว่าปรากฎการณ์
ที่โลกลูกหนังต้องจารึกเสมอมา
ท่ามกลางยุคสมัยใหม่ซึ่งเต็มไปด้วย
แท็กติกซับซ้อน รายละเอียด เทคโนโลยี
และการชิงเหลี่ยมเยอะกว่าสมัยก่อน
ก็แอบทำให้รู้สึกมากมายว่า
ในใจมัน "คิดถึง" โมเมนต์เหล่านี้
แบบที่ไม่ได้เห็นมานานเหลือเกิน
.
.
.
1. "นักเตะ" ผู้มาพร้อมรอยยิ้มพิมพ์ใจ เล่นไปยิ้มไป ปล่อยใจสนุกกับฟุตบอลที่เขาเติบโตมา ไม่ว่าโลกข้างนอกจะถาโถมด้วยคำวิจารณ์จากสื่อหรือใครๆ
ยามได้ลงเล่น เขาเหมือนกลับไปสวมวิญญาณเด็กน้อยฟันเหยินคนนั้น ที่โฟกัสอยู่กับลูกกลมๆ แม้แต่ตอนไปธุระหาพ่อ ก็ยังตั้งปณิธานจะเดาะบอลไปเรื่อยๆ ไม่ให้โดนพื้นง่ายๆ
2. "สีสันที่คิดถึง" จะมีสักกี่คนที่สร้างโมเมนต์ชวนทึ่งทุกครั้งที่สัมผัสบอล ก็พร้อมล็อคหลบ โยกหลอก ม้วนคลึง บางทีก็ทำมึนมองไปอีกทางและส่งบอลเนียนๆ โดยเรียนรู้เทคนิคนี้มาจากนักบาสเก็ตบอลอาชีพและเอามาปรับใช้กับฟุตบอล
บางทีก็กระดกลูกข้ามหัวคู่แข่งง่ายๆ หรือใช้ความเร็วฉีกกระชาก ลากเลื้อยไปสุดเส้น ก่อนจะตะบันกระซวกตาข่ายเป็นว่าเล่น หรือจะเซ็ตพีชก็โคตรจะเป็น Top Talent ยิงแม่นแบบจับวาง บางลูกก็ส่ายโค้งฮุคลงไปอย่างงดงามจนโกลอีกฝ่ายทำได้แค่เซฟด้วยสายตา
นักเตะแบบ Ronaldinho คือนิยามที่ทำให้เห็นว่าส่วนผสมของการเล่นที่สวยงามตระการตาและเปี่ยมประสิทธิภาพมันเป็นยังไง ในการใช้ลูกเล่นอันแพรวแพรว แต่ก็ช่วยให้ทีมเล่นง่าย เพื่อนๆ ได้ประโยชน์ทุกครั้งที่เขาโชว์ทริค จ่าย หรือดึงตัวประกบให้
โคตรจะกำไรแฟนบอลทุกครั้งที่ได้ดู ราวกับนักดนตรีที่กำลังบรรเลงเพลงแข้งบนฟลอร์หญ้าอย่างสนุกสุขใจ แถมให้ด้วยลีลาท่าเต้นสไตล์แซมบ้า พาคนรอบข้างครื้นเครงตามกัน ไม่มีการเต้นยั่วยุคู่แข่งรึแฟนบอลแบบที่รุ่นน้องร่วมชาติหลายคนทำ ทุกอย่างของเขามีแต่สื่อไปด้วยหัวใจและพลังบวกของชายผู้รักฟุตบอล
3. "ต้นแบบ" ของสายซัพตัวจริง แม้จะขึ้นหิ้งเป็นตำนานที่ทั้งโลกให้การยอมรับ แม้แต่แฟนๆ R.Madrid ยังเคยยืนปรบมือให้ทั่วสนามเบนาเบว ในเกมที่ Barcelona บุกไปชนะ และ Ronaldinho ร่ายเวทย์ระเบิดฟอร์มอันงดงาม
ทั้งเกียรติยศที่กวาดมาแทบทุกแชมป์ในนามสโมสร-ทีมชาติ ทั้งแชมป์โลก แชมป์ UCL และรางวัลส่วนตัว โดยเฉพาะบัลลงดอร์
แต่สิ่งที่ทำให้ผมเคารพรักและนับถือรอนนี่มากๆ คือความเป็นผู้ใหญ่ ใจกว้าง โอบอ้อมอารี เปี่ยมด้วยเจตนาดี เวลาเล่นคือแฟร์เพลย์ ไม่เคยคิดทำร้ายใคร ถึงจะเคยโดนใบแดงในบอลโลก 2002 ก็เป็นการฟาล์วแบบไม่ต้้งใจเลย
ทั้งการเป็นผู้ที่เคยมีพระคุณต่อ "L.Messi" ในฐานะดาวเตะรุ่นพี่ที่คอยปลูกฝัง ให้กำลังใจ ลูกชิพวันนั้นที่ส่งให้ดาวเตะฟ้าขาวยิงลูกแรกในนามอาซูลกราน่าได้ เขาเองก็ดีใจสุดเหวี่ยงไปด้วย เหมือนเป็นคนยิงเอง พร้อมให้รุ่นน้องขี่หลังฉลองไปด้วยกัน
แผ่นหลังของ Ronaldinho ในวันนั้น คือจุดเริ่มต้นทุกอย่างที่ทำให้ L.Messi ยิ่งใหญ่ได้จนถึงวันนี้ และยังคงยอมรับในสารคดีว่าเขาเป็นหนี้บุญคุณรุ่นพี่คนนี้มากจริงๆ
