21 เม.ย. เวลา 22:34 • หุ้น & เศรษฐกิจ

สรุป MD&A Q1/2569 ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) : CREDIT

1. ภาพรวมผลการดำเนินงาน (1Q/2569)
ธนาคารมีกำไรสุทธิในไตรมาสนี้อยู่ที่ 1,164.7 ล้านบาท ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจดังนี้:
เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY): กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 29.0% (จาก 903.0 ล้านบาท)
เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ): กำไรสุทธิลดลงเล็กน้อย 0.8% (จาก 1,174.6 ล้านบาท)
ปัจจัยบวกหลัก: การลดลงของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected Credit Loss - ECL) อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากการบริหารสินเชื่อที่ระมัดระวังและมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้เพื่อป้องกันการตกชั้นของหนี้
2. รายได้และค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงาน
รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ
รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (Net Interest Income): อยู่ที่ 3,643.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.2% YoY แต่ลดลง 2.1% QoQ
รายได้ดอกเบี้ยรวม: 4,538.9 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากสินเชื่อแก่ลูกหนี้ (4,423.3 ล้านบาท)
ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย: 895.4 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยทั้ง YoY และ QoQ ผลจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากตามนโยบายดอกเบี้ยของ ธปท.
ส่วนต่างอัตรารายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM): อยู่ที่ 7.0% ลดลงจาก 7.9% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
รายได้อื่นและค่าใช้จ่ายอื่นๆ
รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย: 150.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากปีก่อน เนื่องจากรายได้ค้างรับจากเงินชดเชย FIDF
ค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่นๆ: 1,666.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.8% YoY จากค่าใช้จ่ายพนักงานและระบบคอมพิวเตอร์เพื่อรองรับการเติบโต
อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (Cost to Income Ratio): อยู่ที่ 43.9% ปรับตัวดีขึ้น (ลดลง) จากไตรมาสก่อนหน้าที่ 46.6%
3. ฐานะทางการเงินและคุณภาพสินทรัพย์
โครงสร้างสินเชื่อและเงินรับฝาก (ณ 31 มี.ค. 2569)
สินทรัพย์รวม: 220,740.7 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 5.3% จากสิ้นปี 2568)
เงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้: 188,751.8 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 3.8% จากสิ้นปี 2568)
แบ่งเป็น:
สินเชื่อไมโครเอสเอ็มอี: 128,829.6 ล้านบาท (68.3%)
สินเชื่อที่ใช้บ้านเป็นหลักประกัน: 28,399.8 ล้านบาท (15.0%)
สินเชื่อนาโนและไมโครเครดิต: 21,418.3 ล้านบาท (11.3%)
สินเชื่อบุคคล: 10,062.3 ล้านบาท (5.4%)
เงินรับฝาก: 166,263.9 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 6.8% จากสิ้นปี 2568)
อัตราส่วนสินเชื่อต่อเงินฝาก (LDR): 113.5%
คุณภาพหนี้ (NPL)
Gross NPLs Ratio: ทรงตัวอยู่ที่ 4.2% เท่ากับสิ้นปี 2568
NPL Coverage Ratio: อยู่ในระดับสูงที่ 154.6%
Credit Cost: ลดลงอย่างโดดเด่นมาอยู่ที่ 137 bps เมื่อเทียบกับ 220 bps ในปีก่อน
4. ความแข็งแกร่งทางการเงินและดัชนีชี้วัด
ผลตอบแทนต่อส่วนของเจ้าของ (ROE): 17.33% (เพิ่มขึ้นจาก 15.38% YoY)
ผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ (ROA): 2.17%
อัตราส่วนเงินกองทุน (Capital Adequacy):
Tier 1 Capital Ratio: 14.4% (เกณฑ์ขั้นต่ำ 8.5%)
Total Capital Ratio (CAR): 16.5% (เกณฑ์ขั้นต่ำ 11.0%)
อันดับความน่าเชื่อถือ: ได้รับอันดับ A/F1 (Stable) จาก Fitch Ratings
บทสรุป
ในไตรมาส 1/2569 ธนาคารมีผลกำไรที่เติบโตดีมากเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากการควบคุมคุณภาพสินทรัพย์ที่มีประสิทธิภาพ ทำให้ตั้งสำรอง (ECL) ลดลง แม้จะมีแรงกดดันจากการลดลงของ NIM และดอกเบี้ยนโยบายที่ปรับตัวลดลงก็ตาม
#สรุปเรื่องลงทุน #หุ้น #หุ้นCREDIT #CREDIT #ธนาคารไทยเครดิต
โฆษณา