รวมถึงโมเมนต์น่ารักๆ อย่างตอนกลับไปเยือนถิ่นเก่าในเกมกระชับมิตร Barcelona - AC Milan บรรดาอดีตเพื่อนร่วมทีมต่างก็ให้การต้อนรับรอนนี่ สวมกอด คล้องคอ สนิทสนมเหมือนไม่เคยย้ายไป พร้อมเสียงปรบมือกึกก้องจากแฟนบอลทั่วสนาม Camp Nou แสดงให้เห็นว่าเขาเป็นที่รักขนาดไหน โดยเฉพาะแฟนบาร์ซ่าที่อยู่ด้วยกันมานานและผ่านอะไรมาด้วยกันมากมาย
ภาพที่ C.Puyol กัปตันผู้แข็งแกร่งเดินมาจูงมือรอนนี่ไปร่วมถ่ายรูปหมู่กับทีมบาร์ซ่า ราวกับเขาไม่เคยจากที่นี่ไปไหน คือภาพแทนคำนับพันที่บอกว่า สำหรับที่นี่... เขาไม่ใช่แค่ตำนานที่จบไปแล้ว แต่คือคนในครอบครัวที่กลับมาเยี่ยมบ้าน"
และตอนอยู่ AC Milan ในเกมเปิดบ้านถล่ม Udinese กับช็อตได้จุดโทษ ซึ่งปกติ Ronaldinho รับหน้าที่สังหาร แต่เขาเอาบอลเดินไปจะให้ "D.Beckham" ยิงแทน เพื่อเปิดสถิติแรกกับทีมใหม่ ในวันที่เพิ่งย้ายมาแบบยืมตัว
(ก่อนที่ M.Ambrosini ที่เป็นกัปตันเกมนั้น และรองกัปตันของทีมจะขอให้ Klass-Yan Huntelaar ดาวยิงคนใหม่ยิงเบิกสกอร์แรก เรียกความมั่นใจแทน) นับเป็นความประทับใจเล็กๆ แต่ผมในฐานะแฟนมิลานไม่เคยลืม แม้ทั้งคู่จะเคยอยู่ทีมคู่ปรับกันในสเปนมานานก็ตาม
หรือตอนที่เขากลับบราซิล พา Atlético Mineiro คว้าแชมป์โคปา ลิเบอตาดารอส หรือแชมป์ระดับทวีปอเมริกาใต้มาครอง จบเกมก็เดินไปกอดดีใจกับ "Jô" อดีตกองหน้าดาวรุ่ง Man City ที่ไม่เคยรุ่งจริงๆ สักที จนวันนี้ที่กลับมายิงประตูและคว้าแชมป์ด้วยกัน พร้อมกับบอกรุ่นน้องว่าฉันบอกแล้ว ว่านายเป็นกองหน้าที่ดีเสมอ!
สื่อให้เห็นว่าเขาไม่เพียงใช้พรสวรรค์ผ่านฝีเท้าอันเจิดจ้าฉายแสงบนสนามเท่านั้น หากแต่ยังส่งพลัง มอบความรู้สึกดีๆ ให้บรรดาเพื่อนร่วมทีมฮึดสู้และเค้นศักยภาพไปด้วยกันได้ด้วย
แม้แต่ตอนติดคุกที่ปารากวัยก็ยังพาทีมนักโทษด้วยกัน แข่งฟุตซอลคว้าแชมป์และได้รางวัลเป็นหมูตัวเบ้อเร่อ เรียกความสุขและเสียงหัวเราะกันมากมาย
แม้จะเสียดายบ้างที่สไตล์นักเตะบราซิลส่วนมาก ทำให้รอนนี่หลงแสงสีเสียง ตี้หนักจัดเต็มเป็นว่าเล่น รวมถึงเอเยนต์พี่ชาย ที่เคยพากันหลงทางมาก็มีบ้าง แต่ก็คิดอ่านเพื่อน้องเสมอ
และรอนนี่เองก็เป็นคนรักครอบครัว เชื่อฟังพี่ตลอดมา ขณะที่เขาเองก็ต้องรับมือกับความเจ็บปวดในใจจากการใส่สีตีไข่ของสื่อมากมาย ดาวดังขนาดไหนก็เป็นมนุษย์คนหนึ่งที่เจ็บเป็น รู้สึกเหมือนกัน และสารคดีก็ฉายภาพในใจเหล่านั้นออกมาชัดเจน จนไม่คิดเลยว่าจะได้เห็นน้ำตาของเขาขึ้นมา
ทั้งหมดนี้อยากยอมรับจากใจว่าครั้งหนึ่งในชีวิตที่ได้ดูบอล บนสนามที่มี "Ronaldinho" มันคือความสุข ความทรงจำที่ทรงคุณค่า ชนิดที่ VAR. ยุคนี้ก็ไม่มีวันริบคืนได้
ขอบคุณจากใจที่ครั้งหนึ่งคุณเคยมาเล่นให้ AC Milan นะครับ เสียดายไม่ทันได้ชูถ้วยสคูเด็ตโต้ 2010-11 ด้วยกัน ทว่านั่นก็เพียงพอแล้วที่ครั้งหนึ่งในรั้ว San Siro เคยมีชื่อของคุณ และครั้งหนึ่งที่วงการฟุตบอลถูกแต่งแต้มด้วยสีสันอันงดงาม สนุกสนานจริงๆ,,,⚽🇧🇷
โฆษณา